ไม้ใบ
กล้วยแดงอินโด ต้นละ 10 ล้านบาท!! จะเกิดคำถามมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานแน่นอน ใครจะกล้าเชื่อ กล้วยหนึ่งต้นพร้อมหน่อลูกอีก 8 หน่อ จะทำเงินให้ได้ถึงปานนี้ ในฐานะที่ผมเองก็อยู่ในวงการนี้ รับรู้มาตลอดว่าสวนนี้มีกล้วยลายสวยๆ ทั้งนั้น แต่ละต้นเมื่อเปิดเสนอราคาก็สร้างความฮือฮาทุกครั้ง เรียกว่า ล้าน (อีก) แล้วจ้า เชื่อไหมครับว่า สถิติเปิดจองหน่อลูกราคาหน่อละ 2 ล้านบาท ระยะเวลาประมาณหนึ่งปีเศษ ตั้งแต่โควิดเริ่มอาละวาดสร้างคลัสเตอร์มากมายหลายจุดนั้น เศรษฐกิจทั่วโลกต่างซบเซา กิจการต่างๆ ปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอัตราคนว่างงานที่สูงขึ้นมาก แต่กลับมาเฟื่องฟูในกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มองเห็นโอกาสจากการที่ดารา หรือคนดังถ่ายภาพคู่กับไม้ด่างทั้งหลาย กระแสเกิดขึ้นเหมือนไฟโหม และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ ศัพท์ที่คนในวงการพูดถึงก็คือ ราคาขึ้นยานไปแล้ว หมายถึง ราคากระโดดไปกว่าเดิมไกลมากๆ ใครมีตอนนี้ก็หมายถึงลืมตาอ้าปากได้แน่นอน รู้ไหมครับว่าคนในวงการนี้ซื้อรถป้ายแดงแบบจ่ายสดกันเลยนะ ก็ดูเอาเถิด ขายกล้วยหน่อเดียวก็ราคาเกินล้านไปแล้ว ยังมีไม้ด่างต่างๆ บอนสี กระทั่งไม้สวยงามจากต่างประเทศนำเข้ามาขายก
บอนสีเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามโดดเด่นกว่าไม้ใบชนิดอื่นตรงที่บอนสีมีใบที่ให้สีสรรที่สดใส มีความหลากหลายของสีใบ ใบมีลวดลายงดงาม รูปทรงใบที่แตกต่างกัน และมีทั้งพันธุ์ใบเล็กและใบใหญ่ บอนสีเป็นไม้ใบที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ซึ่งได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ลูกผสมใหม่ๆ ขึ้นมา ในแต่ละปีที่มีการจัดประกวดบอนสี ช่วยให้ผู้เลี้ยงบอนสีปรับตัวเองด้วยการสร้างพันธุ์แปลกใหม่ขึ้น การทำเป็นการค้าสำหรับบอนสีถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใส่ใจพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ที่บอนสีจะพักตัวโดยทิ้งใบ ไม่สร้างใบใหม่ ใบเดิมเหี่ยวแห้งลง มีแต่กระถางปลูก เหลือแต่หัวใต้ดินเท่านั้น ทำให้ผู้เลี้ยงทั่วไปคิดว่าไม่ทนทาน ตายง่าย ไม่สวยงามเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ วิธีการเลี้ยงบอนสีให้มีใบตลอดปี โดยในช่วงฤดูหนาวต้องเลี้ยงบอนสีในตู้อบ วิธีง่ายๆ โดยใช้ไม้ระแนงมาต่อเป็นโครงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.50 เมตร ด้านบนทำเป็นหลังคาหน้าจั่วเพื่อป้องกันน้ำขัง ให้หลังคาสูงสัก 15-20 เซนติเมตร แล้วกรุด้วยพลาสติคใส จะได้ตู้อบบอนสีไว้พักเลี้ยงและไว้อบขยายพันธุ์บอนสีได้อย่างดี สำหรับบอนสีที่จะนำเลี้ยงในตู้อบ ต้องมีภาชนะใส่น้
