โรคอ้วน
“โรคอ้วน” เป็นหนึ่งในโรคเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ที่เกิดจากระบบการเผาผลาญที่ผิดปกติของร่างกาย เป็นโรคที่ไม่เพียงก่อให้เกิดปัญหาภาวะไขมันพอกตับแต่ยังทำให้เกิดภาวะเบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ และความผิดปกติอื่นๆ ของร่างกายเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ศึกษาวิจัยโรคเมตาบอลิกในมนุษย์ ด้วยโมเดลของปลาม้าลาย(Zebrafish model) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์เฉลิมชัย มิตรพันธ์ อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะผู้ศึกษาวิจัยโรคเมตา บอลิกด้วยโมเดลของปลาม้าลายในระดับโมเลกุล ว่า โมเดลปลาม้าลายถูกนำมาใช้เป็นโมเดลสัตว์ทดลองอย่างเป็นระบบเพื่อศึกษาการทำงานของระบบประสาท โดย ศ.จอร์จ สไตรซิงเกอร์ (Prof. George Streisinger) แห่งมหาวิทยาลัยโอเรกอน (University of Oregon) สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นปลาม้าลายเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มนำไปเป็นโมเดลศึกษา การทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ครอบคลุมไปถึงการศึกษาพยาธิวิทยา และการเกิดโรคต่างๆ แม้ปลาโดยทั่วไปจะอยู่ในประเภทส
จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งทั่วโลกรายใหม่ที่ตรวจพบในปี 2012 เกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 800,000 คน มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน และโรคอ้วน งานศึกษาวิจัยนี้ถูตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Diabetes & Endocrinology ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำทางการแพทย์เผยว่า ในบรรดาโรคมะเร็ง 12 ชนิดที่ตรวจพบนั้นสาเหตุ 1 ใน 3 มาจากโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ซึ่งจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และยังพบว่าโรคอ้วนเป็นสาเหตุทำให้เป็นมะเร็งมากกว่าโรคเบาหวานถึง 2 เท่าอีกด้วย ถึงแม้ว่าทั้งสองโรคจะมีความเกี่ยวเนื่องกันก็ตาม นอกจากนี้ยังพบว่า โรคอ้วนและโรคเบาหวานทำให้ผู้ชายเป็นมะเร็งตับมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ผู้หญิงราว 1 ใน 3 เป็นมะเร็งมดลูก และมะเร็งเต้านมด้วย ทั้งนี้นักวิจัยยังเตือนว่า แนวโน้มของการเป็นมะเร็งจากโรคดังกล่าวจะมีเพิ่มมากขึ้นในผู้หญิง 30 เปอร์เซ็นต์ และในผู้ชาย 20 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในอดีตการสูบบุหรี่จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ซ แต่ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ควรจะจะตระหนักว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน และโรคอ้วนนั้นมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็
วันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย กล่าวภายในเวทีการอบรมแนวคิด “มีสุขภาพดี…คุมได้ แก้ไขได้ทัน…สรรค์ความช่วยเหลือ” โดยเป็นการอบรมทีมแพทย์ บุคลากร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จากทั่วประเทศกว่า 100 คนว่า สำหรับแนวคิดของโครงการนี้จะประกอบด้วย 4 กรอบหลัก คือ 1.การทำให้มีสุขภาพดี 2.หากมีโรคประจำตัว หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินใด ผู้ป่วยหรือญาติสามารถดูแลและควบคุมโรคประจำตัวหรือการเจ็บป่วยฉุกเฉิน 3.หากมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินรุนแรง ผู้ป่วยหรือญาติควรทราบวิธี ช่องทางในการสอบถาม วิธีการแก้ไขเบื้องต้น หรือติดต่อขอรับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และ 4.การเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีการเจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้อย่างเหมาะสมเมื่อพบผู้ประสบเหตุ ศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่าร้อยละ 70 ของประชากรโลกที่เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งสาเหตุข
