GI
นางสาวอุษา โทณผลิน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 3 อุดรธานี (สศท.3) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ สร้างรายได้ให้เกษตรกร และจังหวัดหลากหลายสินค้าด้วยกัน ซึ่ง “เนื้อโคขุนโพนยางคำ” เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในสินค้า GI ของจังหวัด ได้มีการพัฒนายกระดับการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เทคโนโลยีการจัดเก็บรวบรวมและแปรรูปสินค้า อุปกรณ์และเทคโนโลยีการยกขนสินค้า เทคโนโลยีการขนส่ง เทคโนโลยีการจัดการคลังสินค้า และเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับ ในปี 2564 จังหวัดสกลนคร (ข้อมูลของกรมปศุสัตว์) พบว่า เกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ พบการเลี้ยงมากที่สุดในอำเภอเมืองสกลนคร โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อรวมทั้งจังหวัด 43,830 ราย จำนวนโคเนื้อรวมทั้งจังหวัด 219,512 ตัว ประกอบด้วย โคพื้นเมือง 107,174 ตัว โคลูกผสม 106,634 ตัว โคขุน 3,835 ตัว และโคพันธุ์แท้ 1,869 ตัว โดยมี สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เป็นหน่วยส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ เริ่มดำเนินการปี 2523 ปัจจุบั
นางสาวศิริพร จูประจักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ส้มแก้ว” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมบริโภค ปัจจุบันพบปลูกในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ประกอบกับจังหวัดสมุทรสงครามได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และส่งเสริมส้มแก้วเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัด เพื่อพัฒนาสู่สินค้า GI ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการเกษตร (พ.ศ. 2561-2580) ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเกษตร อัตลักษณ์พื้นถิ่น นอกจากนี้ ส้มแก้วยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย อีกทั้งยังเป็นผลไม้มงคลตามความเชื่อและความนิยมของชาวไทยเชื้อสายจีนในการนำไปไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน สารทจีน และวันขึ้นปีใหม่ ด้านภาพรวมของสถานการณ์การผลิต (ข้อมูลจาก สศท.10 ณ กรกฎาคม 2565) พบว่า จังหวัดสมุทรสงคราม มีพื้นที่ปลูกรวม 60 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที เกษตรกรผู้ปลูก 36 ครัวเรือน ซึ่งส้มแก้วมีลักษณะคล้ายส้มโอผสมกับส้มเขียวหวาน คือ ผลกลมแป
นายนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “เงาะ” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถสร้างมูลค่าให้กับจังหวัดได้เป็นอย่างมาก ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นแหล่งผลิตเงาะ อันดับ 1 ของภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีแหล่งปลูกเงาะใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอบ้านนาสาร 20,168 ไร่ ร้อยละ 81 ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด ซึ่งปริมาณผลผลิตจะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ที่มีผลต่อการติดดอกออกผล โดยลักษณะเด่นของ “เงาะโรงเรียนนาสาร” ผลเงาะจะมีทรงค่อนข้างกลม ขนดก เปลือกบาง เนื้อแห้งไม่แฉะ รสชาติหอม หวาน เนื้อร่อนออกจากเมล็ดทำให้เป็นที่นิยมรับประทานและเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ และที่สำคัญเงาะโรงเรียน นาสารยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ (Geographical Indications หรือ GI) ตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบัน มีเกษตรกรที่ได้รับ (GI) 224 ราย รวมพื้นที่ปลูก 2,142 ไร่ จากการลงพื้นที่ของ สศท.8 เพื่อศึกษาการผลิตและการตลาดเงาะโรงเรียนนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้ร
นางสาวศิริพร จูประจักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศท.10) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวแหล่งใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ เกษตรกรในชุมชนมีอาชีพทำสวนมะพร้าว และแปรรูปมะพร้าวเป็นส่วนใหญ่ มะพร้าวนับเป็นสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ประกอบกับจังหวัดเร่งดำเนินการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน รวมถึงรักษามาตรฐานของสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงเตรียมผลักดันมะพร้าวพันธุ์ “นกคุ่ม” ซึ่งเป็นมะพร้าวพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอทับสะแก เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) และคาดว่าจะได้ขึ้นทะเบียน GI ในปี 2567 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานเกษตรอำเภอทับสะแก อยู่ระหว่างดำเนินการรวมกลุ่ม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และรวบรวมข้อมูลพื้นที่และเกษตรกรในการขอรับความคุ้มครอง จากการลงพื้นที่ของ สศท.10 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตมะพร้าวพันธุ์นกคุ่ม ในพื้นที่อำเภอทับสะแก พบว่า เกษตรกร ให้ความสนใจเพาะปลูกมากขึ้น เนื่องจากต้องการอนุรักษ์พันธุ์พื้นเมืองของอำเภอทับสะแกเพราะเป็นที่
