แป๊ะก๊วย
เข้าใจผิดมาตลอด หมอชี้ กินลูกแปะก๊วย ไม่ได้ช่วยให้ความจำดีขึ้น เพราะอะไร? เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคม สมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู้สูงอายุ กล่าวว่า มักจะมีความเชื่อที่เป็นความเข้าใจผิดกันในหมู่ผู้คนจำนวนมากว่า หากใครมีอาการขี้หลงขี้ลืมให้ไปกินลูกหรือผลแปะก๊วย เพราะจะช่วยให้อาการขี้หลงขี้ลืมนั้นดีขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สารซึ่งมีคุณสมบัติต่อสมองของคนเราจากแปะก๊วย ไม่ได้อยู่ที่ผลอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่อยู่ที่ใบต่างหาก โดยใบแปะก๊วยประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ 2 ชนิด คือ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และเทอร์พีนอยด์ (Terpenoids) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ มีการนำมากินโดยเชื่อว่าอาจช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง ตา หู และขาให้ดีขึ้น บรรเทาอาการของโรคอัลไซเมอร์ การสูญเสียความทรงจำ สมาธิสั้น ปวดศีรษะ วิงเวียน หูอื้อ ความผิดปกติทางการได้ยิน นอกจากนี้ ในใบแปะก๊วยยังประกอบไปด้วยสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในร่างกาย แต่ก็อาจมีพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งอาจเ
หากกล่าวถึงสมุนไพรบำรุงสมอง หนึ่งในนั้นที่จะต้องถูกหยิบยกมาคงหนีไม่พ้น “แปะก๊วย” สมุนไพรที่มีสรรพคุณโดดเด่น ดีต่อสุขภาพ และสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูที่หลากหลายทั้งคาวและหวานตามแต่จะรังสรรค์ แปะก๊วย หรือ กิงโกะ เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และถูกหยิบยกมาใช้เป็นยารักษาโรคมานานนับ 4,000 ปี ตามตำราแพทย์จีนจะนำใบแปะก๊วย มาสกัดเป็นยาใช้รักษาอาการหืด โรคปอด โรคหัวใจ ยับยั้งการเสื่อมของสมอง ส่วนเมล็ดแปะก๊วยก็นำมารับประทานเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร บำรุงสมอง และบำรุงร่างกาย ไม่เพียงคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น แต่เจ้าสมุนไพรโบราณชนิดนี้ มีคุณประโยชน์ที่หลากหลายชนิดที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แปะก๊วยอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคและชะลอวัยได้เป็นอย่างดี กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่สมอง และแขน ขา จึงช่วยลดอาการชาปลายมือ ปลายเท้า หรือตะคริว ลดการวิงเวียน และหูอื้อ อันเนื่องมาจากปัญหาการไหลเวียนของเลือดได้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยต่อต้านสารเคมีที่จะเข้าสู่ร่างกาย บำรุงปอด แก้ไอ ขับเสมหะ ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่หลอดลม จึงช่วยป้องกันอาการหอบหืด เพิ่มส
“แป๊ะก๊วย” เมล็ดสีเหลืองๆ คล้ายหยดน้ำ เป็นพืชพรรณดึกดำบรรพ์ ที่มีมาตั้งแต่ 270 ล้านปีในยุคเพอร์เมียน ก่อนไดโนเสาร์ครองโลก ในยุคมีโซโซอิก (Mesozoic) เสียอีก คนจีนกับ “แป๊ะก๊วย ” ชาวจีนผูกพันกับต้นแป๊ะก๊วยมายาวนานไม่ต่ำกว่า 2,800 ปี โดยนำเมล็ดแป๊ะก๊วยที่เรียก เป๋ยกัว (Bai Guo) หรือ หยิน ซิง (Yin Xing) มารับประทานและใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคบางอย่าง เช่น โรคหืด โรคจากความหนาวเย็นที่เกิดตามนิ้วมือ นิ้วเท้า ส่วนชาวญี่ปุ่นนิยมอบเมล็ดแป๊ะก๊วยเพื่อรักษาอาการลมพิษ แป๊ะก๊วย มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น กิงโก้ (Gingko) ต้นเฟิร์นก้านดำ (Maidenhair tree) ต้นบ๊วยสีเงิน Japanese silver apricot, ต้นคิว (Kew tree) เนื่องจากต้นแป๊ะก๊วยจะออกดอกตกผลใช้เวลานาน คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก จึงถูกเรียกว่า ต้นปู่-หลาน (Kung Sun Shu) ในศตวรรษที่ 17 ในภาษาอังกฤษ ต้นแป๊ะก๊วย ถูกเรียกว่า กิงโกะ หรือ เฟิร์นก้านดำ (maidenhair tree) เนื่องจาก รูปทรงของใบแป๊ะก๊วย เหมือนกับใบเฟิร์นก้านดำที่มีลักษณะคล้ายพัด เนื่องจากต้นแป๊ะก๊วยตามธรรมชาติอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เช่นเดียวกับ แพนด้ายักษ์ ทำให้แป๊ะก๊วยได
