Zero Waste
ในยุคที่ “ของขึ้นราคา” ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง ต้นทุนการผลิตทะยานตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องและราคาสินค้าทุกประเภท ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเท่านั้น ตอนนี้กระทบมาหลายๆ อย่าง รวมไปถึง “พลาสติกและยางพารา” ที่เริ่มมีราคาพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลกที่ผันผวน เมื่อต้นทุนวัสดุพุ่งสูง สินค้าที่ทำจากพลาสติกและยาง ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ ท่อน้ำ พลาสติกคลุมดิน ถุงเพาะชำ หรือแม้แต่อะไหล่เครื่องจักร ก็ทยอยปรับราคาขึ้นตาม หากเรายังคงใช้จ่ายแบบเดิมๆ หรือดำเนินกิจการในรูปแบบเดิม โดยไม่ปรับตัว ทางรอดในยุคนี้คงเป็นเรื่องยาก ท่ามกลางวิกฤตที่ดูเหมือนไร้ทางออก แนวคิด “Zero Waste” หรือ “ขยะเหลือศูนย์” ไม่ใช่แค่เทรนด์รักษ์โลกที่ดูไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “อาวุธสำคัญสู้เงินเฟ้อ” และ “ทางรอดสำหรับธุรกิจและครัวเรือน” ในการบริหารจัดการต้นทุนและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า Zero Waste คือการ “กำจัดขยะทั้งหมด” แต่หัวใจสำคัญคือการ “ลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง” และ “การใช้ทร
“สมุทรสงคราม” จังหวัดที่เล็กที่สุดของประเทศไทย โดดเด่นในฐานะเมืองผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าว ลิ้นจี่ และส้มโอ แต่ยังมีของดีอีกอย่างหนึ่ง คือ “กล้วย” ที่มักถูกมองว่าเป็นเพียงพืชปลูกแซมไว้แก้ขัดในสวนผลไม้ ไม่มีมูลค่า หากขายไม่ได้ก็ตัดทิ้ง แต่สำหรับ นายศุภลักษณ์ บัวโรย ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านสบายใจ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม กล้วยเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้” ให้กับคนในชุมชน โดยพลิกฟื้นคุณค่ากล้วยสมุทรสงครามให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จนได้กลายเป็นต้นแบบธุรกิจชุมชนที่เติบโตอย่างเข้มแข็งด้วยพลังของ “ข้อมูล” และแนวคิด “ธุรกิจปันกัน” ที่ยั่งยืน จากจุดเริ่มต้นในปี 2557 ที่เปิดหน้าร้านขายผลไม้อบแห้งในตลาดน้ำอัมพวา นายศุภลักษณ์ก้าวสู่วงการธุรกิจแปรรูปกล้วยที่เชื่อมโยงเกษตรกรและชุมชน โดยจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนบ้านสบายใจ” ที่ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน ต้องเดินไปด้วยกันได้” ซึ่งไม่ได้มองเพียงผลกำไร แต่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยกล้วยพื้นถิ่น ส่วนสำคัญที่ทำให้วิสาหกิจชุมชนบ้านสบายใจแตกต่างจากผู้ประกอบการท
10 ปี เลมอนในเมืองไทย จากพืชทดลองสู่พืชทำเงิน จากจุดเริ่มต้นในปี 2558 “คุณอ้อย–ดรุณี วัฒน์นครบัญชา” เจ้าของสวนพสุธารา จ.ราชบุรี ทดลองปลูกเลมอนเพียงไม่กี่ต้น ก่อนขยายสู่สวนใหญ่กว่า 5,000 ต้น มีเลมอนมากกว่า 10 สายพันธุ์ ที่ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ไม่มีฤดูกาล จากผลผลิตที่เคยถูกทิ้ง สู่การสร้างแบรนด์เชื่อมโยงตลาดผลสด การแปรรูป น้ำมันหอมระเหย และผลิตภัณฑ์สุขภาพ วันนี้พสุธาราไม่ได้เป็นเพียงสวนเกษตร แต่คือ “รางวัลชีวิต” ของคุณอ้อย ที่เปลี่ยนจากการต่อสู้กับโรค SLE มาสร้างวิถีชีวิตที่บริสุทธิ์ และต้นแบบเกษตรยั่งยืน Zero Waste อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ “พสุธารา” ปลูกเลมอนอินทรีย์ครบวงจร ที่เปลี่ยนชีวิตเกษตรกรไทย สู่ธุรกิจมูลค่าสูง
ถั่วลายเสือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสายพันธุ์ที่กำลังได้รับความสนใจ มีจุดเด่นด้านรสชาติ เมล็ดใหญ่ และคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่เอื้อประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากปลูกในพื้นที่หุบเขา มีดินอุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้น “White Tiger” แบรนด์ที่นำถั่วลายเสือมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปนมสดพร้อมดื่ม นมอัดเม็ดและโยเกิร์ตพาวเดอร์ (yogurt powder) สร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการเสริมสร้างโปรตีน ตอบโจทย์อาหาร Plant-Based พร้อมกับแตกไลน์ผลิตของใช้ อาทิ น้ำมันถั่วลายเสือ หรือแม้กระทั่งผลิตภาชนะจาน ชามจากเปลือกถั่ว สร้างมูลค่าเพิ่มแทนการทำลาย คุณฐานันต์ แก้วดิษฐ์ หรือ คุณหยอง เจ้าของผลิตภัณฑ์ บอกเล่าเรื่องราวที่มาของธุรกิจว่า เป็นคนพิษณุโลก ส่วนแฟนเป็นคนแม่ฮ่องสอน ไปเจอกันที่เชียงใหม่ ชวนกันลาออกจากงานประจำแล้วเดินทางเข้าสู่อาชีพเกษตรกรรมด้วยการปลูกผักเมืองหนาวขายที่แม่ฮ่องสอน เสริมรายได้ด้วยการทำเสื้อยืด ช่วงเวลานั้นเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer ทำให้รู้จักเพื่อนสายเกษตรมากมายหลายสาขา มีอยู่คนหนึ่งปลูกถั่
