แปลงเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้าพัฒนาและส่งเสริมการใช้ “ฐานข้อมูลแปลงเกษตรดิจิทัล Geoplots” อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมต่อการบังคับใช้ระเบียบสินค้าที่ปลอดจากการทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ “ฐานข้อมูลแปลงเกษตรดิจิทัล Geoplots” หรือระบบวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้พัฒนาระบบวาดผังแปลงเกษตรกรรมดิจิทัล Geoplots ทั้งในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันและโมบายแอปพลิเคชัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และให้บริการแก่เกษตรกรที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ซึ่งจะมีการตรวจสอบข้อมูลที่เกษตรกรแจ้งว่าทับซ้อนกับเกษตรกรรายอื่นหรือไม่ โดยเมื่อมีการวาดผังแปลงเกษตรกรรมฯ จาก Geoplots ระบบจะตรวจสอบ ดังนี้ 1. ผังแปลงฯที่วาดนั้น อยู่ในตำบลเดียวกับที่ตั้งแปลงที่แจ้งขึ้นทะเบียนหรือไม่ 2. ขนาดของพื้นที่วาดกับขนาดของพื้นที่แจ้ง
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ 4 หน่วยงาน พัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” เพื่อใช้ติดตามความเสี่ยงและความเสียหายของแปลงเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยนำข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้ง มาวิเคราะห์ร่วมและแสดงผล เพื่อให้เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง โดยหน่วยงานที่ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ภายใต้ทุนอุดหนุนวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภาคการเกษตรของไทยประสบปัญหาจากภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอาศัยข้อมูลปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก และเจ้าหน้าที่ต้องสำรวจ ตรวจสอบ ยืนยันความเสียหายของแปลงเกษตร ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ขาดข้อมูลเชิงประจักษ์และเทคโนโลยีที่สามารถช่วยตรวจสอบในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ จึงเกิดการพัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” ขึ้นเ
ในคอลัมน์นี้ ผมจะขอพาท่านไปพบกับเกษตรกรคนหนึ่ง ซึ่งเป็นปราชญ์เกษตรที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงเกษตรกรคนทั่วไปรู้จักท่านดี แม้จะอายุมากแล้วแต่ความคิดในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอยู่ในใจท่านเสมอ จุดเริ่มต้นที่จุดประกายความคิดให้แก่เกษตรกรผู้นี้คือ การได้ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วนำหลักการมาประยุกต์ ปรับพื้นที่การเกษตรของตนเองคล้ายๆ กับที่ศูนย์การศึกษาฯ แบ่งพื้นที่วางผังแปลงเกษตรเป็นด้านๆ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ด้านเกษตรกรรม ด้านประมง และด้านปศุสัตว์ เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ก็เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษาและเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตสินค้าเกษตร หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ ศพก. มีฐานเรียนรู้ด้านต่างๆ มีการนำผลผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นใน ศพก. มาใช้กับพืชผลทางการเกษตรภายในสวน โดยพึ่งปัจจัยภายนอกเพียงน้อยนิด ไม่เพียงเท่านั้น เกษตรกรผู้นี้ยังมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะให้จังหวัดแพร่มีแลนด์มาร์ก มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้ประชาชนได้มาเที่ยวชม มาศึกษา มาซื้อ มาชิม ผลผลิตทางการเกษตรในส
พื้นที่เขตทุ่งครุของกรุงเทพมหานครแต่เดิมเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำนา ทำสวนผลไม้ ปัจจุบันสภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป หมู่บ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์เริ่มรุกเข้ามา มีห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นในพื้นที่เกษตรเดิม ระบบการจัดการของท้องถิ่นเริ่มเปลี่ยนไป คนนอกพื้นที่หลั่งไหลเข้ามาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้น ประชากรในเขตทุ่งครุมีประมาณ 120,000 คน และส่วนหนึ่งเป็นชุมชนของชาวมุสลิมอาศัยอยู่ราว 60,000 คน ต่อมาในปี 2554 ได้มีการรวมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์บริการอิสลามเนียะมะตุลลอฮ์ จำกัด เพื่อระดมเงินทุนช่วยเหลือพี่น้องชาวมุสลิม ซึ่งระบบสหกรณ์นั้นถูกกับหลักศาสนาอิสลามและถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันมีสมาชิก 600 คน และสมาชิกส่วนหนึ่งประมาณ 30% ยังคงยึดอาชีพการเกษตรและยังเก็บรักษาที่ดิน ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ และยังมีบางรายที่ไม่พัฒนาที่ดินต่อ ทำให้เกิดที่รกร้างว่างเปล่า มีบางส่วนรอขายที่ดินเพื่อทำหมู่บ้านจัดสรรเนื่องจากที่ดินมีราคาสูงขึ้น ทำให้วิถีชีวิตในแบบเกษตรกรรมได้ถูกกลืนหายไปอย่างน่าใจหาย นายเปี่ยม อารีฮูเซ็น ประธานสหกรณ์บริการอิสลามเนียะมะตุลลอฮ์ จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์ได้เห็นถึงความสำคัญของก
ฟาร์มกลางเมือง ที่ได้รับการกล่าวขานถึง มีไม่กี่แห่ง แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ถึงกับกลางเมืองเสียทีเดียว ออกจะขยับไปชานเมือง แต่ก็เป็นฟาร์มที่เรียกได้ว่า ดึงดูดผู้คนเข้าไปหาได้ไม่น้อย คือ “เฟรชวิลล์ ฟาร์ม” ของ คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 118 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ที่ได้รับการขนานนามถึง น่าจะเป็นประเด็นที่คุณสัมพันธ์ สร้างตู้เห็ดอัจฉริยะขึ้นมา โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่มีอยู่กับตัวทางด้านวิศวกรรมที่ร่ำเรียนมา ผนวกกับความสนใจด้านเกษตรกรรม และตู้เห็ดอัจฉริยะนี่เอง ที่สร้างเม็ดเงินและสร้างชื่อเสียงให้กับคุณสัมพันธ์จนเป็นที่รู้จักมาถึงวันนี้ คุณสัมพันธ์ เรียก เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ว่า เป็นฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มกราคม พ.ศ. 2546 นับถึงวันนี้ก็อีก 1 เดือน ครบ 10 ปี “ผมรวมเอาแนวคิดสามอย่างมารวมกันไว้ นั่นคือ งานวิจัยทางวิศวกรรม งานเกษตรกรรม งานสถาปัตยกรรม เกิดเป็นฟาร์มต้นแบบสมัยใหม่กลางเมือง ให้การทำเกษตร เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนเมือง รูปแบบของเฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นเกษตรปลอดสารพิษ ที่มีฟาร์มผักไร้ดิน ฟาร์มเห็ดอัตโนมัติ เป็นตัวชูโรงเป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพและคนที่ต้องก
