AI
(ซินหัว) — คณะนักวิจัยของอิสราเอลเผยการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ที่สามารถตรวจจับความหิวของปลาได้ผ่านการวิเคราะห์เสียงที่ปลาส่งออกมาขณะกินอาหาร ซึ่งถือเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทีมวิจัยจากศูนย์การเพาะเลี้ยงในทะเลแห่งชาติ (NCM) ในเมืองเอลัตและสถาบันเทคโนโลยีของอิสราเอล ได้ฝึกฝนอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรให้สามารถระบุเสียงเฉพาะที่ปลากะพงทะเลส่งออกมาเวลากัดกินอาหารเม็ด และกรองเสียงรบกวนจากฟาร์มปลาออกไป ทำให้ระบบนี้สามารถตรวจสอบกิจกรรมการกินอาหารของปลาได้แบบเรียลไทม์ และประเมินได้ว่าปลาหิว อิ่ม หรือเครียด นักวิจัยระบุว่าการควบคุมการให้อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทว่าปัจจุบันฟาร์มปลาส่วนใหญ่มักอาศัยการประมาณการทั่วไปจากตารางน้ำหนักตัวและการให้อาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การให้อาหารที่มากเกินไป นับเป็นการเพิ่มต้นทุนและก่อมลพิษทางน้ำ ส่วนการให้อาหารน้อยเกินไปก็อาจทำให้ปลาเครียด เจริญเติบโตช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค แนวทางดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่ในวารสารคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ทางการเกษตร (Com
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Degree Plus สถาบันการเรียนรู้สำหรับผู้บริหารยุคใหม่ ในเครือ LEARN Corporation สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญกับหลักสูตร NEXUS AI (Network for Executive Xceleration & Unbounded Scale) รุ่นที่ 1 ที่มุ่งปั้นผู้นำไทยให้คิดและขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเชื่อมโลกนวัตกรรม Big Tech สู่การขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ของหลักสูตร ผู้บริหารจากหลากหลายอุตสาหกรรมได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คนครอบคลุมทั้งเรื่อง Machine Learning, NLP, Generative AI, AI Governance และ Cybersecurity รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจจริง อาทิ Healthcare, Retail, Agriculture และ Financial Services โดยเริ่มต้นจากหัวข้อ AI Thinking for Leaders เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ต่อยอดสู่แนวคิด Agentic AI ที่สามารถตัดสินใจและลงมือทำได้อย่างอิสระ พร้อมกิจกรรม “Bring Your Team Workshop” จัดโดย Skooldio ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation ในเครือ LEARN Corporation ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ลงมือทำจริง ในหัวข้อ AI for Marketing, HR, Sales และ Automatio
(ซินหัว) — “ทุเรียน” ลูกอวบอ้วน ณ เขตนิเวศวิทยาอวี้ไฉในเมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน ได้สะท้อนการยกระดับคุณภาพการเกษตรเขตร้อนของจีนผ่านการส่งเสริมปัจจัยต่างๆ ทั้งการสนับสนุนทางนโยบาย การสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยี และการบูรณาการอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้การเพาะปลูกทุเรียนเชิงอัจฉริยะในท้องถิ่นสามารถก้าวข้ามข้อจำกัด นำสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่เพาะต้นกล้า เพาะปลูก แปรรูป จัดจำหน่าย และอื่นๆ จีนนั้นครองตำแหน่งผู้นำเข้าและผู้บริโภคทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยข้อมูลสถิติศุลกากรจีนระบุว่าปริมาณการนำเข้าและส่งออกทุเรียนของจีนในปี 2015 รวมอยู่ที่ 2.98 แสนตัน แต่ตัวเลขดังกล่าวพุ่งทะยานขึ้นเป็น 1.55 ล้านตันในปี 2024 ซึ่งอุปสงค์ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมทุเรียนภายในประเทศที่มีอนาคตสดใส เมืองซานย่าและเขตนิเวศวิทยาอวี้ไฉได้ดำเนินนโยบายเงินอุดหนุน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการในการจัดหาต้นกล้า บ่มเพาะเทคโนโลยี และรับประกันยอดจำหน่าย เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกทุเรียนในท้องถิ่นจาก “ทดลองปลูก” สู่ “ป
