โครงการไทยนิยม ยั่งยืน
กรมส่งเสริมสหกรณ์รุกกู้วิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง เร่งรัดติดตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เชื่อมั่นเป็นกลไกลสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาผลผลผลิตทางการเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์ในระยะยาว นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวว่า ปัจจุบันมันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เพาะปลูกทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยเป็นอันดับ 3 รองจากข้าวและยางพารา รวมทั้งยังเป็นพืชที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสามารถส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ปัจจุบันเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ประสบปัญหาวิกฤติโรคระบาดไวรัสใบด่างทำให้ราคาตกต่ำอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจำนวน 5 แสนกว่าครอบครัว และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือในหลายด้าน หนึ่งในมาตรการสำคัญคือเร่งรัดติดตามโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร (แก้มลิง) ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายในกรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวม จัดเก็บข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ไม่น้อยกว่า 700,000 ตัน เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 250,000 ราย มีรายได้เพิ่
โครงการไทยนิยม ยั่งยืน แผนพัฒนาประเทศ ที่มีกลไกการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับชาติสู่ระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบประชารัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ และสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งให้สหกรณ์ภาคการเกษตรนำไปจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับผลผลิตจากเกษตรกร รวมถึงการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ได้เพิ่มมากขึ้น สหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จำนวน 5,355,000 บาท และสหกรณ์จ่ายสมทบอีก 535,000 บาท โดยเงินที่ได้รับจัดสรรครั้งนี้สหกรณ์ได้จัดหาอุปกรณ์ใหม่ทดแทนอุปกรณ์เดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมพาสเจอไรซ์ ได้แก่ ห้องเย็นตั้งพื้นสำเร็จ Temp o-50C ขนาด 4x6x3.10 เมตร จำนวน 1 ห้อง อุปกรณ์ปรับปรุงระบบพาสเจอไรซ์ ขนาด 1,000 ลิตร ต่อชั่วโมง จำนวน 1 ชุด และเครื่องตรวจคุณภาพน้ำนมดิบ จำนวน 1 เครื่อง นายวินนา ศรีสงคราม ประธานกรรมการสหกรณ์โคนมสอยดาว จำกัด เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่รัฐบาลมีโครงการ
ก.เกษตรฯ กำชับทุกหน่วยงานดำเนินโครงการไทยนิยม ยั่งยืน อย่างรัดกุม โปร่งใส เป็นไปตามระเบียบ พร้อมเร่งเดินหน้าโครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร หลัง ครม.ขยายเวลาโครงการอีก 6 เดือน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ น.ส.จริยา สุทธิไชยา รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นหัวหน้าทีมเร่งรัดการทำงาน ติดตามการใช้งบประมาณ โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ภายใต้งบประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท โดยดูแลความคืบหน้าการเบิกจ่ายทุกสัปดาห์ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติขยายเวลาให้โครงการไทยนิยมยั่งยืน ของรัฐบาลทุกโครงการออกไปอีก 6 เดือน จากสิ้นสุดเดือนกันยายน 2561 เป็นสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2562 เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรอบคอบ และประโยชน์ตกแก่เกษตรกร ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจราชการของกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ และแจ้งทุกหน่วยงาน ให้ดำเนินการเร่งจัดโครงการอย่างรัดกุม ให้เป็นไปตามระเบียบ มีความโปร่งใส รวมทั้งทุกหน่วยงานประสานข้อมูล และบูรณาการทำงานร่วมกัน โดยติดตามการดำเนินการในแต่ละกิจกรรมที่มีความโดดเด่น สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร เพื่อนำไปต่อยอดการขยายผล และเชื่อมโยงการตลาดให้เกษตรกรในอนาค
ก.เกษตรฯ เผย 20 เมนูอาชีพ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เผยมีเกษตรกรร่วมโครงการแล้วกว่า 1.8 ล้านคน หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2561 มีมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้การขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกรอบหลักในการดำเนินการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบขับเคลื่อนโครงการ ตามยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร และเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งการสนับสนุนรายการอาชีพ หรือเมนูอาชีพ สำหรับเมนูอาชีพภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย 1. โครงการเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงเกษตรฯ 2. โครงการจ้างแรงงานชลประทานสร้างรายได้แก่เกษตรกร 3. โครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน 4. โครงการปรับเปลี
