ไวรัสโควิด
บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด มอบฟ้าทะลายโจร 20,000 แคปซูล พร้อมแอลกอฮอล์ 100 ลิตรให้กับสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน บรรเทาอาการโควิด 19 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด นำโดย นางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานกรรมการบริหาร และนายธนารัตน์ จิตต์พายัพ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีกฤษดา กฤตเมธานนท์ ที่ปรึกษาเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ทำการมอบฟ้าทะลายโจร จำนวน 20,000 แคปซูล และแอลกอฮอล์ 100 ลิตร ให้กับสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน เขตพญาไทย กรุงเทพฯ โดยมี ว่าที่นายกองเอก สมชาย เกียรติก้องแก้ว ผู้อำนวยการกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย และนายสิทธิพร คงหอม ผู้อำนวยการส่วนกำลังพลกองอาสารักษาดินแดน เป็นผู้รับมอบ นางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีการแพร่กระจายของเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสูงสุดอย่างต่อเนื่องทุกวัน จนเกิดวิกฤตเตียงรักษาในสถานพยาบาลไม่เพียงพอ ขณะที่ผู้ป่วยที่รู้ว่าตนเองติดเชื้อโค
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา รศ.ดร.ญาณิน โอภาสพัฒนกิจ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการปลูกผักแลกค่าเทอม พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทองเลียน บัวจูม รักษาการแทนรองอธิการบดี นายสุกิจ ติดชัย รักษาการผู้ช่วยอธิการบดี นายสมบูรณ์ ระดม ผู้อำนวยการสำนักฟาร์มฯ และ อาจารย์สุรชัย ศรีนรจันทร์ ผู้รับผิดชอบโครงการ เข้าดูพื้นที่แปลงเพาะปลูกและให้กำลังใจนักศึกษาในโครงการ ณ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัย (ฟาร์ม 900 ไร่) โครงการปลูกผักแลกค่าเทอม ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 ด้วยวัตถุประสงค์ต้องการให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ด้านการเกษตรกรรมให้กับนักศึกษาที่มีความสนใจ และเป็นการเพิ่มช่องทางการหารายได้ให้กับนักศึกษาระหว่างเรียน ทั้งนี้ในปีนี้ ได้มีการพัฒนาโครงการต่อยอดจากโครงการเดิม ประกอบด้วย ทั้งด้านการผลิตพืชผักสวนครัว ผลผลิตจากปศุสัตว์ ไก่ ปลา เป็นต้น มีการขยายพื้นที่และจัดสรรงบประมาณครอบคลุมทั้ง 3 วิทยาเขต ทั้งนี้ ในระยะเริ่มต้น กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด (COVID-19) ได้มีแนวคิดในการสร้างแหล่งอาหารโดยการปลูกผักสวนครัวกระถาง เพื่อจำหน่ายให้กับผู้คนในสังคมชุมชนเมื
นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และประธานคณะกรรมการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงผลกระทบผลผลิตผลไม้จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID -19) ว่า ตลาดหลักผลไม้ของไทยคือประเทศจีน แต่ยามนี้เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา แม้แต่ประเทศแถบยุโรปก็ส่งออกไปไม่ได้เหมือนกันเพราะสายการบินปิดการขนส่ง เกษตรกรมีความวิตกกังวลกับผลผลิตที่ออกมาในช่วงของเดือนมีนาคม คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ก่อนหน้านี้ลำไยได้รับผลกระทบไปแล้ว กอปรกับภัยแล้งจึงซ้ำเป็น 2 แรง โดยในขณะนี้เกษตรกรได้พยายามดูแลผลผลิตของตัวเองให้รอดจากภัยแล้งก่อน แล้วมองตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะการกระจายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดให้มากขึ้น รวมทั้งการใช้สถาบันเกษตรกร เช่น ระบบสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจแปลงใหญ่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การตลาดของกระทรวงมหาดไทย ต้องเร่งหารือให้เร็วที่สุด หากผลผลิตออกมาแล้วจะแก้ไขปัญหาไม่ทัน ส่วนตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นตลาดหลักเมื่อได้รับผลกระทบจะแก้ไขปัญหาได้ยาก แต่หากเตรียมความพร้อมในประเทศได้ก่อน ส่วนต่างหรือเกินจึงค่อยดำเนินการต่อ ส่วนเรื่องราคา
