แรงบันดาลใจ
นางจำปา สุวะไกร ประธานแปลงใหญ่ผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 5 ตำบลคึมใหญ่ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการปลูกพืชผักอินทรีย์เกิดจากที่ตนเองนั้น ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร ทั้งกระเพาะ ไขมันพอกตับ จึงได้ไปรักษากับแพทย์ทางเลือกโดยแพทย์แนะนำให้ทานอาหารที่ปลูกเอง และไม่ใช้สารเคมี หรือปลูกแบบอินทรีย์ หลังจากนั้นได้เข้าไปรับการอบรมวิธีการทำเกษตรอินทรีย์กับกลุ่มพุทธสถานราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับได้ไปศึกษาดูงาน แล้วจึงกลับมาปรับเปลี่ยนวิธีคิด ตัดสินใจทำเกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มทำกับน้องสาวและเพื่อนบ้าน โดยเลือกใช้ระบบห่มดินด้วยฟางและทำการปลูกทุกอย่าง เช่น ข้าว คะน้า ผักบุ้ง กว้างตุ้ง มะเขือเทศ ผักสลัด ถั่วฝักยาว เป็นต้น ปลูกเองทานเองโดยไม่ใช้สารเคมี ผลปรากฏว่า 6 เดือน อาการโรคหายไป ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะปลูกพืชอินทรีย์ขาย จึงได้มีการรวมกลุ่มกับคนในชุมชนมาปลูกผักอินทรีย์ ทำให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้น ฐานการผลิตขยายมากขึ้น จนได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ในปี 2547 ต่อมาในปี 2561 เมื่อมีระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เข้ามา ทางกลุ่มจึงได้จดทะเบีย
คุณเสน่ห์ และ คุณบุญยัง ร่มโพธิ์ (ภรรยา) อยู่บ้านเลขที่ 61/3 หมู่ที่ 11 ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เคยประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมากจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว กระทั่งมาประสบความสำเร็จด้วยการทำไร่นาสวนผสมแบบเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้จนสามารถปลดหนี้ได้เป็นอิสระ มีชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข จนได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบไร่นาสวนผสมที่มีความสมบูรณ์อย่างแท้จริง ทำเกษตรเชิงเดี่ยวขาดทุน หันมาทำไร่นาสวนผสม แต่เดิม คุณเสน่ห์ มีอาชีพทำนาในพื้นที่ 14 ไร่ แต่ราคาข้าวไม่ดี จึงปรับมาปลูกมะละกอฮอลแลนด์อย่างเดียว พร้อมกับมีอาชีพรับจ้างรถเกี่ยวข้าว และรถดำนาด้วย ระหว่างทำอาชีพรถดำนารับจ้างเกิดปัญหาลูกค้าติดค้างค่าจ้างเป็นเงินจำนวนมาก จึงต้องนำผลผลิตมะละกอกับต้นกล้าที่เพาะไว้ออกขายเพื่อบรรเทาปัญหาการเงิน แล้วตัดสินใจรื้อแปลงมะละกอออก เพื่อเปลี่ยนเป็นสวนเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียงแทน คุณเสน่ห์ ไม่มีความรู้เรื่องทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือเกษตรทฤษฎีใหม่เลย แต่ได้แรงบันดาลใจจากผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายท่าน รวมทั้งยังแสวงหาความรู้จากนักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์จากเอกสาร แ
