ใบก้ามปู
ในโลกของการเกษตรอินทรีย์ วัสดุธรรมชาติที่หลายคนมองข้ามกลับกลายเป็นพระเอกในระบบนิเวศอย่างไม่รู้ตัว หนึ่งในนั้นคือ “ใบก้ามปู” หรือ ใบจามจุรี ใบไม้จากต้นไม้ร่มเงาขนาดใหญ่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในสวน โรงเรียน หรือริมถนน แต่รู้หรือไม่ว่า…ในทางเกษตร ใบก้ามปูมีประโยชน์มหาศาล และสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ต้นก้ามปู หรือ “จามจุรี” (ชื่อวิทยาศาสตร์: Samanea saman) เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็ว ใบดกหนาทึบ ตกใบในฤดูแล้ง ทำให้ในแต่ละปีจะมีใบไม้ปริมาณมากร่วงหล่นสะสมอยู่ใต้ต้น ซึ่งจุดนี้เองที่หลายคนมักมองว่าเป็นขยะ แต่ในความจริงแล้วใบก้ามปูถือเป็น ทรัพยากรชีวภาพ ที่มีค่ามากในระบบเกษตรกรรม รู้หรือไม่ว่า “ใบก้ามปู” ที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นในช่วงฤดูแล้ง แท้จริงแล้วคือขุมทรัพย์สำหรับคนรักต้นไม้ ด้วยโครงสร้างใบที่บาง มีโพรงอากาศและย่อยสลายง่าย แถมยังอุดมไปด้วยธาตุอาหารอย่างไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ทำให้ ใบก้ามปูเหมาะกับการนำมาหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ที่ช่วยบำรุงดินให้ร่วนซุย เติมจุลินทรีย์ดีๆ ให้ดิน และทำให้พืชผักงอกงามได้แบบไม่ต้องพึ่งสารเคมีเลย วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมา แจกสูตรเด็ด “หมักใบก้าม
“จันทน์ผาด่าง” เป็นไม้ประดับที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหิน ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาซื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น ซึ่งในปัจจุบันมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยาก อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดังนั้น ปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่ คุณมงคลรัตน์ ศรีเอนก อดีตข้าราชการครู เป็นคนหนึ่งที่หันมาให้ความสนใจปลูกจันทน์ผาด่าง โดยวิธีการเพาะเมล็ด สามารถเก็บรวบรวมจันทน์ผาด่างและแปลกได้มาก คุณมงคลรัตน์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจากการเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ ก็มาทำงานเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกให้กับโรงเรียน จนวันที่ไปประเมินคุณภาพโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ทางโรงเรียนก็ได้ให้ต้นจันทน์ผาพันธุ์ธรรมดามา 8 ต้น ซึ่งตอนนั้นเองตนเองก็ยังไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็แบ่งมาปลูกไว้ที่บ้าน “ผมแบ่งมาปลูก 4 ต้น ซึ่งยั
ชวนชม เป็นพรรณไม้ที่มีลำต้นบิดงอไปตามจังหวะ ลำต้นสูงประมาณ 3-6 ฟุต มีสีเขียว เป็นไม้ที่มีลำต้นอ่อนและอมน้ำ ลักษณะใบมีสีเขียว ใบจะแข็ง ผิวใบเป็นมัน ตรงเส้นกลางใบเดินด้วยเส้นสีเขียวเห็นได้ชัดเจน ใบมนรี ปลายใบมนโคนใบสอบ ใบจะแตกออกตามปลายของกิ่งก้าน ซึ่งดอกของชวนชมมีลักษณะเป็นรูปแตร ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ดอกมีสีชมพู มีกลีบดอกอยู่ 5 กลีบ ออกตรงบริเวณยอดของก้านต้น โดยชวนชมจัดเป็นพืชที่มีความทนต่อความแห้งแล้ง เพราะลำต้นอุ้มน้ำได้ดี ปลูกได้ในที่กลางแจ้ง ต้องการความชื้นปานกลาง ชอบดินร่วนซุย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีในวงการของไม้ประดับบ้านเรา ชวนชม ยังเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ ในปัจจุบันมีผู้ที่สนใจนำมาปลูกสร้างเป็นรายได้เสริมควบคู่ไปกับงานประจำมากขึ้น อย่างเช่น คุณเอกลักษณ์ พุ่มอุไร หรือ คุณเอ ได้ปลูกเลี้ยงชวนชมเพราะเกิดจากความชอบล้วนๆ จากนั้นเรียนรู้การผสมพันธุ์และการจัดทรงไม้เป็นแบบต่างๆ ทำให้เกิดความชำนาญและส่งไม้เข้าประกวดตามงาน จนทำให้มีลูกค้าซื้อขายสร้างรายได้มาจนถึงปัจจุบัน คุณเอ เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2558 ได้รับชวนชมมาจากพี่ที่รู้จัก 5 ต้น ในช่วงแรกยังไม่ได้สนใจที่อยากจะทำเพื่อสร้างเป