ด้วยรสชาติที่หอมหวาน ความกรอบที่ลงตัว ทำให้ “สับปะรดภูแล” เป็นสินค้า GI ของจังหวัดเชียงรายที่มียอดสั่งซื้อจากประเทศจีนทั้งในรูปของผลสด ผลปอกเปลือกหรือตัดแต่งก่อนส่งออกติดต่อกันทุกปี จนทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกสับปะรดชนิดนี้ในจังหวัดเชียงรายมากกว่า 5 หมื่นไร่ มีผลผลิตมากกว่าหนึ่งแสนตันต่อปี อย่างไรก็ตาม การผลิตสับปะรดภูแลมีวัสดุเศษเหลือเป็นจำนวนมากซึ่งมีศักยภาพในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งกระบวนการผลิตสับปะรดในขั้นตอนต่างๆ ต้องคำนึงถึงการปลดปล่อยคาร์บอนเนื่องมาจากข้อกำหนดการนำเข้าสินค้าของต่างประเทศ รวมถึงผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “ฉลากคาร์บอน” (Carbon Label) มากยิ่งขึ้น ดังนั้น การวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากของวัสดุเศษเหลือในกระบวนการผลิตและเพื่อให้ได้ตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์สับปะรดภูแลโดยวิธีการเก็บข้อมูลและโดยวิธีการใช้ภาพถ่ายทางอากาศ คือสิ่งสำคัญที่จะให้ทำให้สับปะรดภูแลของจังหวัดเชียงราย คงศักยภาพในการแข่งขันในตลาดประเทศจีนรวมถึงในประเทศอื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของโครงการการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าวัสดุเศษเหลือและการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์
“Cello-gum” (เซลโลกัม) นวัตกรรมจากเศษวุ้นมะพร้าวเหลือทิ้ง สู่วัตถุดิบอาหารพันล้าน ผลงานของ ศ.ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ นักวิจัยจากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาฯ Cello-gum (เซลโลกัม) ผลิตภัณฑ์ที่มาจากความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจุฬาฯ กับบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร อย่าง อำพลฟู้ดส์ ที่แปรเศษวุ้นมะพร้าวเหลือทิ้งนับเป็นตันๆ ต่อวัน ให้กลายเป็นสารเติมแต่ง ประสิทธิภาพสูง ที่นำกลับมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ลดการนำเข้าสารเติมแต่งที่ประเทศไทยต้องจ่ายปีละกว่าหมื่นล้านบาท! ทีมนักวิจัยมั่นใจ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะเป็นโมเดลให้กับการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ที่จะเพิ่มมูลค่าเศษเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร เพื่อสังคม Zero Waste – ที่จะไม่มีอะไรเหลือทิ้งให้ถูกกำจัดด้วยการเผาอีกต่อไป “Cello-gum” คืออะไร เซลโลกัม คือผลิตภัณฑ์นาโนเซลลูโลสจากวุ้นมะพร้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศ เศษวุ้นมะพร้าวที่เหลือทิ้งเป็นขยะจากกระบวนการผลิตวุ้นมะพร้าว ถูกดัดแปลงให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้เป็นสารเติมแต่งในอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ศ.ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ ผู้อ
Zero Waste เป็นแนวคิดในการที่จะทำให้ไม่เกิดของเหลือหรือทำให้เกิดของเหลือน้อยที่สุดในกระบวนการผลิต แล้วจึงนำส่วนที่เหลือ ไม่สามารถใช้ประโยชน์แล้วไปกำจัด เริ่มมีการนำมาใช้ในช่วง ค.ศ. 1970 ในภาคอุตสาหกรรม ด้วยการแลกเปลี่ยนหรือขายของเหลือดังกล่าวให้กับโรงงานหรือสถานประกอบการอื่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ทำให้ของเหลือเหล่านั้นมีจำนวนน้อยลงไปอีกด้วย ประชากรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความต้องการในเรื่องต่างๆ ที่มากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมจึงมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันภาคการเกษตรที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมนุษย์ ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองเข้ามาใช้พื้นที่แทนเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะมีการรุกคืบหน้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ในการทำการเกษตรมีน้อยลง อีกทั้งทรัพยากรที่จะนำมาใช้สำหรับการทำเกษตรกรรมก็ยังถูกแบ่งไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง เช่น ทรัพยากรน้ำ เป็นต้น การจัดการทรัพยากรทางด้านการเกษตรจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการรุกเข้ามาของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง รวมถึงการที่จะต้องปรับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด การปรับลดการใช้ทร
