แปลงนา
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศูนย์บริการและการบริหารการปลูกข้าวความแม่นยำสูงของนาแปลงใหญ่ต้นแบบ ณ แปลงนากลุ่มวิสาหกิจเพาะรักกสิกรรม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายชาตรี ระดมเล็ก ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เพาะรักกสิกรรมให้การต้อนรับ นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรไทยประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วง ทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน ภาครัฐจึงมีการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวกันทำเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อสร้างประสิทธิภาพการผลิต ด้วยระบบบริหารจัดการแบบครบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมข้าว โดยใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) เป็นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรสามารถปรับใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ย่อยๆ รวมไปถึงการดูแลให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการไถพรวนดิน การหว่านเมล็ดพืช การให้ปุ๋ย
“เฉลิมชัย” ห่วงเกษตรกร จี้ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลือเกษตรกรพื้นที่ประสบภัย พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟูอาชีพและปัจจัยการผลิตเสริมรายได้ให้ครอบคลุมเกษตรกรที่ประสบภัยระหว่างรอการเพาะปลูกรอบใหม่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมชลประทานว่า มีจังหวัดที่ประสบอุทกภัยจากพายุโพดุลและคาจิกิรวม 27 จังหวัด ปัจจุบัน (10 ก.ย. 62) ยังมีพื้นที่น้ำท่วม 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สกลนคร นครพนม และศรีสะเกษ ส่วนที่สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วมี 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน ลำปาง อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มุกดาหาร สระแก้ว ชุมพร และระนอง จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายของพื้นที่เกษตรทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมงอย่างต่อเนื่อง แล้วรายงานเข้ามายังศูนย์เฝ้าระวังและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกวัน ทั้งนี้ พื้นที่ใดทางจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติให้เร่งจ่ายค่าชดเชยตามระเบีย
