ไก่ประดู่หางดำ
คุณธีรชัย ใจช่วย (พี่ต้น) อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรหัวก้าวหน้ากลับมาพัฒนาและขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำแปรรูปของคุณแม่ เป้าหมายเพื่อต่อยอดสินค้าให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ พี่ต้น เล่าความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำแปรรูปแบรนด์ป้าหล้าว่า คุณแม่ของตนเองก็คือ ป้าหล้า เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ป้าหล้าขึ้นมา เนื่องจากในสมัยแรกเริ่มทำเป็นกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนมีการส่งเสริมให้เลี้ยงไก่ประดู่หางดำ ให้กับสมาชิกที่ไม่มีอาชีพ และมีการกระจายความรู้ มีผู้เลี้ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เนื่องจากในสมัยนั้นไก่ประดู่หางดำยังเป็นไก่สายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มีตลาดรองรับเท่าที่ควรคุณแม่จึงได้มีการเข้าไปปรึกษากับทางกรมปศุสัตว์ ก็ได้รับโอกาสและความรู้ในด้านต่างๆ หลังจากนั้น คุณแม่จึงผันตัวจากเป็นผู้เลี้ยงมาเป็นผู้แปรรูป สร้างโรงงานแปรรูปไก่เล็กๆ เป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากที่ตนเองได้ลาออกจากพนักงานประจำก็เข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจที่แม่สร้างไว้ มีการทำมาตรฐานโรงงาน สินค้าทุกตัวมีมาตรฐาน อย. และพัฒนามาตรฐานเพิ่มขึ้นเข้าสู่มาตรฐานโอท็อปตั้งแต่ 3-5 ดาว เป้าหมาย
ไก่ประดู่หางดำ ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองยอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะมีลักษณะเด่นตรงกับความต้องการของตลาด เป็นไก่พันธ์เนื้อที่มีอัตราการเจริญเติบโตดี มีรสชาติอร่อย ทำให้ไก่ประดู่หางดำเป็นที่นิยมเลี้ยงของเกษตรกร ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดเป็นโครงการ ”จากจมูกถึงหาง” ละเอียด ละเมียด ละมุน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย คณะเกษตรศาสตร์ ในงานวิจัยยกระดับไก่พื้นเมืองสู่วัตถุดิบเมนูสากลระดับโลก กว่าจะได้ไก่ที่มีรสชาติอร่อย เป็นเมนูขึ้นโต๊ะอาหารได้อย่างสวยงามนั้น ต้องอาศัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำ จากทีมอาจารย์นักวิจัย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้แผนงานวิจัย นวัตกรรมและการพัฒนากระบวนการผลิตไก่พื้นเมือง (ประดู่หางดำ) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2564 ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาปรับใช้ในกระบวนการเลี้ยงไก่ ควบคู่กับการให้ความรู้เกษตรกร ตั้งแต่การฟักไข่ การดูแลพ่อแม่พันธุ์ การนำงานวิจัยเข้ามาช่วยในเรื่องการลดต้นทุนอาหารเพื่อให้ขายไก่มีกำไรมากขึ้น หลังจากเมื่อได้ไก่ที่สมบูรณ์แล้ว ในโครงการยังช่วยเรื่องกา
จากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 (สศท.3) ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย พบว่า เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองมากขึ้น ซึ่งจากเดิมเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสุกร แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาสุกรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองแทน เพราะได้กำไรดีกว่า แถมเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี การเลี้ยงนิยมเลี้ยงปล่อยอิสระ ทำให้ไก่ไม่เครียด แข็งแรง เจริญเติบโตตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งการเจริญเติบโตเหมือนกับไก่พันธุ์เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือน อีกทั้งสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงได้มาก และจากที่พันธุ์ไก่ขาดตลาด เกษตรกรจึงเริ่มหันมาปลูกสร้างโรงเรือนเพื่อเพาะพันธุ์ไก่ด้วยตนเอง ด้านต้นทุน พบว่า เกษตรกรเลี้ยงไก่ 1,000 ตัว จะมีต้นทุนค่าพันธุ์ไก่เฉลี่ย 25,000 บาท ค่าอาหารไก่ เฉลี่ย 30,000 บาท ค่ายาปฏิชีวนะและวัสดุอุปกรณ์ เฉลี่ย 5,000 บาท รวมต้นทุน เฉลี่ย 60,000 บาท โดยไก่ใช้ระยะเวลาเจริญเติบโต 3-4 เดือน ได้ผลผลิตอย่างน้อย 800 ตัว น้ำหนักตัว เฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม ขายราคากิโลกรัมละ 100 บาท คิดเป็นรายได้ 120,000 บาท (คิดเป็นกำไร ปร
