GAP
“พริก” จัดเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และมีปริมาณการบริโภคสูง ทั้งในทางการค้าปลีกในประเทศ ในเชิงอุตสาหกรรม และการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งนับเป็นตลาดส่งออกพริกสำคัญของไทย (ข้อมูลกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกพริกทั้งหมด 167,443 ไร่ มีผลผลิตทั้งสิ้น 283,515 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี หนึ่งในพริกที่ได้รับความนิยมคือ “พริกผลใหญ่” อย่าง “พริกหนุ่มเขียว” ปลูกกันมากในแถบภาคเหนืออย่างเชียงใหม่, น่าน และแพร่ (ข้อมูลการเพาะปลูกประจำปี 2562 จากกรมส่งเสริมการเกษตร) สำหรับจังหวัดแพร่นั้นมีแหล่งปลูกพริกใหญ่ที่สุดอยู่ใน “อ.หนองม่วงไข่” มีพื้นที่ปลูกกว่า 1,800 ไร่ โดยเกษตรกรที่นี่นิยมปลูกพริกกันมามากกว่า 30 ปีแล้ว จนปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐเข้าสู่โครงการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพและมาตรฐานการผลิตสู่ระบบเกษตรปลอดภัย (Good Agriculture Practices: GAP) ลดการใช้สารเคมี ด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ และการจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ หนึ่งในกำลังสำคัญของโครงการพริกแปลงใหญ่ อ.หนองม่วงไข่ ที่เราอยากพาไปรู้จักนั้นก็คือ คุณปรียา อุ
อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว จัดเป็นแหล่งผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออกอันดับต้นๆ ของจังหวัด มะม่วงที่สร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรกลุ่มนี้ คือ มะม่วงฟ้าลั่น มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เบอร์ 4 คุณกำพล กายสิทธิ์ รองประธานกลุ่มแม่บ้านทับประดู่ ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว เล่าถึงการทำงานของกลุ่มแม่บ้านทับประดู่ ว่า เน้นให้สมาชิกของทุกรายดำเนินการผลิต บำรุงรักษาภายใต้มาตรฐานของ GAP หรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นการตอกย้ำให้ผู้ส่งออกมะม่วงมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เปิดทางให้ผลผลิตทางการเกษตรประเภทนี้สามารถเดินทางสู่ตลาดทั่วโลกได้ ในแต่ละปี สมาชิกกลุ่มนี้สามารถผลิตได้ปีละ 1,000 ตัน และมีมูลค่าการตลาด ปีละ 20 ล้านบาท โดยสมาชิกจะมีรายได้ต่อฤดูกาลผลิต ต่อไร่ รายละ 40,000 บาท มีการปลูกต่ำสุดบนเนื้อที่ 15 ไร่และสูงสุด 50 ไร่ มีสมาชิกทั้งสิ้น 53 ราย โดยตลาดส่งออกมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทรับประทานดิบ มะม่วงฟ้าลั่น ส่งออกไปยังประเทศเวียดนามและกัมพูชา ส่วนประเภทรับประทานสุก ส่งออกไปยังเกาหลีและจีน สำหรับตลาดภายในประเทศมีจำหน่ายในร้าน
ตลาดผลไม้หลักของไทยที่ส่งไปตลาดจีนมีปริมาณมากถึง 80% ของผลผลิต ไทย-จีน แต่มีข้อตกลงปฏิบัติร่วมกัน ตั้งแต่ ปี 2544 ในการส่งผลไม้ 5 ชนิด คือ มะม่วง ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ และมังคุด คือ สวนเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และโรงคัดบรรจุผู้ส่งออกต้องผ่านมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) เพื่อให้ผลผลิตของไทยได้มาตรฐานสากล ซึ่งเพิ่งมีการตื่นตัวเมื่อปี 2561 และปี 2562 เพิ่มระเบียบใหม่ ให้ผู้ส่งออกต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงศุลกากรจีน DOA (Department Of Agriculture :DOA) ทำให้มีการตื่นตัวกันมากขึ้น คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี (สวพ.6) กรมวิชาการเกษตร ได้พยายามเร่งรัดตรวจและรับรองมาตรฐาน GAP และ GMP ในพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 เป็นต้นมา แต่จำนวนผู้ขอ GAP มีจำนวนมากกว่า 30,000 แปลง และโรงคัดบรรจุ 600 แห่ง เป้าหมายต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม 2563 เพื่อให้ทันฤดูกาลลำไย ทุเรียน มังคุด ที่ทำรายได้ปีละกว่าแสนล้านบาท เร่งสวนทำ GAP-ล้งท
