Money & Banking Awards 2020
นางณิชา อวยพรรุ่งรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ร่วมรับรางวัล Money & Banking Awards 2020 จาก นายสันติ วิริยะรังสฤษฏ์ ประธานบรรณาธิการวารสารการเงินธนาคาร โดย ธ.ก.ส. ได้รับรางวัลประเภทบู๊ธสวยงามยอดเยี่ยม (Best Design Excellence Award) ขนาดพื้นที่ 300-500 ตารางเมตร จากการจัดงาน Money Expo 2020 ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์การประชุมและ นิทรรศการไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
LATEST NEWS
นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ เกษตรกรดีเด่นด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ประจำปี 2569 จากจังหวัดกาญจนบุรี ต้นแบบการเพาะเลี้ยงกุ้งแคระสายพันธุ์ “Green Emerald” และ “Green Rili” ได้สำเร็จเป็นรายแรกในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาฟาร์มให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคนิค และวิธีการเพาะพันธุ์กุ้งแคระอย่างครบวงจร เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้สนใจ พร้อมเร่งขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายการเป็นผู้ผลิตกุ้งแคระสวยงาม อันดับ 1ของเอเชีย ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการยกระดับสัตว์น้ำสวยงามของไทยสู่สายตาโลกตามหลักมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อค้นหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานโดดเด่นด้านการเกษตร เพื่อยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันดีให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ตามข้อกำหนดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผ่านการคัดเลือกจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศจนได้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ด้านทุกสาขาภาคการเกษตร
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำโดย คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีกับ มร.เคมอล โชชิ ประธานบริษัท บริษัท ยันม่าร์ อะกริบิสสิเนส จำกัด และ มร.มาซาโทชิ ซูยามา ประธานบริษัท บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด ในงานเปิดตัว “ศูนย์เรียนรู้และประสบการณ์เกษตรยันม่าร์” หรือ “YANMAR Solution Experience Center” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ณ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ศูนย์ดังกล่าวอยู่ภายในพื้นที่เดียวกับ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ “ศูนย์เกษตรเจียไต๋” เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูก เทคโนโลยี เครื่องจักรกลการเกษตร และแนวทางการบริหารจัดการแปลง ช่วยให้เกษตรกรสามารถมองเห็นแนวทางการนำโซลูชันไปปรับใช้ได้จริงในพื้นที่เพาะปลูก ภายในศูนย์ มีการจัดแสดงการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรในทุกขั้นตอนการทำนา ควบคู่กับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ การให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขั
การเผาตอซังข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน รวมทั้งทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เป็นจำนวนมาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จึงได้วิจัยพัฒนา “BioD I วว.” กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายตอซังข้าว โดยใช้เวลาเพียง 7 วันในการทำให้ตอซังนิ่มและสามารถไถกลบได้ง่าย โดยไม่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของข้าวและไม่ทำลายระบบนิเวศ การเติมจุลินทรีย์ “BioD I วว.” ย่อยสลายตอซังข้าว ทำได้ง่ายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดรนในการฉีดพ่น ใช้ถังฉีดพ่น หรือละลายน้ำและขังน้ำไว้เพียง 7 วัน ก็จะสามารถทำให้ตอซังข้าวและฟางข้าวนุ่ม เปื่อยยุ่ย ไม่ติดล้อรถแล้ว ยังส่งผลให้น้ำในแปลงนาที่หมักด้วยจุลินทรีย์ชนิดนี้ จะมีสีฟางข้าว ไม่มีกลิ่นเหม็น โดยรวมจะใช้เวลาน้อยกว่าการขังน้ำโดยไม่มีการเติมจุลินทรีย์ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถเริ่มการทำนาได้เร็วขึ้นจากเดิม ปัจจุบันชาวนาในจังหวัดปทุมธานีกว่า 94% ทั้ง 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ลาดหลุมแก้ว อ.หนองเสือ อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา
สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ผนึกพันธมิตร 4 สมาคมด้านปศุสัตว์ แจงเหตุผลต้องนำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ช่วยลดต้นทุนภาคปศุสัตว์ ลด PM 2.5 ย้ำไม่กระทบเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ส่วนประเด็น GMO มีมาตรฐานใช้ทั่วโลกกว่า 30 ปี ไม่กระทบสุขภาพ สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย พร้อมพันธมิตร 4 สมาคมในภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์และประมง ร่วมแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย กล่าวว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีความจำเป็นด้วยเหตุผล 2 ประการ 1. เพื่อบรรเทาผลกระทบภาษีของสหรัฐฯ แม้ปัจจุบันศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก แต่ยังเป็นภัยคุกคามอยู่เนื่องจากสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% และเก็บสูงสุดได้ถึง 15% ไทยจึงมีความจำเป็นต้องเจรจาเปิดตลาดกับสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง 2. ภาคปศุสัตว์
