ใบทองหลาง
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อออกมาอยู่บ้านชานเมืองย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่หลายระลอก จากนาข้าวเมื่อร้อยกว่าปีก่อน มาเป็นสวนผลไม้ สวนผัก จนกลายเป็นย่านอสังหาริมทรัพย์ และที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่มากขึ้น สิ่งที่ผมเห็นเป็นอนิจลักษณะก็คือ การหายไปของสวนผัก ผลไม้ พื้นที่สีเขียวรกร้าง และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ๆ มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดานะครับ เมื่อเมืองขยายตัว พื้นที่เกษตรแบบดั้งเดิมก็เริ่มหดหาย ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว บ้านสมัยใหม่ของพวกเราหลายคนก็คงสร้างทับบนสวนเก่านาเดิมเมื่อสี่ห้าสิบปีก่อนกันไม่น้อย ที่เราทำได้ ก็คงเพียงรับรู้ ร่วมสังเกตการณ์ รายงาน กับทั้งยืนยันใช้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านั้นเท่าที่ทำได้ ตามแนวคิดที่ว่า เรื่องเก่าๆ ไม่เล่าก็ลืม ของอร่อยลิ้น ไม่กินก็สูญ เป็นหลักนะครับ มีไม้ยืนต้นอยู่อย่างหนึ่งที่ผมคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก และแต่ก่อนก็พบเห็นมากตามสวนผลไม้เก่า ทั้งย่านฝั่งธนบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ทว่าเดี๋ยวนี้เริ่มน้อยลงมาก นั่นก็คือ “ทองหลาง” (Indian Coral Tree) ครับ สมัยก่อน บ้านผมที่ราชบุรีมีปลูกอยู่ต้นหนึ่ง เราอาศัยเด็ดใบอ่อนมากินกับเมี่ยงคำในช่วงบ่ายวันหยุดเสมอๆ ใบทองหล
บอนสี เป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามโดดเด่นกว่าไม้ใบชนิดอื่นตรงที่บอนสีมีใบที่ให้สีสันที่สดใส มีความหลากหลายของสีใบ ใบมีลวดลายงดงาม รูปทรงใบที่แตกต่างกัน และมีทั้งพันธุ์ใบเล็กและใบใหญ่ บอนสี เป็นไม้ใบที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ซึ่งได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ลูกผสมใหม่ๆ ขึ้นมา ในแต่ละปีที่มีการจัดประกวดบอนสี ช่วยให้ผู้เลี้ยงบอนสีปรับตัวเองด้วยการสร้างพันธุ์แปลกใหม่ขึ้น การทำเป็นการค้าสำหรับบอนสีถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใส่ใจพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ที่บอนสีจะพักตัวโดยทิ้งใบ ไม่สร้างใบใหม่ ใบเดิมเหี่ยวแห้งลง มีแต่กระถางปลูก เหลือแต่หัวใต้ดินเท่านั้น ทำให้ผู้เลี้ยงทั่วไปคิดว่าไม่ทนทาน ตายง่าย ไม่สวยงามเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ วิธีการเลี้ยงบอนสีให้มีใบตลอดปี โดยในช่วงฤดูหนาวต้องเลี้ยงบอนสีในตู้อบ วิธีง่ายๆ โดยใช้ไม้ระแนงมาต่อเป็นโครงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.50 เมตร ด้านบนทำเป็นหลังคาหน้าจั่วเพื่อป้องกันน้ำขัง ให้หลังคาสูงสัก 15-20 เซนติเมตร แล้วกรุด้วยพลาสติกใส จะได้ตู้อบบอนสีไว้พักเลี้ยงและไว้อบขยายพันธุ์บอนสีได้อย่างดี สำหรับบอนสีที่จะนำเลี้ยงในตู้อบ ต้องมีภาชนะใส
