โครงการไร่ละพัน
ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโอนเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายใต้โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย 3 วันที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้โอนเงินให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เรียบร้อยแล้วรวม 47 จังหวัด 2.63 ล้านราย เป็นจำนวนเงิน 20,792 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง และดึงจุดเด่นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมาสร้างแบรนด์ท่องเที่ยวชุมชนที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้โมเดล BAAC Agro-Tourism ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานรวมถึงลูกค้า ธ.ก.ส. ในพื้นที่สาขาปางมะผ้า และสาขาแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือเป็น 1 ใน 17 จังหวัดแรกที่เกษตรกรลูกค้าของธนาคารได้รับการโอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2567/68 ไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามนโยบายรัฐบาล
กรมส่งเสริมการเกษตร แนะวิธีตรวจสอบการรับสิทธิโครงการไร่ละ 1,000 บาท เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เห็นชอบโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท) นั้น นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2567/68 ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งต้องไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2567 กล่าวคือ เป็นเกษตรกรที่เพาะปลูกในช่วง 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 2567 และสำหรับภาคใต้การเพาะปลูกข้าว รอบที่ 1 จะเป็นช่วง 16 มิถุนายน 2567-28 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างการดำเนินการประมวลผลรายชื่อเกษตรกร และจะส่งรายชื่อเกษตรกรให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบการขึ้นทะเบียนและการรับสิทธิภ
