แม่ฮ่องสอน
ความสำเร็จของการลดปัญหาหมอกควันและลดเผาป่าบนพื้นที่สูง เกิดจากการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนแบบโครงการหลวง ที่เน้นให้ชุมชนสามารถมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ด้วยระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้องค์ความรู้และงานวิจัยใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างให้ชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหาร มีอาชีพที่หลากหลายและมีตลาดรองรับ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดปัญหาหมอกควันบนพื้นที่สูง นอกจากนี้ การขยายผลองค์ความรู้จากโครงการหลวงยังทำให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการฟื้นฟูพื้นที่ทำการเกษตร ลดพื้นที่ทำไร่หมุนเวียนกลับคืนเป็นพื้นที่ป่าให้กับสังคมและประเทศ จำนวน 966 ไร่ ปัจจุบัน บ้านห้วยน้ำใส หมู่ที่ 9 อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นตัวอย่างและแหล่งเรียนรู้ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสมกับภูมิสังคมของชุมชนชาวกะเหรี่ยงในเขตพื้นที่สูงของประเทศไทยในการสร้างสังคมที่เป็นสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ค
การทำเกษตรกรรมของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นมีปัจจัยความพร้อมทางสภาพพื้นที่และทรัพยากรไม่เหมือนกัน จึงทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่างกัน แต่นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาเนื่องจากชาวบ้านทุกหมู่บ้านต่างอาศัยภูมิปัญญาตกทอดนำมาปรับเข้ากับวิถีชีวิตความเป็นอยู่เพื่อใช้ประโยชน์จากเกษตรกรรมเหล่านั้นมาหล่อเลี้ยงทุกชีวิตในครัวเรือนได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสารและการเกษตรกรรมมีส่วนสำคัญทำให้ชาวบ้านก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพทางด้านการตลาดและจำหน่ายสินค้าเกษตรกรรมด้วยการแปรรูป ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงเป้า อย่างชาวบ้านหมู่ที่ 3 บ้านแม่สุริน ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พร้อมใจกันจัดตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องของค่าใช้จ่ายครัวเรือน รวมทั้งยังฝึกฝนสร้างทักษะเพื่อให้นำผลผลิตทางเกษตรกรรมในชุมชนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและขนมเพื่อสุขภาพ ดึงเทคโนโลยีการสื่อสารมาสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก แล้วชักชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน คุณเพ็ญพิกา เตือนชวัลย์ หรือ คุณเพ็ญ ประธานกลุ่มแม่บ้านวิสาหกิจชุมชนออมทรัพย์เกษตรทางเลือกบ้านแม่สุริน กล่าวว่า “แม่สุริ
บ้านเมืองปอน ที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของคนเชื้อสายไทยใหญ่ ขุนยวม เป็นเมืองกลางขุนเขา มีแม่น้ำยวมไหลผ่าน ธรรมชาติสวยจนละเมอ ยามหนาวหมอกจะคลุมเมือง เห็นแล้วจะเพ้ออยากไปใช้ชีวิตที่นั่น แต่ฉันว่าเอาแค่ไปเที่ยว ไปเยี่ยมเยือนเขาก็น่าจะพอ อีกไม่นานชายแดนตรงนี้จะเปิดผ่านไปยังพม่า เดินทางไปอีกไม่กี่สิบกิโลจะถึงเมืองลอยก่อ และต่อไปอีกราว 300 กิโลเมตร จะไปถึงเมืองเนปิดอว์ เมืองลอยก่อนี่ ถ้าใครไม่รู้จัก ให้ถามคนไทยใหญ่ที่ทำงานในประเทศเรา ส่วนใหญ่เขามาจากที่นั่น เดินเท้ากันข้ามพรมแดนเข้ามา ยากเข็ญนักกว่าจะรอดชีวิตมาถึง เพราะฉะนั้นเจือจานอะไรเขาได้ก็ทำเถิด ชาวบ้านเมืองปอนรวมตัวกันทำโฮมสเตย์มา 2-3 ปีแล้ว เริ่มเป็นที่รู้จัก มีนักท่องเที่ยวแวะไปเรื่อยๆ แต่ไม่หนาตานัก เพราะชุมชนเขาก็รองรับได้ไม่มากมาย เขามีบ้านที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวราว 10 หลัง เป็นบ้านแบบไทยใหญ่ดั้งเดิม ปัดกวาดเอี่ยมอ่อง นอนสบาย กินสบาย เดินเที่ยวในหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งวัด โบราณสถาน ศูนย์วัฒนธรรม มีวิถีชีวิตตามธรรมชาติที่ยังคงดำรงอยู่ อย่างการตัดเสื้อไทยใหญ่ที่เราเห็นใส่กันในเมืองแม่ฮ่องสอน เขาผลิตที่นี่ส่งไป
แม่ฮ่องสอน – นายพิชาญ กว้างชูชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิสดอม แอร์เวย์ จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวสายการบินใหม่ให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน, ดอนเมือง-ปาย ว่าจะเริ่มให้บริการบินในวันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นไป วันละ 5 เที่ยวบิน ใช้เครื่องบินแบบ 12 ที่นั่ง เส้นทาง ดอนเมือง-ปาย จะใช้เครื่องบินแบบ Twin Otto ผลิตในประเทศแคนาดา บรรทุกผู้โดยสาร 20 ที่นั่ง สายการบินสัญชาติไทย เป็นทางเลือกเดินทางไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอปาย จังหวัดน่าน และจังหวัดเชียงราย ในช่วงหนึ่งปีแรกจะเปิดบินในเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน วันละ 5 เที่ยว, เชียงใหม่-อำเภอปาย วันละ 3 เที่ยว, เชียงใหม่-น่าน วันละ 1 เที่ยว และ เชียงใหม่-เชียงราย วันละ 1 เที่ยว เข้าสู่ปีที่สอง จะเพิ่มเครื่องบินเป็นขนาด 20 ที่นั่ง จะขอทำการบินจากสนามบินดอนเมืองไปยังอำเภอปาย เพิ่มเที่ยวบินจากจังหวัดเชียงใหม่ไปอำเภอแม่สอด และเชียงใหม่-พิษณุโลก สำหรับราคาค่าโดยสาร ระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และ เชียงใหม่-ปาย จะอยู่ที่ 1,90-1,750 บาท ช่วงโปรโมชั่น 3 เดือนแรก (ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560-1 มีนาคม 2561) ผู้โดยสารที่มีภู
