โลกเดือด
ทุกวันคือวันแห่งการทำลายสถิติ แต่นี่ไม่ใช่สถิติที่น่ายินดี เพราะโลกของเรากำลังทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดอีกครั้ง เช่นเดียวกับทุกๆ วันที่ผ่านมาในปีนี้ สถานการณ์ “โลกเดือด” ไม่ใช่เพียงวลีที่ใช้เรียกร้องความสนใจอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตการณ์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเราทุกคนอย่างน่าตกใจ “จากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีวันที่อุณหภูมิเฉลี่ยลดลงอีกแล้ว เรากำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยมีตำราเล่มใดเคยกล่าวไว้มาก่อน” นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ และอดีตรองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวไว้การบรรยายในหัวข้อ “น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ…กี่โมง?” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการตามรอยพระราชา จัดโดย มูลนิธิธรรมดี ร่วมกับองค์กรภาคี ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ สมาคมนักเรียนเก่า เอเอฟเอส ประเทศไทย และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) เมื่อเร็วๆ นี้ นายวีระศักดิ์ให้ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่ยืนยันว่า ปี 2023 เป็นปีที่ร้อนที่สุดใ
จะเรียกว่าโลกร้อนหรือโลกเดือดก็ตาม เป็นที่แน่แท้แล้วว่าโลกใบนี้ของเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ และออกจะแน่แท้แล้วเช่นกันว่า ความพยายามที่จะควบคุมโลกไม่ได้อุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี 2573 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ที่ประเทศน้อยใหญ่กำลังพยายามกันอย่างยิ่งนั้น ยากที่จะเป็นได้ เพราะด้วยจำนวนประชากรกว่า 7 พันล้าน และการบริโภคทั้งอาหารและความสะดวกสบายนานา จะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี 2571 หรือ 5 ปีข้างหน้านี่เอง เรียกว่าถ้าไม่รีบจากโลกนี้ไปเสียก่อนวัยอันควร เราทุกคนจะได้รับผลกระทบนี้อย่างแน่นอน จะได้เป็นประจักษ์โลกที่้ร้อนหรือเดือดนั้นอย่างแน่นอน โลกจะยังเดินหน้าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป สัมผัสได้จากอากาศที่ร้อนขึ้น ค่าไฟเพื่อระงับความร้อนพุ่งสูงขึ้น ต้นไม้ใบหญ้า พืชผลการเกษตรล้มตาย หรือมีโรคราหน้าตาแปลกๆ มาทำลายล้างเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แม้โลกจะยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ แต่คำยืนยันนั้นจะทำให้โลกชนะหรือเปล่า ต้องลุ้นกันเหงื่อหยด วันนี้มาเล่าเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรรมปลูกองุ่นของตูนิเซีย ประเทศที่อยู่เหนือสุดของทวีปแอฟริกา อยู่ห่างจากอิตาลีของยุโรปแค่มีทะเลคั