เรื่องโควิด-19 ก็ว่ากันไป แต่ในช่วงที่โลกเหมือนสงบนิ่งนั้นก็ได้เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมารองรับอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ในวงการโลจิสติกส์ คนซื้อ-ขายกันทางออนไลน์ ดังนั้น คนรับ-ส่งของจึงเกิดขึ้นมาควบคู่กัน ราคาค่าบริการก็ต้องศึกษาให้ดีนะครับ มีถูก-แพงต่างกันไป อีกหนึ่งอาชีพที่ยังทำเงินกันได้แม้ในยุคนี้นั่นคือคนขายต้นไม้ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้สวยงาม กระทั่งพืชผักสวนครัวก็ขายได้ขายดีทั้งนั้น เหตุเพราะมีคนทำงานอยู่ที่บ้านกันมาก มีเวลาว่างมากก็ต้องมีอะไรทำ ในยุคหนึ่งจนมาถึงปัจจุบันที่ยังไม่ตกกระแสไปมากนักนั่นคือแค็กตัส หรือไม้ตระกูลกระบองเพชรทั้งหลาย ยังทำเงินให้ผู้ขายได้อย่างงดงาม หันไปทางวงการกล้วยไม้ที่อาจดูซบเซา แต่บางรายบอกว่ายอดขายไปเวียดนามในช่วงนี้ดีเหลือเกิน ไม่นับพระเอกตลอดกาล ทุเรียน ว่ากันว่าปีนี้ราคาก็ยังดีสม่ำเสมอแม้การส่งออกจะไม่สะดวกเท่าอดีต แต่ก็ไม่มีปัญหามากนัก นอกจากบางเรื่อง เช่น กำแพงภาษีระหว่างเมือง ซึ่งคงนอกประเด็นที่เราจะมาพูดคุยกัน วันนี้ผมมีเรื่องไม้ด่างมาบอกเล่าครับ ระยะเวลาปีกว่าๆ มานี้ วงการไม้ด่างคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน กระทั่งเกินล้านบาท ว่ากันว่าบางอย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aspidistra elatior Blume ชื่อวงศ์ CONVALLRIACEA สมญานาม Cast-iron-plant ชื่ออื่นๆ บัวดอย เฒ่าทิ้งไม้เท้า ปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้า เก่ยโคหล่า (กะเหรี่ยง) ปู่เพิ่งกลับจากเยี่ยมเหลนคนแรกซึ่งเกิดจากหลานคนโตที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ไกลนัก คือแค่นั่งรถไปเพียงงีบเดียว ตอนกลับบ้านเผลอลืมไม้เท้าไว้บ้านหลาน เพราะยกกระถางบัวขึ้นรถแล้วออกรถกลับทันที ดีใจที่ได้บัวสีที่ชอบและชื่อก็คล้ายๆ กับชื่อของปู่ ที่เขาเรียก “บัวดอย” เพียงแต่ปู่ไม่เคยไปอยู่บนดอยแค่นั้นเอง ด้วยไม่อยากได้ยินชื่อที่กะเหรี่ยงเรียกปู่เพราะออกเสียงยาก แต่ชอบใจที่ใครๆ เรียกชื่อ ซึ่งบอกความหมายเป็นเรื่องจริงที่ว่า “ลืมไม้เท้า” หรือ “ทิ้งไม้เท้า” เนื่องจากใครๆ รวมทั้งนักวิจัยศึกษาพบว่า สารสกัดที่ออกจากน้ำต้มก้านใบทั้งต้นที่ปิ้งไฟแล้วต้มดื่ม มีสรรพคุณจนไม่ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันเข่า และไม่ปวดหลัง ปวดเอว ปู่ได้ยินคำว่า “ไม้เท้า” แล้วทำให้คิดถึงตอนหนุ่มๆ ที่อยากมี “ไม้ตะพด” เหมือนที่เห็นในหนังนักเลงบ้านนอก คิดว่าถือแล้วเท่ แต่ปัจจุบันเห็นมีไม้เท้าที่เป็นประโยชน์จริงๆ ในสังคมตัวใครตัวมัน คือ “ไม้เท้าสีขาว” ที่เราเห็นคนตาบอดใช้คลำทาง ตามป
โกสน (Croton) เป็นพรรณไม้พุ่มยืนต้นที่มีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งบางต้นสามารถสูงได้ถึง 15 ฟุต หากปลูกเลี้ยงปล่อยให้สูงมากจนเกินไปจะสูงไม่งามตา โกสนเป็นพันธุ์ไม้ในเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ใบของโกสนมีด้วยกันหลากหลายสี เช่น เหลือง ส้ม ม่วง ขาว ชมพู คละปะปนอยู่ตามบนแผ่นใบ ซึ่งลักษณะของใบที่เกิดจะขึ้นอยู่กับการผสมของลูกผสมที่เกิดขึ้น ลักษณะใบจะแตกต่างกัน เช่น บางใบยาว ใบแฉก ใบกลม ใบขดเป็นเกลียว ใบป้อม ใบสองตอน หรือใบสั้น เป็นต้น โกสน เป็นพันธุ์ไม้ที่ผสมง่าย กลายพันธุ์ได้เร็ว ออกดอกเป็นพวงมีสีขาว ดอกออกติดกันเป็นพวงๆ ยาวประมาณ 6 นิ้ว ดอกมีลักษณะคล้ายดอกกระถิน คือเวลาที่ดอกบานเต็มที่จะเห็นเกสรตัวผู้เป็นเส้นฝอย จึงเป็นพรรณไม้ที่มีการผสมเกสรมากที่สุด ทำให้ผู้ปรับปรุงพันธุ์ต้องช่วยผสมเกสร เพื่อให้ได้มาซึ่งโกสนสายพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ซื้อ นอกจากนี้ หากไม่ต้องการพัฒนาพันธุ์ก็จะเน้นการขยายพันธุ์แบบง่ายๆ คือ วิธีการตอนและปักชำ เพราะโกสนเจริญเติบโตได้ง่ายหากดูแลรักษาดีๆ คุณประชา บุญยกิตานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 9/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนน
สับปะรดสีเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่กำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากใบและดอกมีสีสันสวยงาม ต้องการความชื้นปานกลางและต้องการน้ำในปริมาณที่น้อย ชอบแสงแดด อีกทั้งยังทนต่อสภาพอากาศร้อนในประเทศไทย ปัจจุบัน มีการนำเข้าสับปะรดสีหลากหลายสายพันธุ์จากต่างประเทศ และเพาะขยายพันธุ์มากขึ้น จนสามารถส่งออกไปขายยังประเทศจีน สำหรับสถานการณ์ด้านการตลาดของสับปะรดสีทั้งในประเทศและต่างประเทศกำลังขยายตัว เนื่องจากมีความสวยงามและมีสีสันหลากหลายทั้งสีของใบและสีของดอก เลี้ยงง่าย มีโรคและแมลงรบกวนน้อย และที่สำคัญคือมีอายุในการใช้งานประดับตกแต่งสถานที่ได้เป็นระยะเวลายาวนานจึงได้รับความนิยมนำมาใช้ในการตกแต่งสวนทั้งภายในอาคารและนอกอาคาร สับปะรดสีจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับเกษตรกรในการปลูกเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ภายใต้กำกับดูแลของกองขยายพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล็งเห็นโอกาสในการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีให้ผลิตและขยายพันธุ์สับปะรดสีในเชิงการค้า โดยมุ่งเน้นไปยังเกษตรกรที่มีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเดิม เช่น กลุ่
บอนสี เป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามโดดเด่นกว่าไม้ใบชนิดอื่นตรงที่บอนสีมีใบที่ให้สีสันที่สดใส มีความหลากหลายของสีใบ ใบมีลวดลายงดงาม รูปทรงใบที่แตกต่างกัน และมีทั้งพันธุ์ใบเล็กและใบใหญ่ บอนสี เป็นไม้ใบที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ซึ่งได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ลูกผสมใหม่ๆ ขึ้นมา ในแต่ละปีที่มีการจัดประกวดบอนสี ช่วยให้ผู้เลี้ยงบอนสีปรับตัวเองด้วยการสร้างพันธุ์แปลกใหม่ขึ้น การทำเป็นการค้าสำหรับบอนสีถือว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใส่ใจพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ที่บอนสีจะพักตัวโดยทิ้งใบ ไม่สร้างใบใหม่ ใบเดิมเหี่ยวแห้งลง มีแต่กระถางปลูก เหลือแต่หัวใต้ดินเท่านั้น ทำให้ผู้เลี้ยงทั่วไปคิดว่าไม่ทนทาน ตายง่าย ไม่สวยงามเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ วิธีการเลี้ยงบอนสีให้มีใบตลอดปี โดยในช่วงฤดูหนาวต้องเลี้ยงบอนสีในตู้อบ วิธีง่ายๆ โดยใช้ไม้ระแนงมาต่อเป็นโครงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.50 เมตร ด้านบนทำเป็นหลังคาหน้าจั่วเพื่อป้องกันน้ำขัง ให้หลังคาสูงสัก 15-20 เซนติเมตร แล้วกรุด้วยพลาสติกใส จะได้ตู้อบบอนสีไว้พักเลี้ยงและไว้อบขยายพันธุ์บอนสีได้อย่างดี สำหรับบอนสีที่จะนำเลี้ยงในตู้อบ ต้องมีภาชนะใส
