โคนมไทย
ในปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีผลผลิตน้ำนมดิบประมาณ 2,800-3,000 ตันต่อวัน ในขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มโดยรวมปีนี้เติบโตสูงกว่าปีก่อนถึง 7% ซึ่งแนวโน้มปริมาณการผลิตน้ำนมดิบกลับลดลง เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นและพร้อมกับภาวะโลกเดือด จึงทำให้จำนวนเกษตรกรโคนมที่ลดลง อีกทั้งอุตสาหกรรมโคนมก็ยังเป็นแหล่งของการปล่อยก๊าซมีเทน หากไม่มีการจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบครบวงจร เนสท์เล่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น จึงร่วมมือกับเกษตรกรในการส่งเสริมการทำฟาร์มโคนมตามแนวทางความยั่งยืน ด้วยการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture คุณสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เพราะน้ำนมดิบถือเป็นวัตถุดิบสำคัญของเนสท์เล่ในการนำมาผลิตผลิตภัณฑ์แบรนด์ต่างๆ ที่เป็นที่รู้จัก เช่น ไมโล ตราหมี และเนสกาแฟ เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำนมดิบที่ต้องมีคุณภาพดี และมีแหล่งผลิตที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Sourcing เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนสท์เล่ได้ดำเนินโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มโคนม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในแผนงานเพื่อบรรลุเป้าหม
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จับมือ สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ศึกษางานวิจัย “การประเมินพันธุกรรมจีโนม เพื่อการปรับปรุงพันธุ์โคนมทรอปิคอลโฮลสไตน์ในประเทศไทย” โดยมีการวิเคราะห์ความแตกต่างทางพันธุกรรมในระดับจีโนม (SNP) สู่การปรับปรุงพันธุ์โคนมไทย พัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันให้ไปไกลในตลาดโลก ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญในการเร่งพัฒนาศักยภาพทางพันธุกรรมของโคนมพันธุ์ทรอปิคอลโฮลสไตน์ของไทย จึงร่วมกันกับกรมปศุสัตว์ ศึกษางานวิจัย “การประเมินพันธุกรรมจีโนม เพื่อการปรับปรุงพันธุ์โคนมทรอปิคอลโฮลสไตน์ในประเทศไทย” เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทย และเตรียมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาพันธุ์เพื่อการส่งออกและศูนย์ประเมินพันธุกรรมโคนมของอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำโครงการเพื่อศึกษาวิจัยพัฒนาโมเดล และวิธีการทำนายความสามารถทางพันธุกรรมของสัตว์ด้วยการประเมินพันธุกรรมจีโนม พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมการว
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์) ขับเคลื่อนภารกิจหลักด้านการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม พัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมโคนมไทยสู่ระดับนานาชาติ อ.ส.ค. ให้การสนับสนุนองค์ความรู้การเลี้ยงโคนมแก่เกษตรกร เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่อาชีพ “โคนมพระราชทาน” น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณใน “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9)” โดย อ.ส.ค. เตรียมจัดงาน “เทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2564 ในวันที่ 8-17 มกราคม 2564 ซึ่งพิธีเปิดในวันที่ 8 มกราคม 2564 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทรงเปิดงาน “เทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2564 ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ที่ดำเนินการจัดโดยองค์การส
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เชิญชวนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปสมัครเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” หวังดึงผู้ประกอบการเป้าหมายที่ผลิตสินค้านมโคแปรรูป ให้ใช้ความตกลง เอฟทีเอเป็นเครื่องมือลดต้นทุนการทำธุรกิจส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากการที่คู่ค้าลดภาษีโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าในอาเซียน โดยเป็นโครงการปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในปี 2561 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเจรจาฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ” ซึ่งเป็นโครงการในปีที่ 2 จากความสำเร็จของโครงการ “จับมือผู้ประกอบการโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ” เข้าสู่ตลาดจีน ในปี 2561 ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพอใจเมื่อประเมินผลความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงได้ดำเนินโครงการต่อในปี 2562 โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปโดยมีความตั้งใจที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนมโคแปรรูปได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะเอฟทีเอระหว่างอาเซียน ขยายช่องทางการจำ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเปิดงานสัมมนา เรื่อง “โคนมไทย ก้าวไปพร้อมกับ เอฟทีเอ” เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ณ โรงแรมเซอร์เจมส์รีสอร์ทแอนด์คันทรีคลับ จังหวัดสระบุรี ร่วมกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ว่า สองหน่วยงานได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคนมไทย รับมือข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้า และใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ บุกตลาดต่างประเทศ โดยได้จับมือร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา ในโอกาสที่เกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าร่วมงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2562 ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 30 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2562 ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จึงได้ร่วมกันจัดสัมมนา เรื่อง “โคนมไทย ก้าวไปพร้อมกับ เอฟทีเอ” ในวันที่ 29 มกราคม 2562 โดยมีเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมไทยที่เกี่ยวข้องทั้งระบบห่วงโซ่การผลิต ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กว่า 150 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้จากความสำเร็จของเกษตรกรและผู้ประกอบการโคน
