โครงการข้าวยั่งยืนขนาดใหญ่
โครงการตลาดนำการผลิตเพื่อเกษตรกรรายย่อย (Market Oriented Smallholder Value Chain หรือ MSVC) หนึ่งในโครงการข้าวยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้เข้าสู่การดำเนินงานในช่วงสุดท้ายและสามารถช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย จำนวน 19,000 ราย ให้สามารถมีรายได้สุทธิจากการทำนาเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 20 และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการเกษตรได้ถึง ร้อยละ 21 โครงการนี้ได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนสูงสุด โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโครงการ MSVC ยังได้รับการยอมรับจากการการตรวจประเมินผ่านมาตรฐาน Farm Sustainability Assessment (FSA) ระดับ FSA Gold ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ Sustainable Agriculture Initiative (SAI) อีกด้วย พอล นิโคลสัน รองประธานฝ่ายวิจัยและความยั่งยืน แผนกข้าว บริษัท โอแลม อะกริ กล่าวว่า เกษตรกรรายย่อยถือเป็นเสาหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ แต่ยังมีเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่นับว่าเป็นกลุ่มเปราะบางในห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น เราจึงทำงานร่วมกับ GIZ และกรมการข้าวของไทยอย่างแข็งขัน เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ห่วงโซ่อุปทานข้าวมีความพร้อมร
โครงการตลาดนำการผลิตเพื่อเกษตรกรรายย่อย (Market Oriented Smallholder Value Chain หรือ MSVC) หนึ่งในโครงการข้าวยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้เข้าสู่การดำเนินงานในช่วงสุดท้ายและสามารถช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย จำนวน 19,000 ราย ให้สามารถมีรายได้สุทธิจากการทำนาเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 20 และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการเกษตรได้ถึง ร้อยละ 21 โครงการนี้ได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนสูงสุด โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโครงการ MSVC ยังได้รับการยอมรับจากการการตรวจประเมินผ่านมาตรฐาน Farm Sustainability Assessment (FSA) ระดับ FSA Gold ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ Sustainable Agriculture Initiative (SAI) อีกด้วย จากจุดเริ่มต้นของโครงการในปี พ.ศ. 2559 ที่มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 77 ราย โดยมีจุดมุ่งหมายหลักคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาที่ยังขาดแคลนทรัพยากรในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดสุรินทร์ รวมถึงเพิ่มปริมาณการผลิตข้าวคุณภาพสูงจากภาคอีสานของไทย โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง ร้อยละ 20 หรือจำนวนกว่า 3,000 ราย ทั้งยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรหญิงซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 60 ของ
