BCG Model
สวนส้มยอดดอย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอดภัยแนวคิดใหม่ โดยนำวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวสวนส้มเขียวหวานและวิถีชีวิตชนเผ่าม้ง มารวมกันและสื่อผ่านการดำเนินงานของ คุณพิทยา ว่างจิตเจริญ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด BCG Model โดยสำนักงานเกษตรอำเภอแม่ริมและสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขับเคลื่อนกับหน่วยงานภาคี เพื่อบูรณาการเชิงพื้นที่ให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอดภัย เพิ่มมูลค่าสินค้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชน เดิมครอบครัวประกอบอาชีพรับจ้างแรงงานเกษตร ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวไร่ ปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงสัตว์ และปลูกผักพื้นบ้านเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ได้ซื้อที่ดินเป็นของครอบครัว จำนวน 30 ไร่ และเปลี่ยนมาปลูกผักเพื่อการค้าและยังชีพ ภายหลังรายได้ไม่แน่นอนเนื่องจากภาวะการตลาดในช่วงนั้น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและราคาไม่แน่นอน ทำให้บางปีได้กำไรสูง บางปีขาดทุน จนต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินในหมู่บ้าน ทำให้เป็นหนี้พอกพูนขึ้น ต้องส่งสินค้าเกษตรเองไปที่ตลาดใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางเพื่อให้ได้ราคาสูงโ
จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 34.38 ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ที่นิยมปลูกส่วนใหญ่เป็น “พันธุ์ก้นจีบ” ที่มีลักษณะเด่นคือ ลูกใหญ่ ผลดก มีจำนวนทะลายมาก ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ เนื้อมะพร้าวนุ่ม มีรสชาติหวาน 7-10 องศาบริกซ์ หอมกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ปัจจุบันจังหวัดราชบุรีกลายเป็นพื้นที่นำร่องโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวจังหวัดราชบุรี รวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลการปลูกการตลาดมะพร้าวน้ำหอมให้ได้คุณภาพมาตรฐาน GAP จึงเป็นที่นิยมของผู้ซื้อทั้งในประเทศและส่งออก กลายเป็นสินค้าขายดี ครองแชมป์มูลค่าส่งออกสินค้า GI สูงสุดปี 2564 เอ็นซี โคโคนัท ราชบุรี ต้นแบบ BCG Value Chain คุณณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน เป็นลูกชาวสวน หลังจบการศึกษา ก้าวเข้าสู่อาชีพเกษตรทำสวนมะพร้าว บุกเบิกตลาดค้าส่งมะพร้าวน้ำหอมก่อนพลิกบทบาทเป็นนักธุรกิจเกษตรอย่างเต็มตัวและเป็นเจ้าของธุรกิจ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษา แนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลจากฟาร์มสุกรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยการนำผลพลอยได้จากบ่อบำบัดน้ำเสียแบบได้ก๊าซชีวภาพในฟาร์มสุกร ได้แก่ ก๊าซชีวภาพ กากตะกอน และน้ำเสียที่ผ่านการบำบัด กลับมาใช้ภายในฟาร์มรวมทั้งจำหน่ายสร้างรายได้เพิ่ม เพื่อมุ่งยกระดับฟาร์มเลี้ยงสุกรไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางของ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) หรือการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว ในการศึกษาครั้งนี้ สศก. ได้ทำการศึกษา เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขุนที่ได้มาตรฐานฟาร์ม GAP ที่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้ในการผลิตก๊าซชีวภาพ โดยเกษตรกรจะชำระล้างมูลสุกรผ่านท่อไปยังบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ซึ่งบ่อปิดคลุมด้วยพลาสติก ทำให้เกิดการผลิตก๊าซชีวภาพด้วยกระบวนการหมักแบบไร้ออกซิเจน ใช้ระยะเวลาในการหมักประมาณ 14-20 วัน จึงเกิดก๊าซ โดยเกษตรกรสามารถนำไปผ่านเครื่องปั่นไฟ เพื่อเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าและนำไปใช้กับพัดลมในฟาร์ม ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าพลังงานในฟาร์มลงได้ นอกจากนี้ กากตะกอ
เมื่อเร็วๆ นี้ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในการประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกษตรด้วย BCG Model แบบบูรณาการ ณ ห้องประชุม 7 ชั้น 5 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร ในการนี้ นายวินัย ลักษณะวิลาศ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต เกษตรอำเภอ และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกษตรด้วย BCG Model แบบบูรณาการ ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting เพื่อรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกษตรด้วย BCG Model และนำมาขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ต่อไป สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ 📲- Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งจะใช้เป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “โมเดลเศรษฐกิจ BCG” อันเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 ด้าน คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน มีการบูรณาการและการพัฒนาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วย BCG Model ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนาภาคการเกษตรสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง โดยการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ นำร่อง 5 จังหวัด คือ จังหวัดลำปาง ขอนแก่น ราชบุร
นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การเลี้ยงปูขาวเป็นอาชีพที่กำลังได้รับความสนใจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากเป็นสินค้าทางเลือกให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลรายย่อยที่ประสบปัญหาการขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้งทะเล หรือไม่มีเงินทุนในการเลี้ยงกุ้งทะเลได้หันมาสนใจการเลี้ยงปูขาวในบ่อดินเพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สศท.8 ได้ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงปูขาวแบบยั่งยืน ภายใต้กรอบโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการสำคัญภายใต้แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด โดยมี สำนักงานประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และได้มีการบูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับการเลี้ยงปูข
นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นนโยบายขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียวโดยมีเป้าหมายเพื่อ “ปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง” คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สศท.2 ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายภาคประชาสังคม ผ่านกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยส่งเสริมการผลิต ถ่านไบโอชาร์ (Biochar) หรือ ถ่านชีวภาพ จากวัสดุเหลือใช้ภายในสวนทุเรียน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สนับสนุนให้มีการใช้เศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสามารถลดปริมาณขยะที่เป็นปัญหาและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ภาพรวมการผลิ
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) ด้านการเกษตร ว่า จากที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 เห็นชอบให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ ปี 2564 เป็นต้นไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) ด้านการเกษตร โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พร้อมด้วยสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะกำหนดแนวทาง มาตรการ และกลไกการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ปี 2564-2570 ที่เกี่ยวข้อง
