โดรนพ่นยา
คุณช่อเฟื่องฟ้า ลินิฐฎา หรือ คุณช่อ อยู่ที่หมู่ 6 บ้านร้องเรือ ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชาวสวนลำไยรุ่นใหม่ หันมาใช้โดรนพ่นยาในสวนลำไย พ่อแม่เปิดใจเห็นด้วยจากเมื่อก่อนใช้เวลาพ่นยาหลายวัน หลังใช้โดรนย่นเวลาการพ่นได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ลดต้นทุนได้ถึง 20,000 บาท คุณช่อ เล่าว่า พ่อแม่เป็นชาวสวนลำไย ได้เห็นความลำบากของพ่อแม่ในการทำงานแบบเดิมๆ คือการจ้างแรงงานมาพ่นยาลำไย คุณช่อมีความเห็นว่าการทำแบบนี้มันทำให้การทำงานมันช้า ไม่ประหยัดเวลา เพราะต้องคอยลากสายยางไปมาอยู่ตลอดเวลา หนึ่งต้นกว่าจะพ่นเสร็จใช้เวลาไปแล้วครึ่งชั่วโมง สวนคุณช่อทั้งหมด 1 ไร่ มีลำไย 400 ต้น ต้องใช้เวลาพ่นทั้งสวนเป็นอาทิตย์ หากพ่นเองก็ยิ่งใช้ระยะเวลาที่นานขึ้น หากจ้างคนงานมาพ่นก็ต้องสิ้นเปลืองเงิน ทำให้ต้นทุนการผลิตนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย ก่อนที่จะรู้จักโดรนทำเกษตร คุณช่อได้มีโดรนเล็กสำหรับถ่ายภาพมุมสูงอยู่แล้ว ประกอบกับรู้ว่ามีโดรนเกษตรสามารถใช้ในสวนลำไยได้ จึงตัดสินใจซื้อมาใช้งานจากการมองเห็นว่า โดรนจะสามารถช่วยลดต้นทุน และระยะเวลาการพ่นยาของสวนลำไยครอบครัวได้ กระบวนการใช้งาน คุณช่อ บอกว่า ก
โดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ เป็นหุ่นยนต์ชนิดหนึ่งที่สามารถบินได้ ได้มีผู้นำโดรนไปใช้ในกิจกรรมหลายอย่าง เช่น ในวงการข่าว ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ ที่ต้องการถ่ายภาพในมุมสูง ใช้ในกิจกรรมสำรวจป่าและทรัพยากรป่าไม้ สำรวจต้นน้ำลำธาร ซึ่งเป็นความยากลำบากในการที่จะเดินเข้าไปในป่าลึก โดรนจะช่วยในการสำรวจและบันทึกภาพได้เป็นอย่างดี โดรน (Drone) เพื่อเกษตรอินทรีย์ ปัญหาสารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร และในสิ่งแวดล้อม นอกจากจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่ปลอดภัยในการบริโภคแล้ว ยังรวมไปถึงความไม่ปลอดภัยในตัวเกษตรกรผู้ใช้สารเคมีอีกด้วย โดยเฉพาะการผสมสารเคมีอย่างไม่ถูกต้อง การพ่นสารเคมีโดยไม่ป้องกันความปลอดภัยในการพ่นสาร ทำให้เกษตรกรได้รับสารเข้าไปทั้งทางระบบหายใจและทางผิวหนัง เป็นเหตุให้สารซึมซับเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อนานวันเข้าสารจะสะสมในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิดโรคร้าย เช่น มะเร็ง เป็นต้น จากรายงานของสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ระหว่าง ปี 2553-2558 ประเทศไทยนำสารเคมีเข้ามาใช้ในการทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ในปี 2558 นำเข้าถึง 119,971 ตัน คิดเป็นมูลค่า 19,326 ล้านบาท และใน
รายงานข่าวจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) แจ้งว่าทีมโคโคนัท การ์เดน แคร์ (COCONUT GARDEN CARE) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ประกอบด้วย นายกฤตธัช สารทรานนท์ นายวีระชาติ ค้ำคูณ นายวุฒิภัทร โชคอนันตทรัพย์ นายณัฐพงษ์ ฉางแก้ว และนายชินวัตร ชินนาพันธ์ โดยมี ดร.อรพดี จูฉิม เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมของประเทศ โดยสร้างอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle : UAV) หรือโดรน (Drone) ระบบอัตโนมัติพ่นยากำจัดศัตรูพืชให้กับสวนมะพร้าวที่ก้าวผ่านข้อจำกัดในเรื่องความสูง ป้องกันอุบัติเหตุ และการใช้งานไม่ยุ่งยาก ชิ้นส่วนทุกชิ้นสามารถหาซื้อได้ในประเทศ ทำให้การซ่อมบำรุงเป็นเรื่องง่าย ที่สำคัญคือราคาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับราคา UAV พ่นปุ๋ยทางการเกษตรในท้องตลาด นายกฤตธัช สารทรานนท์ กล่าวถึงที่มาของแนวคิดดังกล่าวว่า เกิดจากความสนใจเข้าร่วมประกวดยูเอวี สตาร์ตอัพ 2017 จึงได้รวมกลุ่มกับเพื่อนสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ทำสวนมะพร้าวในประเทศไทยมีจำนวนมาก เพื่อการกำจัดศัตรูพืช เนื่องจากต้นมะพร้าวมีขนาดสูง การสังเกตศัตรูพืชจ
