ไก่ตะเภาทอง
คุณชัยทร ผิวเกลี้ยง หรือ หมอโต้ง เป็นเกษตรกรที่ต้องปรับตัวในวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงนั้นนอกจากจะส่งไก่ขายให้ร้านอาหารได้ยากแล้ว ยังมีในเรื่องของต้นทุนอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการเลี้ยงไก่ขุนจะใช้อาหารที่เป็นจากท้องถิ่นอย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องให้อาหารที่เป็นอาหารสำเร็จรูปควบคู่กันไป เพื่อเป็นการสร้างเนื้อให้กับไก่เจริญเติบโตได้ดี ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ตลาดยังไปได้หลังโควิด-19 หลังจากที่ปรับตัวในเรื่องของการเลี้ยงไก่มาอยู่เสมอ หมอโต้ง บอกว่า ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ที่เขาเลี้ยงยังสามารถจำหน่ายได้อยู่เรื่อยๆ เพราะไก่สายพันธุ์นี้หากไม่เลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อ ลูกค้าบางรายจะซื้อไปเลี้ยงเพื่อเก็บไข่ไว้ปรุงอาหารได้ ที่ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์มีคุณสมบัติแบบนี้ได้ เป็นเพราะการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่าไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง และแม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิด
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี จึงทำให้ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่สายพันธุ์นี้ จึงได้มาเลี้ยงเป็นอาชีพและช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป ฟาร์มไก่ตะเภาทองของเขาตั้งอยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง คุณ ณ นพชัย เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่มาเลือกเลี้ยงไ
ขอเชิญร่วมเสวนาเชิงปฏิบัติการ กับ เทคโนโลยีชาวบ้าน “เรียนให้รู้ ดูให้ทำเป็น เด่นทางด้านการตลาด” ดูวิธีเลี้ยง เชิงอินทรีย์ ป้องกันโรค ถึงการแปรรูปจำหน่าย ในวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 ณ ฟาร์ม คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ด่วนรับจำนวนจำกัด เพียง 30 ท่าน เท่านั้น!! เส้นทางมายังจุดนัดพบ ณ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน)
ปัจจุบัน กระแสความนิยมบริโภคไก่พื้นเมือง เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองรุ่นใหม่ที่มีการเติบโตแข็งแรง ปราศจากการใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนตลอดกระบวนการเลี้ยง เพราะปล่อยให้ไก่เติบโตธรรมชาติ ในลักษณะ “ไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ” เนื้อไก่มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม หวานหอม นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ความจริง “ไก่ตะเภาทอง” เป็นที่รู้จักในหมู่เกษตรกรไทยมานานกว่า 200 ปีแล้ว โดยไก่สายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจาก “ไก่พันธุ์เซี่ยงไฮ้” ซึ่งเป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองของจีน คาดว่าพ่อค้าจีนเลี้ยงไก่พันธุ์นี้ไว้บนเรือสำเภาเพื่อเป็นอาหารระหว่างการเดินทางมาค้าขายกับประเทศไทย ต่อมามีการกระจายพันธุ์ไก่สู่เกษตรกรไทยที่พักอาศัยแถบชายฝั่งทะเล โดยเกษตรกรไทยเรียกไก่กันติดปากว่า “ไก่ตะเภา” ลักษณะตามธรรมชาติของ “ไก่เซี่ยงไฮ้” มีหงอนจักร ตัวใหญ่ ขนฟู ต่อมาเกิดการผสมพันธุ์กับไก่พื้นเมืองของไทยหลายชั่วรุ่น จนเกิดการพัฒนาสายพันธุ์แท้ขึ้นมา โดยมีลักษณะหงอนหินเหมือนกับไก่พื้นเมืองของไทย และมีตัวใหญ่ อกกว้าง ปร
“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ผู้บริโภคให้การยอมรับอย่างเป็นวงกว้าง เพราะเนื้อของไก่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติดี และด้วยกรรมวิธีการเลี้ยง ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ มีรูปแบบการเลี้ยงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมาก และที่สำคัญคุณภาพเนื้อที่มีคุณภาพเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รับการยอมรับจากเชฟจากโรงแรมต่างๆ ให้ความสนใจและนำไปทดลองประกอบอาหารหลายเมนู จึงมีความนิยมอย่างต่อเนื่อง” คุณ ณ นพชัย กล่าว คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ได้เห็นถึงลักษณะพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จึงได้มาทำการเลี้ยงเป็นอาชีพ และช่วยส่งเสริมต่อยอดให้กับเกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงสร้างรายได้ต่อไป ซึ่งไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว คือไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกลากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆหากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะ ถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
ไก่จัดเป็นโปรตีนราคาไม่แพงสำหรับการบริโภคของชาวไทยในปัจจุบัน สังคมเมืองที่เข้มข้นทำให้มีอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่กันเป็นล่ำเป็นสันของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายค่าย ถึงขนาดเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของไทย การเลี้ยงในระบบอีแว้ปหรือปรับอุณหภูมิทำให้จำนวนไก่ที่ผลิตได้มีจำนวนมากและยังใช้ระยะเวลาสั้นกว่าเดิม มีจำนวนเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก เราหลงใหลได้ปลื้มกันกับไก่ฟาร์มมาหลายสิบปีจนลืมไก่พื้นบ้านที่เลี้ยงไว้สำหรับกินไปเสียแล้ว ในปัจจุบันการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองมุ่งไปทางไก่ชนเสียมากกว่าจะมีจุดประสงค์ที่นำมาเป็นโปรตีนที่ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อในบ้าน จนผมหมดความคาดหวังเรื่องนี้ไปเสียแล้ว จนได้เจอ อาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสัตวบาล คณะเกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงพบว่ามีคนคิดอย่างนี้เหมือนกัน ไก่ที่เรากินกันในปัจจุบันจะถูกเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปจากโรงงานซึ่งปรนเปรอสารพัดที่จะให้โตเร็วๆ เพื่อกำไรของเจ้าของโดยไม่คำนึงถึงผู้บริโภค ในระยะสั้นเราอาจไม่เห็นผลเหมือนสารบางอย่างที่ใช้ในสัตว์ เช่น สารเร่งเนื้อแดงที่ใช้ในหมู และต้องยอมรับว่ามีการใส่สารเคมีที่
