FTA
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการส่งออกกุ้งในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านจึงเสนอให้ รัฐบาลหันมามองความเดือดร้อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ปัญหา “โรคกุ้ง” เป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วน เพื่อลดต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขัน ทางสมาคมเสนอให้ภาครัฐขยายตลาดส่งออกกุ้งไป จีน และ สหภาพยุโรป (EU) เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลัง “ครึ่งปีแรกสถานการณ์การส่งออกกุ้งของไทยในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเริ่มอยู่ในภาวะชะลอตัวแม้ว่ากุ้งไทยจะมีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพ เนื้อสัมผัสที่ดี รสชาติที่โดดเด่น และความปลอดภัยจากการไร้สารตกค้าง 100% ซึ่งมีการตรวจสอบทุกบ่อก่อนการจับ แต่ปัจจัยเรื่องราคา กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กุ้งไทยพ่ายแพ้ในเวทีโลก “ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งระบุว่า ปัจจุบันไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากราคาขายกุ้งไทยสูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างเอกวาดอร์และอินเดียถึงประมาณ 1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปอนด์ สาเหตุหลักไม่ได้มาจากเพียงแค่ความผันผวนของค่าเงิน แต่เกิดจากต้นทุนแฝงจากโรคกุ้งR
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าให้มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้นร่วมกัน โดยลงนามร่วมกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว นายสุรกิตติ ศรีกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการผลิตพืช กรมวิชาการเกษตร นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ นายณะที ไกรลพ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) ได้จัดตั้งขึ้น เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น โดย