คุณโรสนี ดอเลาะ เหรัญญิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวปลอดสารพิษ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า กลุ่มมีพื้นที่ปลูกข้าวพื้นเมืองของบุดี 300 กว่าไร่ 11 สายพันธุ์ แต่มี 2 สายพันธุ์ที่ผู้บริโภคตอบรับดีคือ พันธุ์หอมมือลอและพันธุ์เลือดปลาไหล โดยหอมมือลอ หุงแล้วมีกลิ่นหอม คล้ายข้าวหอมมะลิแต่กลิ่นจะอ่อนกว่า ส่วนเลือดปลาไหลคล้ายข้าวสังข์หยด แต่เมล็ดอวบและสั้นกว่า คุณโรสนี กล่าวว่า ในพื้นที่ปลูก 300 กว่าไร่นั้น ส่วนใหญ่เป็นการปลูกเพื่อกินในครัวเรือน จึงต้องขยายพื้นที่การปลูกไปยังหมู่บ้านอื่น โดยตั้งเป้าขยายให้ได้ 1,000 กว่าไร่ ในเวลา 3 ปี เพราะตอนนี้ผลผลิตไม่พอกับความต้องการของตลาด พร้อมกันนี้กำลังทำเรื่องขอเครื่องหมาย GAP คาดว่าน่าจะได้เครื่องหมายนี้ปีหน้า และยังทำเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์สารอาหารต่างๆ ซึ่งจากการที่ญาติผู้ป่วยนำข้าวหอมมือลอไปบดให้ผู้ป่วยกินทางสายยางปรากฏว่าอาการฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนข้าวเลือดปลาไหลนั้นมีวิตามินบีและแคลเซียมเยอะ อีกทั้งมีสารสีแดงช่วยชะลอความแก่ “ปีนี้ทางกลุ่มได้นำข้าวขายผ่านบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ลูกค้าสามารถสั่งซ
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี กรมวิชาการเกษตร ได้จัดประชุม “แนวทางการตรวจรับรอง แปลง GAP ภาคตะวันออก” ณ ห้องประชุมสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี ภายหลังไทย-จีน เห็นชอบให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลรายชื่อสวนและโรงคัดบรรจุผลไม้สด 5 ชนิด มะม่วง ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ และมังคุด จากไทยไปจีน และเริ่มบังคับใช้ระเบียบใหม่ ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ดังนั้น ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 สวพ.6 จึงเตรียมแผนเชิงรุกเพื่อให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และโรงคัดบรรจุผ่านมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ให้ทันฤดูกาลลำไยเดือนสิงหาคม-กันยายน และทุเรียน มังคุด เดือนมีนาคม ปี 2563 ปัญหา GAP… ยังทำได้เพียง 1 ใน 4 คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จันทบุรี กรมวิชาการเกษตร เล่าว่า การทำ GAP และ GMP ภาคตะวันออกมีความตื่นตัวมาก ตั้งแต่ ปี 2561 เมื่อมีปัญหาผลกระทบเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ภาคใต้ เกษตรกรไม่ได้ขึ้นทะเบียนมาตรฐาน GAP และโรงคัดบรรจุไม่มีมาตรฐาน GMP ลากต
ศรีสะเกษ, 21 พฤศจิกายน 2562 – บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมมือกับโรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเกษตรกรในโครงการพริกปลอดภัยกว่า 120 คน ส่งเสริมให้เกษตรกรตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง ณ โรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขานรับนโยบายการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบนวัตกรรมการเกษตรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างอย่างยั่งยืน เจียไต๋ได้ริเริ่มโครงการพริกปลอดภัย ในจังหวัดศรีสะเกษ โดยนำเทคโนโลยีการเพาะปลูก รวมถึงการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร หรือ Chia Tai Agronomist ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับเกษตรกร เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้เกิดผลผลิตพริกปลอดภัยที่ได้รับการรับรองตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) รวมถึงสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกพริกทั้งแง่ปริมาณและคุณภาพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในโครงการ ทั้งนี้ นโยบายการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) นอกจากจะให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตเพื่อได้ผลผลิตที่ปลอดภัยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการมีสุขอนามัยที่ดีของเกษตรกรด้วย เจียไต๋
