แผนปฎิบัติการฝนหลวง
เหลืออีกประมาณ 2 เดือน (กันยายน-ตุลาคม) ก็จะหมดฤดูฝน แต่จากสถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนและแหล่งเก็บน้ำต่างๆ ในประเทศไทยปีนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำของเกษตรกรและประชาชนในอนาคต นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่ฝนที่ตกนั้นมีการกระจายตัวในหลายพื้นที่และมีฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีปริมาณน้ำน้อยกว่าเกณฑ์ปกติเกือบทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วคอหมา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งเป็นเขื่อนสำคัญที่ผันน้ำลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำใช้การได้ค่อนข้างน้อย เช่นเดียวกับพื้นที่ภาคกลาง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนทับเสลา พื้นที่ภาคตะวันออก อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำคลองสียัด พื้นที่ภาคตะวันตก เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ พื้นที่ภาคใต้ตอนบน เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนรัชประภา ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ในเกณฑ์น้อย ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 2 เดือนคือเดือนกันยายนและตุลา
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จับตาสถานการณ์ความชื้นในอากาศ และสภาพแวดล้อมเข้าเงื่อนไขที่จะขึ้นบิน เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงได้ ให้เร่งดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และพี่น้องประชาชน ในช่วงที่พบว่า กำลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ยังมีปริมาณฝนน้อย และบางพื้นที่ไม่มีฝนตกมานานติดต่อกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ตลอดจนเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีปริมาณน้ำน้อย “สั่งให้กรมฝนหลวงร่วมกับกองทัพอากาศและกองทัพบก ยังตั้ง 13 หน่วยปฏิบัติการทั่วทุกภูมิภาค สนับสนุนอากาศยานและกำลังพลในการร่วมปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีน้ำใช้ในพื้นที่การเกษตรอย่างเพียงพอ หากสภาพอากาศ มีความพร้อมที่จะขึ้นบินได้ ต้องเร่งขึ้นบิน ให้จับตากันตลอด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนจำนวนมากที่กำลัง ประสบภัยแล้งในช่วงฝนทิ้งช่วง และเร่งเติมน้ำในเขื่อน เพื่อสำรองไว้ให้เกษตรกรใช้ในช่วงฤดูแล้ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ช่วงนี้จะมีโอกาสเกิดฝนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่
