แหล่งเรียนรู้
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตของภาคเกษตร นับเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกษตรกรมีการจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ต้นทุน และมีรายได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการพัฒนาที่มุ่งสู่เกษตร 4.0 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น สร้างรายได้ดี มีความมั่นคง และยั่งยืน จากตัวอย่างของเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ที่ สศท.7 ได้ลงพื้นที่เพื่อสัมภาษณ์ถึงความสำเร็จในการเพาะปลูกข้าวและทำเกษตรปลอดสารพิษ ได้รับมาตรฐาน GAP ข้าวปลอดสารพิษ และได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พบว่า นายขวัญชัย แตงทอง นอกจากเป็น ศกอ. แล้ว ยังเป็นประธานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอหันคา (ศพก. หันคา) และประธานแปลงใหญ่ข้าวบ้านบึงม่วง ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ซึ่งได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาทำนา ปี 2562 รางวัลรองชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่น ปี 2565 รางวัล ศพก. ดีเด่นระดับเขต (ภาคกลาง) ปี 2565 จากการสัมภาษณ์ นา
เกษตรทฤษฎีใหม่ ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นการทำที่ได้รับผลสำเร็จ เกษตรกรสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตได้จริง หลักการสำคัญคือ พออยู่ พอกิน พอใช้ คุณนฤมล ชูทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เล่าว่า เริ่มจากการทำงานในโรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2540 ทำมาได้สักระยะหนึ่งทางโรงงานต้องย้ายที่ทำการไปอยู่จังหวัดลำปาง และด้วยอุปสรรคเรื่องระยะทางที่แสนไกล ทำให้ต้องคิดหาอาชีพใหม่ ซึ่งในช่วงนั้นนึกถึงที่ดินที่พ่อกับแม่เคยให้ไว้เป็นมรดก ก็เลยตัดสินใจลาออกจากการทำงานในโรงงาน หันมาทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นชาวไร่ ชาวสวนธรรมดา ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยเป็นเกษตรแบบผสมผสานที่นำมาประกอบเป็นอาชีพนั้น ถือว่ามีความหลากหลาย เริ่มตั้งแต่อาชีพหลักอย่าง การทำนา การเลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ ไปจนถึงการปลูกกล้วยและพืชตระกูลผักสวนครัว อย่าง พริกขี้หนู เพื่อนำไปขายสร้างรายได้ต่อไป เนื้อที่ 11 ไร่ ที่ใช้ในการประกอบอาชีพนั้น ส่วนใหญ่แล้วใช้เป็นที่นาปลูกข้าว เสริมด้วย การเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา และปลูกพืชผักสวนครัว ที่เหลือจากการกินก็นำไปขาย เพื่
“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านตาหนึก” หมู่ที่ 5 อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นอีกกลุ่มที่มีศักยภาพ สามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิก จากการแปรรูปผลผลิตทางประมง เพิ่มมูลค่าได้มากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ หลายผลิตภัณฑ์ดีเด่นได้รับคัดสรรโอท็อป ระดับ 4 ดาว และได้รับการรับรองเป็นสินค้าปลอดภัย การบริหารของกลุ่มและสร้างผลิตภัณฑ์ที่มาตรฐานได้รับรางวัลจำนวนมากทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และได้รับรางวัลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดีเด่น อันดับ 3 ระดับประเทศ ประจำปี 2563 จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็น 1 ใน 5 จังหวัด ได้รับคัดเลือกประเมินเป็นสถาบันเกษตรกรดีเด่นกลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำระดับประเทศของกรมประมง เกือบ 6 ปี แบรนด์ “ตาหนึก” ต่อยอดผลิตภัณฑ์กว่า 20 ชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ คุณฐิติรัตน์ ไชยวิศาลธนนาถ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านตาหนึก เล่าว่า ชุมชนอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เกือบ 100% มีอาชีพทำประมงพื้นบ้าน เดิมขายปลา ปู กุ้ง หอยสดๆ ไม่ได้ราคามากนัก เกิดพายุลมแรงทำประมงไม่ได้ก็ไม่มีรายได้ ด้วยบริเวณชายทะเลนี้มี “เคย” (กุ้งขนาดเล็กใช้ทำกะปิ) เป็น
นายทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เป็นประธานการประชุมการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามแนวทางการปฏิรูปภาคการเกษตรตามข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฏา บุญราช ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตำบลนางลือ-ท่าชัย ตำบลท่าชัย อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท และเกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตำบลนางลือ-ท่าชัย เข้าร่วมประชุม นายทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่าเนื่องจากปัจจุบันภาคเกษตรไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มผันผวนสูง รัฐบาลจึงได้มีแนวนโยบายปฏิรูปภาคการเกษตรสู่เกษตร 4.0 เพื่อให้สอดรับกับบริบทโลก ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นมีรายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยหลักการตลาดนำการผลิต “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตำบลนางลือ-ท่าชัย เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างครบวงจร ตั้งแต่ก
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด จัดตั้งเมื่อ 24 สิงหาคมคม 2555 สมาชิกแรกตั้ง 7 คน สมาชิกปัจจุบัน 90 คน ประธานกลุ่ม นายศักดิ์ชัย เอี่ยมบุญญฤทธิ์ ที่ทำการกลุ่ม บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด โทรศัพท์ 061-660-0955 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เกิดจากการรวมกลุ่มคนในชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวทำกิจกรรมเพื่อหารายได้เสริมจากอาชีพประมงชายฝั่งและแปรรูปสัตว์น้ำและช่วยกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ ปี 2547 จึงเกิดการบริการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากสภาพพื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยวมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต เช่น ปู ปลา หอย และนก นอกจากนั้น บ้านน้ำเชี่ยวยังมีเอกลักษณ์ของวิถีชุมชนของการอยู่ร่วมกันของชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ปี 2549 ได้ริเริ่มปรับปรุงบ้านพักอาศัยให้เป็นโฮมสเตย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สมาชิกและชุมชนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม วิสาหกิจช