กรุงเทพฯ, 26 กุมภาพันธ์ 2568 : นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงาน “ก้าวสู่อนาคตเกษตรกรรมไทย ผ่านงานวิจัยด้วย AI Chatbot” ณ ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น พลิกโฉมการเกษตรไทย เปิดตัวนวัตกรรม AI Chatbot “ตัวช่วยอัจฉริยะ” ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับการปลูกทุเรียนและมันสำปะหลังได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ ผ่านเครื่องมือสืบค้นงานวิจัยด้านการผลิตพืชของกรมวิชาการเกษตร ที่รวบรวมความรู้ งานวิจัย เกี่ยวกับทุเรียนและมันสำปะหลัง ไว้อย่างครบถ้วน ให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ และนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ จากสองชนิดพืชเศรษฐกิจอันดับต้นของประเทศ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาทในแต่ละชนิด นายรพีภัทร์ เปิดเผยว่า ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัล กรมวิชาการเกษตรพร้อมที่จะสนับสนุนบทบาทการนำดิจิทัลไปสู่งานวิจัย โดยกรมวิชาการเกษตรมีบทบาทสำคัญในเรื่องการวิจัยสินค้าเกษตรพืชพันธุ์ต่างๆ ซึ่งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุน ประกอบกับแผนการจัดการเทคโนโลยีของประเ
“เคยมองว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์ จึงเลือกมาเรียนสาย AI ซะเลย จะได้ไม่โดนแย่งงาน” เป็นคำตอบง่ายๆ ของน้องนิ้ง ถึงเหตุผลที่ทำให้ “CuddleCam: CCTV Security Project AI ตรวจจับอุบัติเหตุ การกระทําผิดกฎจราจร และแก้ปัญหารถติด” ผลงานทีม Teletubbies ของ 4 นักศึกษาสาว ชั้นปีที่ 2 สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ Muang Thong Hackathon 2024 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อกลางปี 2567 ที่ผ่านมา และโปรเจ็กต์ก็ยังได้รับการสนับสนุนเพื่อต่อยอดไปสู่การใช้จริงในเมืองทองธานีอีกด้วย น้องนิ้ง หรือ ชัญญาภัค ทรัพย์สวัสดิ์กุล นักศึกษาสาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ กล่าวว่า ที่ตนเองและเพื่อนๆ อีก 3 คน คือ ณัชณศา เลิศมหากูล (อายจัง) บัซลาอ์ ศิริพัธนะ (บัซ) และ นันท์นภัส นันทพรนิชา (ติ๊ก) เลือกหัวข้อนี้เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่อาศัยในเมืองทองจริงๆ “โจทย์ของทางเมืองทองในการประกวดครั้งนี้คือ การใช้ AI มาทำให้คุณภาพชีวิตของคนในเมืองทองดีขึ้น ซึ่งก่อนที่จะสมัคร ทางเราก็มีการเข้าไปดูข้อมูลปัญหาและ
ศาสตราจารย์ นายแพทย์จุมพล วิลาศรัศมี อาจารย์แพทย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงประสบการณ์ให้การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานว่า ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาแผลหายช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณเท้า จนบางรายเกิดอาการลุกลามจนถึงกับต้อง “ตัดเท้า” กลายเป็น “ผู้พิการ” ซึ่งการป้องกันสามารถทำได้โดยหมั่นพบแพทย์ เพื่อการวางแผนรักษาเสียตั้งแต่เนิ่นๆ เดิมวินิจฉัยโดยการใช้อุปกรณ์ปลายแหลมที่คล้ายเอ็นตกปลากดสัมผัสไล่ตามจุดรับแรงกดบริเวณเท้า เพื่อตรวจสอบความรู้สึกของผู้ป่วย ซึ่งอาจจะมีความคลาดเลื่อนได้สูง ปัจจุบันจึงได้มีการใช้”ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์” มาเป็นเครื่องมือช่วยในการวินิจฉัยและประเมินผล โดยเป็นผลงานที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ร่วมกับทีมงานของ รองศาสตราจารย์ ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สร้างสรรค์ขึ้น คว้า “รางวัลชนะเลิศ” First Prize Abstract and Presentation: A Novel Robotic Monofilament Test for Diabetic Neuropathy จากการประชุมโรคหลอดเลือดนานาชาติ 39th An
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สศก. ในฐานะนายทะเบียน ได้ดำเนินการรวบรวม และตรวจสอบความซ้ำซ้อนเกษตรกรจากหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนจำนวน 7 หน่วยงาน เพื่อจัดส่งรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่พฤษภาคม – กรกฎาคม 2563 รวมรายละ 15,000 บาท ซึ่งต่อมา ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม และ 22 กันยายน 2563 ให้ขยายระยะเวลาการจ่ายเงินตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่เอกสารทางบัญชีไม่สมบูรณ์ออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 เพื่อให้เกษตรกรได้รับสิทธิครบถ้วน ขณะนี้ ระยะเวลาการดำเนินโครงการได้สิ้นสุดแล้วตั้งแต่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยสรุปผลการช่วยเหลือเกษตรกร ตามโครงการฯ พบว่า ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรรวม 7,565,880 ราย เป็นเงิน 113,304.4 ล้านบาท (ข้อมูล ธ.ก.ส. ณ 7 ต.ค. 63) แต
