โรคจุดดำ
นักวิจัยวิทยา มช. ร่วมกับ ม.แม่โจ้ มูลนิธิโครงการหลวง และ University of Melbourne ศึกษาโรคพืชอุบัติใหม่ที่พบในคะน้าอินทรีย์ และหาวิธีการควบคุมโรคด้วยจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในระบบเกษตรอินทรีย์ ตาม IFOAM หรือสารเคมีตามระบบ GAP กำหนด เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการทางการเกษตรของผักชนิดนี้ให้เกิดความปลอดภัยต่อเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการร่วมกันศึกษาโรคพืชอุบัติใหม่โดย น.ส.ปานชีวา กัลยาณมิตร นักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิชาจุลชีววิทยา ในความดูแลของ ผศ.ดร.บุญสม บุษบรรณ์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.ดร.กัลย์ กัลยาณมิตร สาขาวิชาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดร.สุธาศินี นนทะจักร์ รศ.ดร. นุชนาฏ จงเลขา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ และ Prof. Dr. Paul W.J. Taylor, Faculty of Science, The University of Melbourne, Australia เนื่องจากคะน้า (Brassica alboglabra) เป็นผักที่นิยมปลูกและบริโภคทั่วเอเชียและมักจะใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชและโรคต่างๆ เนื่องจากคะน้ามักจะอ่อนแอต่อโรคใบจุด (เชื้อสาเหตุ
กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด เฝ้าระวังโรคจุดดำ เหตุช่วงนี้อาการร้อนสลับฝนตกชุก ทำให้เชื้อราเติบโตเร็ว แนะหมั่นสำรวจแปลงสม่ำเสมอ พร้อมช่วยลดความชื้นภายในแปลงนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงนี้อากาศร้อนสลับกับมีฝนตกและฝนตกหนักในบางพื้นที่ ซึ่งสภาพอากาศแบบนี้ทำให้เชื้อราเติบโตได้รวดเร็ว กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดให้เฝ้าระวังโรคจุดดำ หรือโรคแอนแทรคโนสในอะโวคาโด โดยลักษณะหรืออาการที่อาจพบ คือบริเวณใบจะมีจุดแผลสีน้ำตาลเข้ม หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ใบแห้งและร่วง ส่วนอาการที่ก้านใบ กิ่ง และก้านช่อดอก จะเป็นแผลจุดหรือขีดสีม่วง ถ้าอาการรุนแรงแผลจะขยายลุกลามทำให้ก้านใบและกิ่งแห้ง หากเกิดที่ก้านช่อดอกจะทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง และหลุดร่วงก่อนติดผล ส่วนอาการที่ผล หากเป็นผลอ่อน จะเป็นจุดแผลสีน้ำตาลถึงดำ ถ้าอาการรุนแรงผลจะหลุดร่วงก่อนกำหนด ส่วนผลแก่มักพบในระยะใกล้เก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว โดยเป็นแผลจุดสีน้ำตาลถึงดำรูปร่างกลม ต่อมาแผลขยายลุกลามเป็นแผลยุบตัวในเนื้อผลทำให้ผลเน่า บางครั้งอาจพบเมือกสี
ช่วงนี้อากาศร้อนและมีฝนตกบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกอะโวกาโดให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคจุดดำ สามารถพบได้ในระยะที่ต้นอะโวกาโดติดดอกถึงระยะผลอ่อน อาการที่ใบ ในระยะแรกอาการของโรคจะเห็นเป็นจุดแผลสีน้ำตาลเข้ม ต่อมาแผลขยายตัวมีหลายแผลในหนึ่งใบ หากอาการรุนแรง แผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ใบจะแห้งและร่วงหล่นในที่สุด ส่วนอาการที่ก้านใบ กิ่ง และก้านช่อดอก พบแผลจุด หรือขีดสีม่วง ถ้าอาการรุนแรงแผลจะขยายลุกลามทำให้ก้านใบและกิ่งแห้ง หากเกิดที่ก้านช่อดอกจะทำให้ช่อดอกเหี่ยว แห้ง และหลุดร่วงก่อนติดผล อาการที่ผล ผลอ่อนเป็นจุดแผลสีน้ำตาลถึงดำ หากอาการรุนแรง ผลจะหลุดร่วงก่อนกำหนด อาการบนผลแก่ มักพบในระยะใกล้เก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต พบแผลจุดสีน้ำตาลถึงดำรูปร่างกลมขนาดไม่แน่นอน ต่อมาแผลขยายลุกลามเป็นแผลยุบตัวในเนื้อผล ทำให้ผลเน่า บางครั้งพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อราที่บริเวณแผล เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบเริ่มมีอาการระบาดของโรคจุดดำ ให้เกษตรกรตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค จากนั้นควรกำจัดวัชพืชรอบ
