ไม้พุ่ม
เฮลิโคเนีย (Heliconia) เป็นไม้ที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำมาเป็นไม้ตัดดอกเพื่อปักแจกัน หรือถ้าต้องการที่จะปลูกให้เป็นไม้พุ่ม บางบ้านก็จะนำมาปลูกใส่กระถางตกแต่งบ้านเรือน หรือปลูกลงดินเป็นแนวรั้วตามกำแพง ดอกแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์และรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไป พร้อมทั้งมีสีสันที่สวยสะดุดตา การออกดอกมีตั้งแต่ช่อดอกตั้งหรือห้อยแล้วแต่ชนิด ด้วยความพิเศษนี้เอง คุณณรงค์ แช่มช้อย เกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้นำเฮลิโคเนียมาขยายพันธุ์จนมีมากกว่า 10 สายพันธุ์ สร้างเป็นสินค้าที่ส่งจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ
จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือที่มีการปลูกงาในช่วงฤดูหนาวขาย เพราะผู้คนนิยมนำไปประกอบอาหารและประกอบการทำขนมต่างๆ กิน เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะหน้าหนาว ชาวบ้านจะทำการปลูกงามน เพื่อนำออกจำหน่ายกันทั้งหมู่บ้าน โดยที่ชาวบ้าน ทุ่งป่าข่า หมู่ที่ 6 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ก็เป็นหมู่บ้านหนึ่ง ที่มีการปลูกงามน (ไม่ใช่งาดำหรืองาขาว) ซึ่งเป็นงาที่ใช้นำมาประกอบผสมทำเป็นขนมและนำมาตำคลุกข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนกิน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวนี้ เชื่อว่างามนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย งาขี้ม้อน ชื่อสามัญ Perilla ชื่อวิทยาศาสตร์ Perilla frutescens (L.) Britton (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ocimum frutescens L.) จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE) งาขี้ม้อน มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า งามน (แม่ฮ่องสอน), งาขี้ม้อน งาปุก (คนเมือง), แง (กาญจนบุรี), นอ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน, กะเหรี่ยงเชียงใหม่), น่อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ง้า (ลัวะ), งาเจียง (ลาว), งาม้อน เป็นต้น ลักษณะของงาขี้ม้อน ต้นงาขี้ม้อน จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุก มีความสูงของต้นประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง
ชื่อพฤกษศาสตร์ Leea rubra ชื่ออื่นๆ กะตังแดง (กรุงเทพฯ) กะตังบาย (ภาคกลาง) คะนางใบ (ตราด) ปกติ ผมเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูงไม่เกิน 3 เมตร ชาวบ้านพื้นเมืองเรียกผมว่า กะตังใบ แต่เดี๋ยวนี้มีฉายาใหม่รู้จักกันดีในนาม “ต้นสตางค์” เพราะเริ่มนิยมชมชอบ และต้องการนำไปปลูกกันมากโดยเฉพาะผู้ที่ชอบสะสมพรรณไม้มงคล เชื่อกันว่า เมื่อปลูกผมในบ้านแล้วจะนำโชคลาภมาให้เจ้าของบ้าน เป็นสิริมงคล ปลูกตรงประตูบ้าน เงินไหลมาเทมาเหมือนใบกะตังที่เจริญเป็นพุ่ม ใบดกเขียว และยังมีจุดเด่นที่ดอกสีแดงเข้ม ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาวและแน่น ออกดอกตลอดปีโดยเฉพาะหน้าฝน ช่อดอกจะดกมาก ผมมีเรื่องข้องใจอยู่ที่ว่า ชื่อผมนั้นฟังดูเป็นมงคล เหมือนเศรษฐีมีสตางค์ มีบางท้องถิ่นก็เรียกแปลกๆ มากโดยชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือ แต่ชอบใจที่แถวๆ จังหวัดตราด เรียกผมว่า “คะนางใบ” มีอยู่ท้องที่หนึ่งไม่ทราบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร คือจังหวัดนครราชสีมา เรียกผมว่า “ขี้หมาเปียก” ผมจึงงงเอามากๆ แต่นึกภูมิใจที่หลายท้องถิ่นก็เรียกชื่อผมตามลักษณะแปรผันของสีใบ คือถ้าใต้ใบสีแดงอมม่วง เขาก็เรียกกันว่า “ต้นสตางค์แบงค์ห้าร้อย” และสีใต้ใบของผมก็ยังมีทั้งสีที่เ
