แรงงานภาคเกษตร
ปลัดเกษตรฯ เร่งกำจัดจุดอ่อน “1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่” กำชับทุกหน่วยเร่งขับเคลื่อนแล้วเสร็จภายในธ.ค.64 เพื่อช่วยเกษตรกรไทยมีรายได้มันคงและยั่งยืนหลุดพ้นจากภาวะวิกฤติ โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เผยล่าสุดมีเกษตรกรเข้าร่วมแล้ว 29,537 ราย จ้างงาน 14,078 ราย ขุดสระเก็บน้ำเสร็จแล้ว 5,801 บ่อ วางเป้าประเทศไทยจะมีพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน เพิ่มขึ้น 1.9 แสนไร่ มีพื้นที่กักเก็บน้ำ เพิ่มขึ้นกว่า 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อราย โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ นับเป็นโครงการสำคัญภายใต้นโยบายเร่งด่วนของของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้มีงาน มีรายได้ที่มันคงและยั่งยืน รวมทั้งต้องการสกัดการไหลบ่าแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่นๆ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการ โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เริ่มขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563ที่ผ่านมา และวางเป้าหมายจะต้องพัฒนาพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ให้ครบ 4,009 ตำบล เกษตรกรมีเข้าร่วมโครงการจำนวน 32,00
หลังจากผู้เขียนได้มีบทความผ่าน คอลัมน์ “คิดเป็นเทคโนฯ” ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ก็มีผู้อ่านหลายคน สอบถามมาว่า หากมีความสนใจจะนำเทคโนโลยีไปใช้ในงานเกษตร จะเริ่มต้นอย่างไร? และแพงไหม? แพงไหม? ตัวอย่าง “โดรนเพื่อการเกษตร” ปัจจุบัน ต้องตอบว่า ราคายังสูง แต่ก็ลดลงมาพอสมควรแล้ว อยู่ในระดับพอมีโอกาสจับต้องได้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นในเว็บไซต์ (เข้ากูเกิล พิมพ์คำว่า ราคาโดรนเพื่อการเกษตร) หรืออาจจะทดลองโดยการเช่าใช้งานก่อน แล้วประเมินว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ จะเริ่มต้นอย่างไร? ความรู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้งานในแปลงเกษตรหรือคอกปศุสัตว์ มีอยู่ในสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีคณะสาขาวิชาเปิดการเรียนการสอนด้านเกษตรกรรม ผู้ที่มีความสนใจจะต้องลองติดต่อสอบถาม เพื่อค้นหาผลงานวิจัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาตามที่ต้องการ อาจจะเป็นในรูปของอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในงานนั้นๆ ยกตัวอย่าง เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นำเสนอเทคโนโลยีฟาร์มต้นทุนต่ำ “สมาร์ท ฟาร์ม คิท” (Smart Farm Kit) ชุดอุปกรณ์ควบ
