โรงงานน้ำปลา
เครื่องปรุงรส เป็นพื้นฐานการเข้าครัวของคนไทยและขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในการปรุงรส แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องปรุงรสหลายรูปแบบผลิตออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่เครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้จริงๆ สำหรับคนไทย คือ น้ำปลา น้ำปลาตราหมึกหอม และ น้ำปลาตราหงษ์ทอง เป็นน้ำปลาที่ขึ้นแท่นอันดับ 2 ของจังหวัดที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึงซอสพริกและน้ำส้มสายชู ซึ่งผลิตโรงงานแห่งเดียวกัน ก็ครองตลาดอันดับ 2 ของจังหวัดเช่นเดียวกัน คุณมั่นศักดิ์ หลักพิพัฒน์ ผู้สืบทอดกิจการโรงงานผลิตน้ำปลาจากบรรพบุรุษ และใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองรุกตลาดเครื่องปรุงรสจนครองพื้นที่การตลาดอันดับ 2 ของจังหวัด เล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวขายสินค้าบริโภคในครัวเรือนตามรถเร่ และมีหน้าร้านเล็กๆ ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นในครัวเรือน ซึ่งธุรกิจก็ดำเนินไปด้วยดีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพ่อและแม่อายุมาก จึงเข้ามาสานต่อกิจการเดิมในปี 2550 อย่างเต็มตัว “ตอนนั้นเรามีสินค้าหลัก คือ น้ำปลา และยังคงขายของเหมือนเดิม คือ นำสินค้าขึ้นรถเร่ไปตามหมู่บ้าน ชุมชน ผมเองก็อยากขยายกิจการหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น จึงเห็นโอกาสของการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย เมื่อนำรถเร่เข
ตอนที่ผมและเจ้าหน้าที่แผนงานกินเปลี่ยนโลก มูลนิธิชีววิถี ไปตามหาน้ำปลาปลาสร้อยแถบลุ่มแม่น้ำยม เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น พอเข้าเขตอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แล้วเราเริ่มพบว่ามีน้ำปลาท้องถิ่นบรรจุขวดวางขายตามร้านขายของชำบ้าง ตามหน้าบ้านคนบ้าง คำถามแรกๆ ที่เราถามคนบ้านกง ก็คือ “คนที่นี่เขากินน้ำปลาอะไรกันหรือครับ” จะว่าเราถามไม่มากคนพอ หรืออะไรก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่มักตอบว่า พวกเขากินน้ำปลาน้านวล ที่ปิดฉลากข้างขวดสีเหลืองแดงดูเด่นสะดุดตา แต่เกือบทั้งหมดมีคำแซวแถมมาหน่อยหนึ่งเช่นกัน คือ “ของเขาแน่นอนนะ น้านวลเนี่ย คือ ‘เค็ม’ แน่นอน” เสียงหัวเราะเบาๆ แบบทีเล่นทีจริงนั้นเป็นอะไรที่เราได้ยินหลายครั้ง พูดถึงเรื่องความเค็ม การออกไปตามหาน้ำปลาท้องถิ่นครั้งนี้ ทำให้ผมได้ยินชัดขึ้นว่า ผู้บริโภคชาวไทยนั้นทั้งมีความกังวล และอาการรังเกียจความเค็มของน้ำปลากันแบบเอาจริงเอาจัง เรื่องนี้ทำให้ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะเมื่อคิดอย่างง่ายที่สุดคือ ถ้าเค็มก็ใส่น้อยๆ เสียเป็นสิ้นเรื่อง หรือลงว่าเป็นน้ำปลา ถ้าไม่มีรสเค็ม แล้วจะให้มีรสอะไรอีกเล่า…คำตอบที่น่าตกใจก็คือ พวกเขาอยากได้น้ำปลาที่มีรสออกหวาน แล
