โรคระบาดสัตว์
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้มอบหมายให้ น.สพ.พิทักษ์ ชายสม ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์ และ สพ.ญ.ขวัญหทัย ทองปลาด ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์ สำนักกำหนดมาตรฐาน เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 91 ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (91st General Session of the World Assembly of National Delegates of the World Organisation for Animal Health (WOAH)) ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2567 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ร่วมกับคณะผู้แทนไทย ซึ่งมี น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ทำหน้าที่ผู้แทนประเทศไทยของ WOAH (WOAH Delegate) พร้อมด้วยผู้แทนกรมปศุสัตว์และกรมประมง การประชุมดังกล่าว ได้มีหารือเกี่ยวกับการกำหนดและทบทวนมาตรฐานของ WOAH รวมทั้งความก้าวหน้าของการดำเนินงานในการควบคุมโรคระบาดสัตว์ของประเทศสมาชิก โดยในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยได้ร่วมแสดงท่าทีในการรับรองมาตรฐานของ WOAH ทั้งด้านสุขภาพสัตว์บกและสัตว์น้ำ เช่น สนับสนุนการรับรองข้อกำหนด เรื่อง โรคปากและเท้าเปื่อย ที่ได้เพิ่มประเด็นการยอมรับหลักก
อ.ส.ค. เดินหน้าเร่งสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของโรคระบาดในโคนมให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพัฒนาความรู้เพื่อรับมือโรคระบาดในปัจจุบันและโรคอุบัติใหม่ในฟาร์มโคนมที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับการจัดการโรคระบาดภายในฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคลัมปี สกิน เป็นโรคระบาดที่สำคัญในปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญต่อการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย โดยสถานการณ์โรคระบาดมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นทุกปีมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นในการจัดการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในสัตว์ เช่น โรคลัมปี สกิน โรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งเป็นโรคระบาดในสัตว์ที่เป็นประเด็นสำคัญในปัจจุบัน โดยในปัจจุบันพบว่าเกษตรกรยังมีความรู้และความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรคไม่เพียงพอและยังได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากสื่อสังคมออนไลน์ในการป้องกันและการรักษา ดังนั้น อ.ส.ค.จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายส่งเสริมการเลี้ยงโคนมจัดกิจกรรมเพื่อ
ในช่วงฤดูฝน ที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง สัตว์เลี้ยงมักมีสุขภาพอ่อนแอ และอาจไวต่อการติดเชื้อโรคระบาดได้ง่าย กรมปศุสัตว์จึงมีคำแนะนำในการดูแลและป้องกันโรคให้แก่สัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูฝน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรจัดเตรียม น้ำ อาหาร พร้อมอาหารเสริมประเภทวิตามิน ให้สัตว์เลี้ยงกินรวมทั้งทำวัคซีนป้องกันโรคไว้อย่างสม่ำเสมอ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงฤดูฝน สัตว์เลี้ยงมักมีปัญหาเรื่องโรคที่แตกต่างกันออกไป เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสีย จากการกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกยอดเมื่อได้รับน้ำฝนเข้าไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสัตว์กลุ่มนี้จะกินแต่ฟาง หรือหญ้าแห้งตลอดในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังเผชิญปัญหาโรคหวัด โรคปอดบวม โรคคอบวม โรคปากและเท้าเปื่อยอีกด้วย ส่วน สุกร ต้องระวังโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพีอาร์อาร์เอส โดยมักแสดงอาการผิดปกติที่เกษตรกรสามารถสังเกตได้คือ ซึม เบื่ออาหาร หากเป็น โค-กระบือ จะมีขี้ตา หายใจลำบาก มีขี้มูก ไอหรือจาม หรือท้องเสีย และอาจมีอาการแท้งลูกได้ ส่วนสัตว์เคี้ยวเอื้องในเบื้องต้นมักจะไม่มีการเคี้ยวเอื้อง จมูกเปียกแฉะหรือแห้งผิดปกติ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หนังไม่สั่นไล่
ช่วงนี้มีรายงานข่าวจากหลายประเทศที่ระบุว่า พบการระบาดของไข้หวัดนก ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ เมียนมา กัมพูชา มาเลเซีย และลาว รวมไปถึงตอนใต้ของอิตาลี อาจสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคได้ หนำซ้ำยังมีข่าวเท็จเดิมๆ ส่งกันว่อนไลน์อีกครั้งว่า เกิดการระบาดของเอดส์หมู เอดส์ไก่ ในจังหวัดนครปฐม ข่าวเท็จชิ้นนี้วนกลับมาสร้างความรำคาญและก่อความสับสนในคนไทยแทบทุกปี เป็นเหตุให้กรมปศุสัตว์ปวดหัวจนประกาศจะเอาจริงกับคนแชร์ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ พ.ร.บ.คอม แล้ว ในฐานะนักวิชาการด้านการผลิตสัตว์ ยังคงยืนยันว่าประเทศไทยสามารถรับมือโรคระบาดสัตว์ได้ดีมาก ในระดับแถวหน้าของโลกเลยด้วยซ้ำ การที่มีข่าวโรคระบาดสัตว์เกิดขึ้น จึงควรจะถือว่าเป็นการเตือนให้ประชาชน “ตระหนักรู้” ว่ามีสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้อง “ตระหนก” เพราะด้วยความสามารถและศักยภาพของภาครัฐและเอกชนไทย ต้องเรียกว่า “เอาอยู่” ครับ กรมปศุสัตว์เองมีหน่วยงานเฉพาะที่เฝ้าติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจสอบการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้า-
