ไข่มดแดง
ชาวบ้านในตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาตระเวนแหย่ไข่มดแดงตามถนนในหมู่บ้าน หลังจากว่างเว้นการทำนาปรังช่วงหน้าแล้ง โดย นายมนต์ทิน อายุ 47 ปี ชาวบ้านตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย บอกว่า ไข่มดแดง ที่จำหน่ายในท้องตลาด ในปัจจุบันนี้มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 400-600 บาท ตามขนาดของไข่มดแดง และในช่วงหน้าแล้ง มดแดงมักจะสร้างรังอยู่บนต้นไม้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงพากันตระเวนออกหาแหย่ไข่มดแดงไปขาย ซึ่งราคาไข่มดแดงจะสูงตามขนาดของไข่ เป็นที่ต้องการของตลาด บางวันหาได้มากสุด 1-2 กิโลกรัม คิดเป็นเงินประมาณ 800-1,000 บาท ส่วนอุปกรณ์ใช้แหย่ไข่มดแดง ชาวบ้านจะใช้ไม้ไผ่ลำยาวๆ ผูกติดกับถุงปุ๋ย หรืออุปกรณ์อื่นๆ ตามแต่ถนัด นำมาแหย่ให้รังมดแดงแตก ไข่มดแดงก็จะร่วงหล่นลงมาในถัง จากนั้นนำมาคัดแยกตัวมดกับไข่ออกจากกัน โดยเทไข่มดแดงลงไปในถังน้ำ เพื่อให้มดแดงกับไข่แยกจากกัน หลังจากนั้น ชาวบ้านก็จะนำไข่มดแดงไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ บริโภคในครัวเรือนและส่วนหนึ่งจะนำไปขายเพราะกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก เนื่องจากหารับประทานได้ยาก ร้านอาหารป่าจึงมักหาซื้อไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ เช่น ก้อยไข่มดแดง แกงผักหวานใส่ไข่
ชาวโคราช พลิกวิกฤตแล้งสร้างรายได้ ใช้เวลาว่างตระเวนแหย่ไข่มดแดงขาย ราคางาม กิโลกรัมละ 500 บาท เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ออกแหย่ไข่มดแดงตามถนนในหมู่บ้าน หลังจากว่างเว้นการทำนาปรังช่วงหน้าแล้ง โดย นายสุดใจ หงส์ง้น อายุ 45 ปี ชาวบ้านตำบลในเมือง กล่าวว่า ไข่มดแดงที่จำหน่ายในท้องตลาดมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท และในช่วงหน้าแล้ง มดแดงมักจะสร้างรังอยู่บนต้นไม้เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงพากันตระเวนออกหาแหย่ไข่มดแดงไปขาย ซึ่งราคาไข่มดแดงจะสูงตามขนาดของไข่ เป็นที่ต้องการของตลาด บางวันหาได้มากสุด 1-2 กิโลกรัม คิดเป็นเงินประมาณ 500-1,000 บาท ส่วนอุปกรณ์ใช้แหย่ไข่มดแดง ชาวบ้านจะใช้ไม้ไผ่ลำยาวๆ ผูกติดกับถุงปุ๋ย หรืออุปกรณ์อื่นๆ ตามแต่ถนัด นำมาแหย่ให้รังมดแดงแตก ไข่มดแดงก็จะร่วงหล่นลงมาในถัง จากนั้น นำมาคัดแยกตัวมดกับไข่ออกจากกัน โดยใช้วิธีใส่แป้งมันลงไปในถาด เพื่อให้แม่มดแดงที่หวงไข่วิ่งหนี ทิ้งไข่มดแดงเอาไว้ ชาวบ้านก็จะนำไข่มดแดงไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ บริโภคในครัวเรือน และส่วนหนึ่งจะนำไปขายเพราะกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
“ไข่มดแดง” ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของคนชนบทมาตั้งแต่สมัยโบราณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประเมินคุณค่าทางอาหารพบว่า ไข่มดแดง มีโปรตีน 8.2 กรัมต่อไข่ 100 กรัม มีไขมันน้อยกว่าในไข่ไก่ เนื่องจากไข่มดแดงมีไขมันเพียง 2.6 กรัม เท่านั้น นอกจากนี้ ตัวมดแดงมีกรดน้ำส้ม ให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชูได้ ไข่มดแดง คือตัวอ่อนระยะดักแด้ของมดงานและมดราชินี เป็นเม็ดขนาดใหญ่สีขาวถึงชมพูอ่อน ดักแด้ของมดงานและมดตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่า ประมาณ 5 มิลลิเมตร แต่ตัวอ่อนของมดราชินีจะใหญ่ประมาณ 1 เซนติเมตร ชาวเหนือเรียกไข่มดขนาดใหญ่ว่า “เต้ง” คนอีสานเรียก “แม่เป้ง” เวลาชาวบ้านออกหาของป่า มักจะมองหารังมดแดงที่มีไข่มดแดงขนาดใหญ่จำนวนมากเพราะถือเป็นของดีเกรดเอ เวลาปรุงอาหารจะได้รสชาติที่อร่อยกว่า ฤดูเก็บไข่มดแดงมักทำในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม รังมดแดงจึงจะมีไข่แม่เป้ง กว่าชาวบ้านจะได้ไข่มดแดงแต่ละครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมดแดงพยายามปกป้องรังอย่างสุดชีวิตเช่นกัน รังมดแดงส่วนใหญ่จะอยู่บนต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นคูน ต้นมะม่วง ส่วนใหญ่มดแดงจะโน้มเอาใบไม้มาต่อกันเป็นรังกลมๆ ด้วยน้ำลาย
ช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่างจากการทำนาจึงได้หาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับ นางตุ้ม ขาวงาม อายุ 72 ปี ชาวบ้านมะค่า หมู่ที่ 5 ต.มะค่า อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ก็ได้ใช้เวลาว่างจากการทำนา ออกหาแหย่ไข่มดแดงขาย โดยถือไม้ไผ่และฮวด ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับแหย่ไข่มดแดง ออกหาแหย่ไข่มดแดงตามต้นไม้ ทั้งในหมู่บ้าน และตามทุ่งนา ซึ่งแต่ละวันสามารถหาไข่มดแดงมาขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 700-800 บาท เลยทีเดียว นางตุ้ม เปิดเผยว่า อาชีพหลักของตนนั้นคือ การทำไร่ ทำนา แต่เมื่อมีเวลาว่างก็จะหาไข่มดแดงมาขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งทำมานานกว่า 12 ปีแล้ว สำหรับการหาไข่มดแดงนั้น ก็จะไปกับคุณตา 2 คน โดยจะออกไปหารังมดแดงในทุ่งนา หรือในหมู่บ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งมดแดงจะชอบทำรังออกไข่บนต้นไม้หลายชนิด อาทิ ต้นสะแก ต้นสะเดา และต้นมะม่วง ส่วนจะรู้ว่ารังไหนมีไข่มากๆ นั้น ก็ต้องสังเกตรังที่มีใยขาวๆ อยู่ขอบรัง และถ้ารังไหนที่มีน้ำหนักจนกิ่งไม้โน้มลงมา จะได้ไข่มดแดงมากเป็นพิเศษ เมื่อได้ไข่มดแดงมาแล้ว ก็จะนำมาแช่น้ำเพื่อคัดแยกไข่ออกจากตัวมดแดง ซึ่งวิธีคัดก็ต้
อากาศร้อนชาวบ้านออกหาไข่มดแดงขายเป็นเมนูอาหารชั้นสูง กว่าจะได้มาต้องใช้ไม้ขึ้นไปแหย่รังมดแดงบนต้นไม้สูงตาม 2 ข้างทาง สร้างรายได้เป็นอาชีพเสริมให้กับครอบครัว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้อากาศร้อน ชาวบ้านเริ่มทยอยกันออกหาไข่มดแดง อาหารชั้นสูงที่มดจะวางไข่ในช่วงฤดูร้อนโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบว่ามีรังมดแดงขึ้นอยู่ตามต้นไม้ริมทาง 2 ข้างทางเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันหาแหย่รังเก็บไข่มดแดงเพื่อนำมาขายสร้างรายได้เสริม และนำมาประกอบเป็นเมนูอาหารรับประทานกันในครอบครัว นายคำพาด ชมพูบาง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 8 บ้านหนองกุง ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในแต่ละวันจะ นำอุปกรณ์การหาไข่มดแดง ซึ่งประดิษฐ์คิดค้นขึ้นเองจากภูมิปัญญาชาวบ้าน คือการนำหวดหรือตะกร้ามามัดติดกับไม้ไผ่ขนาดยาวประมาณ 4 เมตร นอกจากนี้ยังคงมีแป้งข้าวจ้าว และถังเปล่าสำหรับใส่ไข่มดแดง นำขึ้นรถจักรยานยนต์ออกตระเวนหาแหย่รังไข่มดแดงตามพื้นที่ต่างๆ ทุกวัน ในตอนเช้าทุกวันตนจะรีบตื่นแล้วเอาอุปกรณ์สำหรับแหย่ไข่มดแดงขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหารังมดแดงตามต้นไม้ที่อ
วันที่ 25 เม.ย. ที่ป่าข้างทางบ้านขมิ้น ต.เป็นสุข อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวพบ ป้าเลียน สุขสงวน อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ทีค่ 7 บ้านขาม ต.เป็นสุข อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ และป้าเลย อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ใช้เวลาที่ว่างเว้นจากการทำนาไร่ ออกหาแหย่ไข่มดแดงขายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีอุปกรณ์คือ ไม้ไผ่ ยาวกว่า 10 เมตร ผูกถุงปุ๋ยหรือถุงตาข่ายถี่ไว้ที่ปลายไม้ ทำเป็นไม้แหย่ไข่มดแดง ตระเวนเดินหาแหย่รังมดแดงตามต้นไม้ต่างๆ บริเวณริมถนน ไร่นา และตามป่าแถวข้างหมู่บ้าน ที่มดแดงอาศัยทำรังอยู่ เมื่อพบรังมดแดงจะตรวจดูและสังเกต ถ้ารังไหนมีใยสีขาวๆ อยู่ข้างๆ รัง จะมีไข่มดแดงอยู่จำนวนมาก ก็จะใช้ไม้แหย่เข้าไปในรัง กระทุ้งให้ไข่หล่นลงไปในถุงที่ผูกไว้กับปลายไม้ไผ่ หลังจากแหย่ได้ 4-5 รัง ได้ไข่มดแดงมากพอสมควรแล้ว ก็นำมาวางไว้กลางแดด เพื่อให้แม่มดแดงหนีออกจากไข่ จากนั้นจึงนำไข่มดแดงมาเทใส่ถังน้ำที่เตรียมไว้ เพื่อคัดเอาเศษกิ่งไม้และแมลงที่ติดมาด้วยออก นำไข่ใส่ถุงเก็บไว้แบ่งขายต่อ โดยจะขายให้กับคนในหมู่บ้านที่นิยมรับประทานไข่มดแดง แบ่งขาย ห่อละ 20 บาท ขายเป็นกิโลๆละ 250 บาท เท่านั้น ป้าเลียน กล่า
โดย เดชา วิวัฒน์วิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ E:mail [email protected] การเลี้ยงมดแดง ฉบับย่อ แนวทางการเลี้ยงมดแดงทั่วไป มีหลักสำคัญอยู่ 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การเตรียมพื้นที่ 1.1 พื้นที่ต้องเปิดโล่ง แสงแดดส่องถึงพื้นดินทั่วพื้นที่เลี้ยงมดแดง 1.2 สภาพพื้นที่ทั่วไปต้องไม่ร่มทึบเด็ดขาด รวมถึงพื้นล่างต้องไม่รกทึบด้วยเช่นกัน 1.3 ต้องทำลายศัตรูธรรมชาติของมดแดง เช่น มดชนิดอื่นๆ พร้อมทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของมด โดยเฉพาะกิ่งไม้แห้งต่างๆ ต้องตัดออก ต้นไม้ 2.1 เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ สูงไม่เกิน 5-6 เมตร 2.2 ใบไม่เล็กหรือใหญ่มากไป 2.3 เนื้อใบเรียบและอ่อน ง่ายแก่การดึงและสร้างรัง ไม่หยาบ ไม่มีขนปกคลุม หรือไม่แข็งกระด้าง 2.4 ภายในเรือนยอดโล่ง โปร่ง แสงแดดส่องทะลุถึงพื้นดิน 2.5 ระหว่างเรือนยอดต้องแยกห่างกัน 50 เซนติเมตร 2.6 ต้นไม้ที่เหมาะ เช่น มะม่วง ชมพู่ เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ หว้า จำปี เป็นต้น การตรวจสอบครอบครัวมดแดง 3.1 นำมดแดง 5-10 ตัว จากต้นไม้หนึ่งไปปล่อยอีกต้นไม้หนึ่งที่มีมดแดงอาศัย 3.2 ถ้ามดแดงกัดกัน แสดงว่าต่างครอบครัวกัน ต้องแยกกันพร้อมทำเครื่องหมายให้ชัดเจน เรือนยอดห้ามติดกัน 3.3 ถ้าม
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วง 3 -4 วัน ที่ผ่านมา ได้มีพายุฝนหลงฤดู ทำให้มีฝนตกหนัก ถึงแม้จะส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของชาวบ้าน ถูกพายุพัดพังเสียหาย แต่กับส่งผลดีต่อการเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรที่กำลังเริ่มทำนาปรัง รวมถึงพื้นที่ขาดน้ำในการอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขายเสริมหน้าแล้ง เนื่องจากหลังฝนตกลงมาจะทำให้สามารถหาของป่าได้ง่ายขึ้น อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า โดยเฉพาะ จักจั่น ช่วงนี้มีราคาแพง ตกตัวละ ประมาณ 2-3 บาท ส่วนไข่มดแดง ยิ่งเป็นเมนูหายาก อีกทั้งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดู ทำให้มีราคาสูงกิโลกรัมละ 1,000 บาท และผักหวาน ราคาตกกิโลกรัมละ 1,000 บาท เช่นเดียวกับตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลาง ที่จำหน่ายอาหารอีสานพื้นบ้าน พบว่าช่วงนี้จะคึกคักไปด้วยเมนูอาหารป่า จะมีพ่อค้า แม่ค้า ไปรับซื้ออาหารป่า อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า จากชาวบ้านมาวางขายกันคึกคัก สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดเท่าตัว โดยชาวบ้านที่มีอาชีพหาของ
วิถีชีวิตของเกษตรกรภาคอีสาน เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ก็จะทำอาชีพเสริมเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว อย่างเช่นครอบครัวของนายพินิจ เอกบุตร อายุ 52 ปี ชาวนาในพื้นที่บ้านประโดก หมู่ 1 ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชศรีมา จ.นครราชสีมา ใช้เวลาหลังจากการทำนา พากันออกหาแหย่ไข่มดแดงขายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีอุปกรณ์ คือไม้ไผ่ยาว 10 เมตร ผูกถุงปุ๋ยไว้ที่ปลายไม้ ทำเป็นไม้แหย่ไข่มดแดง แล้วตระเวนเดินหารังมดแดงตามต้นไม้ต่างๆ ในท้องไร่ ท้องนา เมื่อพบรังที่คาดว่าจะมีไข่มดแดง ก็จะใช้ไม้แหย่เข้าไปในรัง กระทุ้งให้ไข่หล่นเข้าไปในถุงปุ๋ย หลังจากนั้นก็จะได้ทั้งตัวมดแดง ซึ่งต้องนำมาเทใส่กระด้ง ผสมแป้งมันลงไป เพื่อไม่ให้มดแดงคาบไปไข่ได้ ก่อนที่คัดเอาตัวมดแดงออกให้เหลือแต่ไข่ และทำการคัดเอาไข่ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก แบ่งออกตามเกรด เพื่อใส่ถุงเก็บไว้ขายต่อไป นายพินิจ เอกบุตร เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง ซึ่งมดแดงกำลังเริ่มออกไข่ โดยจะสังเกตเห็นว่า มดแดงมีการสร้างรังขนาดใหญ่อยู่ตามต้นไม้ต่างๆ ในท้องไร่ ท้องนา ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ชาวบ้านซึ่งว่างเว้นจากการทำนา จะได้ออกหาแหย่ไข่มดแดงไปขายสร้างรายได้เสริมให้กับครอบค
วันที่ 9 มีนาคม 2560 ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ได้เกิดพายุฝนฤดู ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลดีต่อเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาปรังที่กำลังขาดน้ำ รวมถึงน้ำในการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังส่งผลดีต่อชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขายเสริมหน้าแล้ง เนื่องจากในช่วงฝนตกลงมาจะทำให้สามารถหาของป่าได้ง่ายขึ้น อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า โดยเฉพาะจักจั่น มีราคาแพง ตกตัวละ ประมาณ 2 -3 บาท ส่วนไข่มดแดง ยิ่งเป็นเมนูหายาก เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาไฟป่า มีราคาสูงกิโลกรัมละ 1,000 บาท และผักหวาน ราคาตกกิโลกรัมละ 1,000 บาท เช่นเดียวกับตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลางจำหน่ายอาหารอีสานพื้นบ้าน พบว่าช่วงนี้จะคึกคักไปด้วยเมนูอาหารป่า โดยมีพ่อค้าแม่ค้าไปรับซื้ออาหารป่า อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า จากชาวบ้านมาวางขายกันคึกคัก สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดเท่าตัว โดยชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขาย จะมีรายได้ วันละ 2,000 – 3,000 บาท บางรายขยัน สามารถหาของป่ามาขายสร้างรายได้วันละถึง
