ไร่กาแฟ
รสชาติอันแสนนุ่มนวลละมุนลิ้นและกลิ่นอันหอมหวานที่แฝงไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เองที่ทำให้ “กาแฟขี้ชะมด” กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการอย่างสูงสุดในตลาดกาแฟทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเรา ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ธุรกิจกาแฟขี้ชะมดถูกนำเสนอในเชิงลบเนื่องจากฟาร์มแบบปิดเลี้ยงดูแบบทารุณกรรมสัตว์ บังคับให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ทานได้เพียงแค่ผลกาแฟจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและเจ็บป่วยล้มตายในที่สุด ทำให้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษอย่างเซลฟริดจ์สประกาศยกเลิกการจำหน่ายกาแฟขี้ชะมดที่ถูกส่งมาจากฟาร์มแบบปิด ทางสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ( WSPA ) จึงรณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อแต่กาแฟขี้ชะมดที่มาจากตามธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งเป็นนโยบายเดียวกับกาแฟขี้ชะมดแบรนด์ไทย อย่าง Blue gold ฟาร์มชะมดระบบเปิดรายใหญ่แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เลี้ยงดูชะมดในระบบนิเวศแบบเปิด ทำให้ชะมดใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ สามารถเลือกอาหารได้ด้วยตัวเอง ฟาร์ม Blue gold ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครพนม มีเนื้อที่ 100 ไร่ มีชะมด 300 ตัว เลี้ยงดูในฟาร์มระบบนิเวศแบบเปิด ไม่มีการกักขัง ชะมดสามารถเดินไปไหนมาไหนก็ได้ ปืนป่ายต้นไม้ตามใจชอบ สา
กาแฟรสชาติดีต้องมาจากสถานที่ดีด้วย แต่ความใส่ใจน่าจะเป็นหัวใจสำคัญในทุกกระบวนการผลิต บนพื้นที่กว่า 85 ไร่ บนดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นที่ตั้งของ “ไร่เนสกาแฟ” ยี่ห้อกาแฟดังที่คุ้นเคย บรรยากาศเย็นสบายในช่วงต้นปี มองเห็นต้นกาแฟเรียงรายกันเป็นระเบียบแบบขั้นบันไดมองดูแล้วสบายตา คณะผู้บริหารเนสกาแฟ อภิวัฒน์ อิริยาภิชาติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มธุรกิจเนสกาแฟพรีเมี่ยม และ สุจิน สุดสะอาด ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการผลิต กลุ่มธุรกิจกาแฟและครีมเทียม พาคณะสื่อมวลชนเดินชมไร่กาแฟ พาไปดูตั้งแต่กรรมวิธีการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันกว่าจะออกมาเป็นเมล็ดกาแฟที่หอมกรุ่นในแก้วว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ไร่เนสกาแฟที่ดอยตุงแห่งนี้ ใช้วิธีการปลูกแบบขั้นบันได ช่วยลดการกัดเซาะการพังทลายของหน้าดินได้เป็นอย่างดี วันนี้เรายังมีโอกาสได้เก็บเมล็ดกาแฟสด ๆ จากไร่ ก่อนอื่นทุกคนจะต้องสวมถุงมือให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันมดแมลงที่อยู่ตามต้นกาแฟ และใส่รองเท้าบูต เนื่องจากพื้นค่อนข้างชื้น และเพื่อความสะดวกในการเก็บมากขึ้น สำหรับวิธีการเก็บเมล็ดกาแฟ สามารถเก็บได้ตั้งแต่เมล็ดสีเหลืองจน