กรมส่งเสริมการเกษตรหนุนเกษตรกรจังหวัดยะลาพัฒนาทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน GAP เน้นรวมกลุ่มแปลงใหญ่สร้างเครือข่ายเข้มแข็ง พร้อมกำหนดแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการทุเรียนทั้งระบบสร้างเสถียรภาพด้านราคาในภาคใต้ตอนล่าง ว่าที่ร้อยตรี สมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยในโอกาสเดินทางไปร่วมให้ข้อมูลและติดตาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจราชการโครงการทุเรียนคุณภาพและการบริหารจัดการทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ณ บริเวณตลาดกลางยางพารา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ว่า กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผล โดยส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินการผลิตตามมาตรฐานและยกระดับสู่การรับรอง (GAP) การพัฒนาคุณภาพผลผลิตสู่การส่งออก การรวมกลุ่มทำตลาดล่วงหน้า การยกระดับสินค้าเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์และเหมาะสมกับพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ วางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน สร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกรเพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการทุเรีย
วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 15.00 น. นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกียรติเป็นประธานเปิด “ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลาดเกษตรกรจังหวัดกระบี่” โดยมี พ.ต.ท.ม.ล. กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายนันธวัช เจริญวรรณ ปลัดจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรหน่วยงานท้องถิ่น ผู้แทนภาคเอกชน และสื่อมวลชนร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน มี นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ณ อาคารศูนย์บริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลาดเกษตรกรจังหวัดกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ “ตลาดเกษตรกร” เป็นหนึ่งในโครงการที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นให้ทุกจังหวัดมีสถานที่จำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรคุณภาพที่มีความปลอดภัยได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น GMP อย. ให้แก่ผู้บริโภค โดยเกษตรกรเป็นผู้จำหน่ายเอง มีผู้จัดการตลาดเกษตรกรเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดันและขับเคลื่อน ในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายของรัฐบา
พื้นที่ อ. ลาดหลุมแก้ว จ. ปทุมธานี แม้จะมีโรงงาน และโครงการที่พักอาศัยเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของประเทศ ข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าปีพ.ศ. 2558 มีอยู่กว่า 404,700 ไร่ หรือ 42% ของพื้นที่จังหวัดทั้งหมด โดยยังมีเกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนา และปลูกพืชสวนเป็นหลักอยู่ แต่เกือบทั้งหมดยังเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว มีการใช้สารเคมีสูง ทำให้ประสบปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิต และราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน เกษตรกรต้องไถกลบหรือถอนผลผลิตทิ้ง เนื่องจากไม่คุ้มทุนกับค่าแรงงานในการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ในช่วงที่สินค้าเกษตรมีภาวะตกต่ำ อีกทั้งการใช้สารเคมีไม่ถูกหลัก ส่งผลต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ที่สำคัญทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อทรัพยากรธรรมชาติ ผืนดิน และแหล่งน้ำ นายสมคิด พานทอง เกษตรกรในพื้นที่เจ้าของแปลงกระเพราป่ากว่า 15 ไร่ ที่วันนี้ได้พลิกฟื้นชีวิต หลังจากได้เข้าไปศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร กับบริษัท ซีพีแรม จำกัด โรงงานลาดหลุมแก้ว ใน ‘โครงการเรียนรู้คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืน’ ได้รับความรู้ในการปลูกพืชภายใต้ จีเอพี ( GAP : Good Agricult