สศท.3 เผย เกษตรกรนาดี จังหวัดหนองคาย หันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ ใช้เวลาว่างหลังการทำเกษตร ช่วยเสริมรายได้อย่างงาม กำไรดี เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำ ที่นับเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในจังหวัดหนองคาย ซึ่งจากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 (สศท.3) ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย พบว่า เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองมากขึ้น ซึ่งจากเดิมเกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสุกร แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาสุกรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองแทน เพราะได้กำไรดีกว่า แถมเลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ ทนต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดี การเลี้ยงนิยมเลี้ยงปล่อยอิสระ ทำให้ไก่ไม่เครียด แข็งแรง เจริญเติบโตตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งการเจริญเติบโตเหมือนกับไก่พันธุ์เนื้อที่เลี้ยงในโรงเรือน อีกทั้งสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงได้มาก และจากที่พันธุ์ไก่ขาดตลาด เกษตรก
สกว. เร่งส่งเสริมเกษตรกรภาคเหนือ ยกระดับไก่ประดู่หางดำ(ไก่เวียงเชียงรุ่ง) สู่มาตรฐานความปลอดภัย food safety และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่สำเร็จรูปพร้อมเสิร์ฟผู้บริโภค เมื่อเร็วนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยฝ่ายเกษตร จัดศึกษาดูงานโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำแบบครบวงจร ณ บ้านห้วยห้าง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย โดยมี รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สกว. รศ.ดร .ศิริพร กิรติการกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานโครงการฯ นสพ.สุพล ปานพาน นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการ ปศุสัตว์ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย นายณรงค์ วีรารักษ์ นักวิจัย และหัวหน้าโครงการฯ และนายมรุต ชโลธร ผู้ประกอบการทางด้านอาหาร ร่วมสังเกตการณ์และให้ความเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ประดู่หางดำ โอกาสนี้ รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ กล่าวถึงที่มาของโครงการวิจัย ว่า ช่วงปี 2545-2550 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ทำการวิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองแท้ 4 พันธุ์ ได้แก่ ไก่แดงสุราษฎร์ ไก่ชีท่าพระ ไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี ไก่ประดู่หางดำเชี
เราจะพบว่า ผู้คนยุคนี้คงไม่เสียเวลากับการมาทำอาหารเองแทนที่จะใช้เวลาพักผ่อน เหตุนี้เองผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปสำเร็จ หรือประเภทสดบรรจุแพ็กหลายชนิดจึงมีวางจำหน่ายหลายแห่งพร้อมนำไปปรุงเป็นอาหารรับประทานได้ทันที แต่ทั้งนี้การบริโภคอย่างชาญฉลาดควรใส่ใจกับความปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย มิเช่นนั้นอาจกลายไปเป็นการเร่งรีบทำให้อายุสั้นเสียมากกว่า คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับทาง สกว. นำงานวิจัยการเลี้ยงไก่พื้นบ้านประดู่หางดำของชาวบ้านทางภาคเหนือเพื่อส่งเสริมให้เลี้ยงเป็นอาชีพ แล้วส่งเข้ากระบวนการที่ได้มาตรฐานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นำไปขายตามสถานที่ต่างๆ หวังสร้างความสนใจให้แก่กลุ่มลูกค้าทุกระดับที่รักสุขภาพและต้องการความรวดเร็ว รศ.ดร. ศิริพร กิรติการกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่าไก่พันธุ์ประดู่หางดำ เป็นไก่พื้นเมืองของไทยมาตั้งแต่โบราณ พัฒนามาจากไก่บ้าน แต่เดิมนิยมนำมาเป็นไก่ชน โดยไก่พันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบภาคกลางของประเทศ แต่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกันแพร่หลายทั่วประเทศแบบไก่พื้นบ้าน ขณะเดียวกันทางคณะวิจัยฯ เล็งเห็นว่าไก่พันธุ์นี้น่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยอาจเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมห
