ไฟไหม้
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ต้นเพลิงเกิดที่โซนปีกซ้ายของอาคาร ฝั่งห้อง ท่านไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นห้องประชุมย่อย ก่อนจะลุกลามไปยังห้องคณะที่ปรึกษา นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งภายในห้องต้นเพลิงมีเพียงโต๊ะประชุมยาว 1 ตัว เก้าอี้ประมาณ 10 ตัว ส่วนห้องคณะที่ปรึกษาฯ มีโต๊ะทำงาน และเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร และเจ้าหน้าที่ยังห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน เกรงว่าจะอาคารจะทรุดตัวเนื่องจากตัวอาคารเก่าแก่ ต้องรอให้โครงสร้างภายในตึกเย็นลง จึงจะเข้าไปสำรวจความเสียหายและสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป
วันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอำเภอคงและรถดับเพลิงของรื่นจิตอาสา อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ระดมกำลังเข้าสกัดเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าลำพัน ในพื้นที่ บ้านดอนใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลดอนใหญ่ อำเภอคง ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ อยู่ติดกับบ้านเรือนประชาชน โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว กินพื้นที่ราว 20-30 ไร่ เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปติดบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ สว่นสาเหตุในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เกิดจากชาวนาในพื้นที่ลักลอบจุดไฟเผาตอซังข้าว จึงทำให้ไฟลุกลามไปติดป่าลำพัน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเกิดเหตุมีลมพัดกรรโชกแรงทำให้การดับไฟเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งเป็นพื้นที่กว้างติดกับเส้นทางเดินรถไฟจึงทำให้รถน้ำดับเพลิงขนาดใหญ่ เดินทางเข้าไประงับเหตุด้วยความยากลำบากเช่นกันอย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยอำเภอคง ได้ขอฝากแจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่ ไม่ให้จุดไฟเผาตอซังข้าว หรือ จุดไฟเผาหญ้าข้างทาง เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงย่างเข้าสู่ฤดูแล้งและมีลมกรรโชกแรงอาจจะส่อง
เวลา 17.30 น. วันที่ 4 มกราคม 2561 สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้หญ้าใกล้เคียงกับเทศบาลตำบลหนองเสม็ด รอยต่อตำบลหนองคันทรง หลังรับแจ้งได้ประสานงานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองเสม็ดและองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคันทรงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราดร่วมเดินทางตรวจสอบและดับไฟ ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้าแห้ง เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ โดยไฟกำลังลุกไหม้จากทิศใต้ลามมายังทิศเหนืออย่างรวดเร็วกลุ่มควันหนาแน่นลอยขึ้นท่องฟ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้ง 2 หน่วยงานฉีดน้ำเพื่อไฟสกัดไฟได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อฉีดน้ำดับไฟได้ ทำได้เพียงเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลามเข้าพื้นที่นาข้าวที่อยู่บริเวณโดยรอบเท่านั้น อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า น่าจะผู้ที่ไม่หวังดีจุดไฟเผาหญ้า เพื่อความสนุก หรือทิ้งก้นบุหรี่ จนทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถดับไฟได้ทัน ก่อนจะปล่อยให้ไฟลุกไหม้ลามเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาในพื้นที่ใกล้เคียงกันซึ่งเป็นหญ้าแห้งเสียหายพอๆกับครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้
ชัยภูมิ – พ.ต.ท. ธนะสิทธิ์ อภิบุญวรเศรษฐ์ สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งเมื่อบ่ายวันที่ 27 พฤศจิกายน ให้ช่วยเร่งขอรถดับเพลิงให้ไปช่วยดับไฟที่ลุกไหม้รถเกี่ยวข้าวกลางนา ที่คุ้มอุดมสุข หมู่ที่ 2 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองชัยภูมิหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรม นำรถดับเพลิงไปยังที่เกิดเหตุ 2 คัน จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายหลัก 1-2 กิโลเมตร ซึ่งรถเข้าไปไม่ได้ต้องใช้ถังดับเพลิงและถังสารเคมี 6 ถัง หิ้วเข้าไป และใช้สายดับเพลิงต่อกัน ใช้เวลานับชั่วโมง เพลิงจึงสงบ นายมังกร มงคลศรี ลูกชายเจ้าของรถเกี่ยวข้าว กล่าวว่า ตนและพ่อมีอาชีพรับจ้างคุมรถเกี่ยวข้าว ได้ออกไปรับจ้างจนหมดงาน จึงมาเกี่ยวข้าวที่นาของตนกว่า 18 ไร่ โดยครอบครัวยึดอาชีพนี้มากกว่า 10 ปี รถเกี่ยวเพิ่งซื้อมาไม่กี่ปีนี้ราคากว่า 1 ล้านบาท และได้จ้างนายสุวิทย์ คงชนวน เป็นผู้ขับขี่ก็ไม่เคยเกิดเหตุอะไร ครั้งนี้พยายามดับไฟแต่ไฟก็ไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีฟางข้าวและถุงกระสอบข้าวเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไหม้ตัวรถจนหมด ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากเครื่องที่มีความร้อนและ โคริ่งเครื่องจนทำให้เกิดป
วันที่ 11 มีนาคม 2560 ที่บริเวณริมถนนตัดใหม่ วงแหวนรอบนอกเมืองนครราชสีมา ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีเกษตรกรทำการเผาตอซังข้าว จนเกิดไฟลุกลามเป็นบริเวณกว้างนับร้อยไร่ ส่งผลให้เกิดหมอกควันพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ จนเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ ต้องนำรถดับเพลิง มาฉีดสกัดไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าไปใกล้หมู่บ้าน และชุมชน ขณะเดียวกันไฟได้ลุกลามมาริมถนนตัดใหม่จนถึงเสาไฟฟ้า ทำให้หมอกควันปกคลุมถนน เป็นปัญหาการจราจรอย่างมาก นายสุเทพ รื่นถวิล ปภ.จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง ปภ.จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการเฝ้าระวังการเผาป่า หรือเผาตอซังข้าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประกาศแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ระวังการจุดไฟใน 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าสงวน หรือเขตอุทยาน หากมีการฝ่าฟืนจุดไฟ จะมีโทษทั้งปรับและจำคุกไม่เกิน 5 ปี 2.ในพื้นที่ไร่ นา หากต้องการเผาตอซังข้าว หรือใบอ้อย ก็ขอให้แจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้มีการเตรียมรถดับเพลิง ป้องกันลุกลามเข้าหมู่บ้านหรือชุมชน และ 3.ในพื้นที่ติดถนนทางหลวง ให้เป็นความรับผิดชอบของแขวงการทาง ท
