โรคทุเรียน
ในระยะ 3-4 ปีมานี้ คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “โค่นยางพารา หันมาปลูกทุเรียน” ซึ่งจากสภาพความต้องการของตลาด และราคา ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้จริง และไม่เฉพาะแต่ยางพารา พืชเศรษฐกิจอื่น ทั้งเงาะ ส้ม และกาแฟ ก็โดนด้วย เพราะราคาและคำสั่งซื้อทุเรียนจากจีนมันล่อตาล่อใจ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ระบุว่า ในปี 2560 ทั่วประเทศแห่ปลูกเพิ่มไปแล้วกว่า 5 หมื่นไร่ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออกทุเรียนมากเป็น อันดับ 1 ของโลก สายพันธุ์ทุเรียนที่ได้รับความนิยมมาก ได้แก่ ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง ในปี พ.ศ. 2561 พบว่าปริมาณการส่งออกทุเรียนรวมของประเทศสูงถึง 530,226 ตัน มากกว่าปี พ.ศ. 2560 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 16,343 ตัน แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวของตลาดทุเรียนไทยมีมูลค่าสูงขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วน 80% ของส่วนแบ่งตลาดโลก สำหรับคู่แข่งทางการตลาดที่สำคัญของไทย ได้แก่ เวียดนาม และมาเลเซีย (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2561) ปัญหาใหญ่ของการปลูกทุเรียนคือ ปัญหาทางด้านโรคพืช ได้แก่ โรครากเน่าโคนเน่า ที่มีมาช้านานแล้ว นักวิจัย ก็พบแล้วว่าเกิดจากเชื้อราที่สำคัญคือ ไฟทอปทอร่า พาลมิวอร่า (Phytophthora palmivora) อาการที
คุณเรือง ศรีนาราง กล่าวถึงโรคของทุเรียน คือโรครากเน่าโคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปทอร่า (Phatopthora) ทำให้ต้นทุเรียนตายจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะแพร่ระบาดช่วงฤดูฝนที่อากาศชื้น ทั้งนี้ ได้ใช้ระยะเวลา 2 ปี คิดค้นทดลองใช้ได้ผลดี คือ นำแก๊ส (ความร้อน) เผาฆ่าเชื้อไตรโคเดอร์ม่าแก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่า เป็นนวัตกรรมใหม่โดยไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้สารชีวภัณฑ์แทน ปัจจุบันได้เผยแพร่ให้เครือข่ายสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน วิธีการทำง่ายๆ ดังนี้ ใช้จอบเล็กๆ หน้าบางๆ ขูดเปลือกลำต้นให้เห็นแผลเชื้อรา ใช้กระสอบพลาสติกรองรับเปลือกที่ขูดเชื้อราออกเพื่อนำไปเผาทำลาย ถ้าปล่อยให้ร่วงลงโคนต้นจะลาม ทำให้เกิดโรครากเน่าจากเชื้อราได้ เตรียมอุปกรณ์พ่นแก๊ส ใช้แก๊สเป็นกระป๋องและใส่หัวสเปรย์ จุดไฟและให้แก๊สพ่นความร้อน เผาบริเวณที่เป็นแผลเชื้อรา โดยเฉพาะตรงขอบเพื่อไม่ให้ลุกลามประมาณ 3-5 นาที ทิ้งให้เย็นลงสักครู่ ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าผสมน้ำ อัตราส่วน 250 กรัม : น้ำ 1 ลิตร กวนผสมให้เข้ากัน (มีเกษตรกรบางรายใช้น้ำมังคุดหมัก อัตราส่วน 1 : 1 ได้ผลเช่นเดียวกัน) ใช้แปรงจุ่มน้ำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าทาบริเวณที่เป็นแผลที่ลนความร้อนไว้ให้ทั
