ไม้พะยูง
“ไม้พะยูง” จัดเป็น 1 ใน 9 ไม้มงคล ตามความเชื่อของคนไทยมาตั้งแต่สมัยอดีต เพราะคำว่า “พะยูง” เป็นมงคลนาม หมายถึง พยุงฐานะให้มั่นคง เจริญรุ่งเรือง คนไทยจำนวนมากจึงนิยมปลูกไม้พะยูงไว้ในบริเวณบ้าน และใช้ไม้พะยูงในพิธีกรรมต่างๆ ขณะเดียวกัน ไม้พะยูง มีเนื้อไม้สีสันสวยงาม ชักเงาได้ดี แข็งแรงทนทาน จึงนิยมใช้ไม้พะยูงก่อสร้างอาคาร เครื่องเรือนมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา ไม้พะยูงเป็นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจที่ถูกลักลอบตัดจากป่าเป็นจำนวนมาก สาเหตุหลักเชื่อกันว่ามาจากการบูรณะซ่อมแซมพระราชวังต้องห้าม “กู้กง” หลังรัฐบาลจีนได้ซ่อมแซมงานไม้ต่างๆ ภายในวัง พบว่า ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร รวมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ของฮ่องเต้ล้วนทำมาจากไม้พะยูง มีเนื้อไม้สีแดงของชนชั้นสูงในประเทศจีน เฟอร์นิเจอร์ไม้พะยูงมีความสวยงาม มีสภาพสมบูรณ์ แม้ผ่านระยะเวลามานานหลายร้อยปี เศรษฐีจีนหลายรายอยากได้ไม้พะยูงมาทำเฟอร์นิเจอร์ของตัวเองบ้าง เกิดกระแสความต้องการไม้พะยูงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้ไม้พะยูงในป่าภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยถูกลักลอบตัดเป็นจำนวนมาก เพื่อลดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “ไม้พะยูง หรือ พะยุง” ตามหน้าข่าวบ่อยๆ ซึ่งโดยมากมักเป็นข่าวคนร้ายลักลอบตัดไม้พะยูงตามป่า หรือวัด ไม้พะยูงนั้นขึ้นขื่อว่าเป็นไม้ที่ “ปลูกง่ายแต่ตัดยาก” เพราะจัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. หรือไม้หวงห้ามธรรมดา ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช พ.ศ. 2484 ที่มีจำนวนกว่า 158 ชนิด โดยไม้เหล่านี้เป็นพันธุ์ไม้ที่ให้เนื้อไม้มีคุณภาพดี ใช้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือนได้ แต่ทางการจะยอมให้ตัดและชักลากออกมาทำสินค้าได้ ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน และไม่อนุญาตให้ส่งออก ปลดล็อก! ตัด “ไม้หวงห้าม” ที่ดินตัวเอง แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับแก้ พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ มาตรา 7 เป็นการลดขั้นตอนการอนุญาตให้ทั้งผู้ประกอบการเเละประชาชนที่มีไม้ในบัญชีหวงห้าม เช่น พะยูง ชิงชัน สัก ยางนา ฯลฯ ที่ขึ้นอยู่ในที่ดินเอกสารสิทธิของตัวเอง สามารถปลูกหรือตัดไม้หวงห้ามบนที่ดินกรรมสิทธิ์ได้ และหากผู้ใดประสงค์จะขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพ
เวลานี้หากจะเอ่ยถึงชื่อไม้ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะนึกถึง ไม้พะยูง รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไม้พะยูง เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน นำไปสู่ปัญหาการลักลอบตัดไม้ภายในประเทศ ประกอบกับไม้พะยูงหายาก และเป็นไม้หวงห้าม “ปลูกได้แต่ตัดยาก” มีการประเมินกันว่า การลักลอบซื้อขายไม้พะยูงขณะนี้ ลูกบาศก์เมตรละ 200,000-600,000 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การตัดใช้สอยหรือตัดจำหน่ายจะยุ่งยากก็ตาม แต่มีเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ได้ปลูกต้นพะยูงเพื่อเป็นการปลูกป่า สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและเป็นเงินออมแก่ตนเองหรือลูกหลาน อย่างเช่น คุณทรงเดช บุญอุ้ม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 7 บ้านศิลามงคล ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 087-061-6891 ซึ่งเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้วย คุณทรงเดช บุญอุ้ม เจ้าของสวนพะยูง ร่วม 20,000 ต้น คุณทรงเดช เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรหลายแปลง รวมกันประมาณ 89 ไร่ มีอาชีพหลักคือ ทำการเกษตร
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวทำนองว่า ชาวบ้านตัดไม้พะยูงที่ล้มในที่ดินตัวเอง แล้วปรากฏว่า “ผิดกฎหมาย” ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ ฉบับเดิม “ไม้พะยูง” ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด ถือเป็นไม้หวงห้ามทั้งหมด การจะตัดจะโค่นต้องได้รับอนุญาตก่อน แต่ถ้าที่เป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์ เจ้าของที่จะไปร้องขอคืนได้ แต่ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญคือ ให้ไม้หวงห้าม เช่น ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้พะยูง ฯลฯ ที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม ล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด หรือทนายเกิดผล เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊ก เกิดผล แก้วเกิด ถึงประเด็นดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ “แก้ไข พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ ใหม่… ให้ยกเลิก ไม้หวงห้าม ตามกฎหมายเก่า คือแต่เดิม บรรดาไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยูงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ซิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดา ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเ
เวลานี้หากจะเอ่ยถึงชื่อไม้ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะนึกถึง ไม้พะยูง รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไม้พะยูง เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน นำไปสู่ปัญหาการลักลอบตัดไม้ภายในประเทศ ประกอบกับไม้พะยูงหายาก และเป็นไม้หวงห้าม “ปลูกได้แต่ตัดยาก” มีการประเมินกันว่า การลักลอบซื้อขายไม้พะยูงขณะนี้ ลูกบาศก์เมตรละ 200,000-600,000 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การตัดใช้สอยหรือตัดจำหน่ายจะยุ่งยากก็ตาม แต่มีเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ได้ปลูกต้นพะยูงเพื่อเป็นการปลูกป่า สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและเป็นเงินออมแก่ตนเองหรือลูกหลาน อย่างเช่น คุณทรงเดช บุญอุ้ม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 7 บ้านศิลามงคล ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. (087) 061-6891 ซึ่งเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้วย คุณทรงเดช บุญอุ้ม เจ้าของสวนพะยูง ร่วม 20,000 ต้น คุณทรงเดช เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรหลายแปลง รวมกันประมาณ 89 ไร่ มีอาชีพหลักคือ ทำการเกษ
กระทรวงเกษตรฯ มิติใหม่ ปลดหนี้สินเกษตรกรไทย เร่งยกร่างประกาศขึ้นทะเบียนหนุนปลูกไม้พะยูงสายพันธุ์ต่างประเทศเพื่อส่งออก ชี้ราคาแพงและอยู่นอกเหนือกฎควบคุมไม้ยืนต้น 58 ชนิด ที่กรมป่าไม้ควบคุมอยู่ ด้าน “หงมู่” เร่งตลาดกล้าไม้พะยูง พร้อมออกใบรับรองสุขอนามัยปลอดโรค ประเดิมปลูกที่ลำปาง 2 แสนต้น ภายในปีนี้ แหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมเป็นผู้กำกับดูแลการนำเข้าพันธุ์พืชจากต่างประเทศตาม พ.ร.บ. ควบคุมพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 กรมกำลังร่างระเบียบหรือประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนแปลงปลูกพืชอนุรักษ์ประเภทไม้ยืนต้นเพื่อการส่งออก อาทิ ไม้พะยูงสายพันธุ์จากต่างประเทศ และไม้ยืนต้นชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากไม้ยืนต้น 58 ชนิด ที่กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคุมอยู่ โดยได้ประชาพิจารณ์ไปเมื่อไม่นานมานี้ และผ่านคณะอนุกรรมการต่างๆ อีกหลายขั้นตอน คาดว่า ปี 2562 อธิบดีกรมวิชาการเกษตรจะเซ็นอนุมัติประกาศฉบับนี้ได้ และจะประชาสัมพันธ์เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นเหล่านี้ต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่ปลูกไม้พะยูงเพื่อการส่งออกต้องมาขึ้นทะเบียนที่กรมวิชาการ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค. นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอสำโรง จ.อุบลราชธานี พร้อม พ.ต.ท.รุ่งนิรันดร์ ทองเกษม รอง ผกก.สืบสวน สภ.สำโรง จ.อุบลราชธานี และ ร.ท.อาทิตย์ แก้วดี ผบ.หมวดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำจังหวัดอุบลราชธานี เข้าตรวจสอบบริเวณสระน้ำหลังบ้านร้าง ในหมู่บ้านหนองสิม ต.หนองไฮ อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่ามีกลุ่มลักลอบตัดไม้พะยูง นำไม้ที่ลักลอบตัดจากที่ต่างๆ มาซ่อน โดยทำไม้ให้จมไว้ในสระน้ำดังกล่าว สำหรับบ้านหลังดังกล่าว ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวห่างไกลจากหมู่บ้าน และอยู่ห่างจากถนนสายสำโรง-กันทรลักษ์ ประมาณ 500 เมตร ทราบชื่อเจ้าของคือ นางเสงี่ยม สานกอง ซึ่งได้ย้ายครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่ อ.ศรีเมืองใหม่ นานกว่า 10 ปี และทิ้งบ้านให้ร้างไม่มีคนอยู่อาศัย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหนองสิม ช่วยกันงมในสระน้ำขนาดกว้างประมาณ 100 ตารางวา ลึกประมาณ 1 เมตร ก็พบไม้พะยูงถูกตัดเป็นท่อน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 นิ้ว จำนวน 31 ท่อน และแปรรูปแล้วอีก 10 แผ่น คิดเป็นปริมาตรไม้ 2.91 ลูกบาศก์เมตร มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท จึงลำเลียงไม้ทั้งหมดขึ้นจาก
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนพร้อมนายขวัญชัย ดวงสถาพร กรรมการปฏิรูปฯ ได้เข้าร่วมสัมมนาโครงการรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จัดโดยกรมป่าไม้ เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เอกชนตามร่างแผนปฏิรูปด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากรป่าไม้และสอดคล้องกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น โดยประเด็นสำคัญที่มีการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 คือ จะปรับนิยามคำว่าป่าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีการควบคุมการตัดไม้เฉพาะต้นไม้ที่ขึ้นในป่าธรรมชาติ ถ้าปลูกต้นไม้นอกเขตพื้นที่ป่าถ้าจะตัดให้รับรองตนเองโดยใช้หลักฐานโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เอกชนในระยะยาว พร้อมทั้งจะมีการควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 โดยเข้มงวดมากขึ้นกว่ากฎหมายเดิม นายธีรภัทร กล่าวว่า นอกจากนั้นที่ประชุมเห็นว่าประชาชนสามารถตัดต้นไม้ที่ล้มลงหรืออาจ