วันที่ 18 กันยายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช.ประกอบด้วย รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ นายธานินทร์ ผะเอม และ นายสมบูรณ์ วงศ์กาด พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมผลสำเร็จของการดำเนินงานของโครงการวิจัย เรื่อง โครงการ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (เปลือกโกโก้) ของเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในพื้นที่จังหวัดตาก ภายใต้โครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community Based Research : CBR) สร้างกลไกการใช้คนในท้องถิ่นในการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายวิจัย และยกระดับผลิตภัณฑ์ ที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย นางสวาท ไพศาลศิริทรัพย์ หัวหน้าโครงการวิจัย จาก วิทยาลัยชุมชนตาก คณะทีมนักวิจัย พร้อมด้วย นางสาวพรรณทิพย์ ชัยชนะ กรรมการสภาวิทยาลัยตาก ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์การเรียนรู้ทางภาษาด้วยตนเอง จังหวัดตาก นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจั
วช. หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี ด้วยกลไก Zero Waste แปรรูปขยะเป็นสินทรัพย์กับต้นแบบผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงแปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้ง ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งยากแก่การกำจัดมาเป็นวัตถุดิบราคาสูงในอุตสาหกรรมเวชสำอาง ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกหอยแมลงภู่รายใหญ่ของโลก ทำให้มีปริมาณเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลหลายหมื่นตันต่อปี และด้วยเปลือกหอยแมลงภู่ต้องกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบไม่สามารถเผาทำลายได้ ทำให้ปัจจุบันมีเปลือกหอยแมลงภู่จำนวนมากถูกทิ้งในพื้นที่สาธารณะ สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาสุขภาพ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงสนับสนุนทุนวิจัย ปีงบประมาณ 2565 ให้กับโครงการ “ต้นแบบผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงแปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้ง” เพื่อพัฒนาวิธีการแปรูปเปลือกหอยแมลงภู่ ให้เป็นสินค้านวัตกรรม ที่นำเอกลักษณ์และสมบัติเฉพาะของแคลเซียมคาร์บอเนตเปลือกหอยแมลงภู่ มาใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร ประดับ ตกแต่ง และเครื่อง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG วิจัยและพัฒนาแมลงเป็นแหล่งโปรตีนเสริมอาหารให้สัตว์ โดยใช้กากมันสำปะหลัง by product จากโรงงานไบโอ เอทานอลเป็นวัตถุดิบร่วมในกระบวนการผลิตตามหลักการ Zero Waste ลดการใช้สารปฏิชีวนะในการผลิตสัตว์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านแมลงร่วมวิจัยระดับนานาชาติกับประเทศสเปน ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ ในโครงการแหล่งอาหารจากแมลงเพื่อเสริมการขาดสารอาหารในพื้นที่เปราะปาง โดยสามารถคว้ารางวัล WAITRO Innovation Award 2021 ซึ่งเป็นเวทีประกวดไอเดียนวัตกรรมภายใต้ธีม Food Security and Sustainable Agriculture ศ. (วิจัย) ดร. ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ในอนาคตพื้นที่การผลิตอาหารของโลกมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ความต้องการอาหารมากขึ้น เนื่องจากประชากรโลกมีอายุยืนขึ้น นวัตกรรมด้านอาหารจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งมีหลายหน่วยงานคาดการณ์ถึงเทรนด์อาหารแห่งอนาคตของโลก โดยเฉพาะโปรตีนจากแมลง (Insect-based Protein) และพืช (Pla
