โรคพืช
เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ บางพื้นที่ฝนตกชุ่มติดต่อกันหลายวัน ซึ่งมีผลกระทบกับการทำเกษตรและพื้นที่ที่มีการปลูกผักหลายชนิด ถ้าไม่มีการดูแลและป้องกันที่ดี อาจก่อให้เกิดโรคพืชที่ตามมา ในช่วงหน้าฝน ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ มาจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความชื้นในอากาศที่สูงและอุณหภูมิที่อบอุ่น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัสต่างๆ สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจึงรวบรวม “5 โรคพืชยอดฮิต ระบาดช่วงหน้าฝน” ซึ่งเป็นปัญหากวนใจสำหรับเกษตรกรหลายๆ ท่าน ที่ต้องหมั่นสังเกตแปลงของตัวเอง และรีบหาวิธีกำจัด ก่อนที่แปลงจะเกิดความเสียหายตามมา เด้วไปดูกันเลยว่าจะมีโรคอะไรกันบ้าง 1. โรคราน้ำค้าง สภาพที่เหมาะสมของการเกิดโรค คือ ช่วงที่อากาศค่อนข้างเย็นและความชื้นสูง เชื้อราสาเหตุโรค สามารถแพร่ระบาดโดยลม น้ำ เครื่องมือการเกษตร และการเคลื่อนย้ายพืชปลูก โดยสามารถมีชีวิตอยู่ข้ามปีได้ มักพบในพืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม แตงไทย เมล่อน แคนตาลูป ซูกินี ฟักทอง ฟักเขียว ฟักแม้ว มะระจีน และบวบในทุกระยะการเจริญเติบโต
ปัญหาแมลงศัตรูพืชเป็นอีกหนึ่งปัญหาหลักๆ เมื่อปลูกพืชไม่ว่าจะเป็นไม้ประดับหรือพืชเศรษฐกิจถือเป็นสิ่งที่ต้องเจอเสมอ ปัจจุบันเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจปลูกพืชจะเน้นการป้องกันแบบธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สารชีวภัณฑ์หรือจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์แล้ว ยังเป็นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน จุลินทรีย์ควบคุมแมลงศัตรูพืชอย่าง เชื้อราเขียวเมตาไรเซียม (Metarhizium anisopliae) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Metarhizium anisopliae (Metsch) Sorok เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่พบในดิน หากมองด้วยตาเปล่าจะสังเกตได้ยาก ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดนี้สามารถทำให้เกิดโรคได้ในแมลงหลายชนิด อย่างเช่น หนอนผีเสื้อ หนอนด้วง ตั๊กแตน และเพลี้ยต่างๆ และยังสามารถกำจัดแมลงในดินได้อีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มหนอนด้วงแรด (rhinoceros beetle) ที่อยู่ในระยะตัวหนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ซึ่งเชื้อราเมตาไรเซียมสามารถทำลายได้ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็ววัย นอกจากนี้ ยังเป็นเชื้อราที่ไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง กลไกลการทำงานของเชื้อราเมตาไรเซียมจะควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อย่างไรนั้น สามารถอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ดังนี้ เมื่อ
เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2566 ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมหรือ เทดฟันด์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่โครงการ ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล ณ ศูนย์ผลิตและการบริการชีวินทรีย์เกษตรและศูนย์สาธิตและพัฒนานวัตกรรมเกษตรเทิดพระเกียรติ ร.9 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับทุนโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) โปรแกรม “Proof of Concept” จากกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (เทดฟันด์) มี น.ส.ปรารถนา อัตตะมณี กรรมการผู้จัดการบริษัท วลัยไบโอคอนโทรล จำกัด นำชมโครงการ น.ส.ปรารถนาฯ กรรมการบริษัท วลัยไบโอคอนโทรล จำกัด กล่าวว่า โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล ที่เทดฟันด์ให้ทุนสนับสนุนเป็นชีวภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่สุดในปัจจุบัน ทั้งพืชขาดธาตุอาหาร ความเสียหายจากการเข้าทำลายของศัตรูพืช การเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทางการเกษตรที่เกิดจากการดูแลพืชไม่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตพืชด้อยคุณภาพและลดปริมาณลงเรื่อยๆ เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต
ระยะนี้อากาศเย็นลงและมีฝนตกบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกทานตะวันเฝ้าระวังการเข้าทำลายของเพลี้ยจักจั่นฝ้าย สามารถพบได้ในระยะต้นกล้า โดยจะพบการเข้าทำลายของตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเข้าทำลายพืชด้วยการดูดน้ำเลี้ยงจากใบทานตะวัน ขณะเดียวกัน แมลงจะปล่อยสารพิษเข้าไปในใบพืช ทำให้ขอบใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไหม้และงอลง ซึ่งอาการดังกล่าวเรียกว่า hopper burn หากระบาดรุนแรง ใบทานตะวันจะเหี่ยวแห้งและร่วงไปในที่สุด กรณีที่พบการเข้าทำลายในระยะต้นกล้าจะส่งผลทำให้ต้นทานตะวันชะงักการเจริญเติบโตและต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต แนวทางการป้องกันและกำจัดเพลี้ยจักจั่นฝ้ายในต้นทานตะวัน เกษตรกรควรหมั่นสุ่มสำรวจต้นทานตะวันทุกสัปดาห์ หากพบตัวอ่อนเพลี้ยจักจั่นฝ้ายมากกว่า 2 ตัวต่อใบ ในระยะที่ต้นทานตะวันอายุไม่เกิน 45 วัน ให้เกษตรกรพ่นป้องกันกำจัดด้วยสารฆ่าแมลงอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอะซีทามิพริด 20% เอสพี อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารบูโพรเ
ระยะนี้อากาศเริ่มมีฝนและมีหมอกในตอนเช้าบางพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อการปลูกกุหลาบ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบเฝ้าระวังการเกิดโรคราแป้ง สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกุหลาบ โดยจะพบอาการของโรคได้กับทุกส่วนของพืช บนใบอ่อน หรือดอกตูม เริ่มแรกจะพบแสดงอาการบนผิวใบเกิดรอยแผลจุดสีชมพูเข้ม ต่อมาจะพบเชื้อรามีลักษณะคล้ายผงแป้งสีขาวเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ ทั้งด้านบนใบและใต้ใบ หากรุนแรงจะพบผงสีขาวบนก้านใบ กิ่ง ดอก ก้านดอก ใบอ่อน กลีบเลี้ยง กลีบดอก และลำต้น หรือพบผงสีขาวทั่วทั้งต้น ทำให้ใบและดอกบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ใบจะเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งกรอบ และร่วงในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูก กำจัดวัชพืช ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความชื้น ลดแหล่งสะสมเชื้อราสาเหตุโรค ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการระบาดของโรค หากเริ่มพบต้นที่เป็นโรค ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชไพราโซฟอส 29.4% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 6-10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน หลีกเลี่ยงการพ่นสารกลุ่มซัลเฟอร์
หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงชนิดหนึ่ง ประเทศไทยส่งออกทั้งแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง ตามสถิติที่ผ่านมา มีพื้นที่เพาะปลูก 25,000 ไร่ ปริมาณการผลิต 37,685 ต้น ประเทศผู้นำเข้ามากที่สุดและลดหลั่นกันไปตามลำดับ ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอเมริกา ส่วนอาการของโรคที่คุณเล่ามา เรียกว่า โรคลำต้นไหม้ในหน่อไม้ฝรั่ง เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง การระบาดมักพบในฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง สปอร์ของโรคสามารถปลิวไปในอากาศและไหลไปตามน้ำได้ มีความสามารถอาศัยอยู่ในซากได้ข้ามปี วิธีป้องกันกำจัด ให้รักษาความสะอาดในแปลงปลูกอยู่เสมอ ต้องถอนต้นที่เป็นโรคออกมาเผาทำลายทิ้งไป ไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิม หากปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงได้จะยิ่งดี การใช้สารเคมี ให้เป็นตัวเลือกสุดท้ายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นด้วยคาร์เบนดาซิม 50 เปอร์เซ็นต์ เอสซี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ สลับกับคอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์ 80 เปอร์เซ็นต์ ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ห่างกัน 1 สัปดาห์ และต้องห้ามฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 5-7 วัน ครับ
“โรครากเน่าโคนเน่า” รุกระบาดสวนทุเรียนในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ชุมพร และสุราษฎร์ธานี หวั่นผลผลิตทุเรียนเสียหายหนัก กรมวิชาการเกษตรแนะเกษตรกรสวนทุเรียนใช้วิธีป้องกันกำจัดอย่างถูกต้องและเหมาะสม ช่วยแก้ปัญหาตรงจุด ลดความเสียหายของผลผลิต หยุดวงจรการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่าได้ผลจริง ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากปัญหาการระบาดเป็นวงกว้างของโรคทุเรียนในภาคใต้และภาคตะวันออก ส่งผลทำให้ต้นทุเรียนเกิดความเสียหายอย่างหนัก โดยทุเรียนถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ซึ่งปัญหานี้จำเป็นต้องมีแนวทางในการป้องกันกำจัดอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ดังนั้น กรมวิชาการเกษตรจึงได้ลงพื้นที่ติดตามการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่าในสวนทุเรียนเขตพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา พบว่าเกษตรกรชาวสวนทุเรียนประสบปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าระบาดอย่างรุนแรง เนื่องจากในปีนี้ มีสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ปริมาณน้ำฝนมาก และมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความชื้นในอากาศสูง เกษตรกรหาช่วงจังหวะในการจัดการสวนและพ่นสาร
