
เมื่อเร็วๆ นี้ นางพิมพา ดวงประชา รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เข้าร่วมประชุมฯ ซึ่งมีการชี้แจงงานเร่งด่วน ได้แก่ สถานการณ์การระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง การประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวให้แก่เกษตรอำเภอทุกอำเภอ สำหรับนำไปมอบให้เกษตรกรที่มีลงทะเบียนขอรับเมล็ดพันธุ์ (รอบแรก) ต่อไป ซึ่งจังหวัดปราจีนบุรี มีผู้เข้าร่วมขอรับเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัว รอบแรก (ลำดับการขอรับฯ ที่ 1-200,000) จำนวน 1,232 ราย และรอบที่ 2 (ลำดับการขอรับฯ ที่ 200,001-300,000) จำนวน 452 ราย
MOST POPULAR
ในสวนหรือพื้นที่เกษตรหลังจากการตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือกำจัดวัชพืช มักมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ซังข้าวโพด เปลือกผลไม้ หรือเศษพืชต่างๆ หลายพื้นที่เลือกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดควันและมลพิษทางอากาศ อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือนและฟาร์ม คือการนำเศษวัสดุเหล่านี้มาผ่านกระบวนการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการให้ความร้อนกับวัสดุชีวมวลในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เพื่อเปลี่ยนวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็น ถ่านชีวภาพ หรือ Biochar ถ่านชีวภาพไม่ได้เป็นเพียง “ถ่าน” ที่นำมาเผาแล้วใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในดิน และเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ได้ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถเริ่มต้นจากวัสดุที่มีอยู่ในสวน ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบใหม่ และสามารถทำในระดับเล็กเพื่อทดลองกับแปลงของตัวเองก่อนได้ Biochar หรือถ่านชีวภาพ คือวัสดุคาร์บอนที่ได้จา
คุณศิริวัฒน์ ศรีสระคู อายุ 65 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง อาชีพปลูกสวนป่า อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพง อําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (087) 947-0812 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน ในปี 2538 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากสํานักงานป่าไม้ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาส่งเสริมให้มีการปลูกป่าในที่ดินของตนเอง จึงได้ตัดสินใจปลูกไม้ประดู่ซึ่งเป็นไม้ถิ่นเดิม จํานวน 28 ไร่ โดย มีการศึกษาหาความรู้พลิกฟื้นผืนไร่เป็นสวนป่าและไม้ผล มีการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับไม้ผลและพืชเกษตร เช่น – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันปานกลาง – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันสั้น ได้แก่ วิธีเจาะบ่อน้ำบาดาลมาใช้ในสวนป่า สวนผลไม้ และพืช ไม้ยูคาลิปตัส – ไม้ผล ได้แก่ มะม่วง – พืชเกษตร ได้แก่ กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ มีการนํานวัตกรรมมาใช้ในสวนป่า โดยการระหว่างรอผลผลิตจากไม้สวนป่าที่ปลูก โดยการใช้ใบเลื่อยกลมแบบประยุกต์ติดตั้งกับเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่มาประยุกต์ใช้ในการทําไม้ออก สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการทําไม้ออกได้เป็นอย่างดี มีการบริหารจัดการระบบน
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้งเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทานม
หลายคนมีความฝันอยากเป็นนายตัวเอง ที่ไม่ต้องทำงานประจำไปจนถึงวัยเกษียณ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร มีเวลาอิสระ หนึ่งในนั้นเขาประสบความสำเร็จจาก ‘ธุรกิจการเกษตร’ ที่ เริ่มต้นจากศูนย์ โดยอดีตเขาเป็นหนุ่มวิศวะที่กลับมาพลิกโฉมพื้นที่ 2 ไร่ของตัวเอง ด้วยแนวคิด ‘ผู้ประกอบการในการทำเกษตร’ ที่จะสร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด คุณพันธ์-คำพันธ์ แก้วมา เจ้าของ สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม จุดเริ่มต้นมาจากอยากมีธุรกิจที่เป็นของตัวเอง คุณพันธ์มีความคิดแรกเริ่มว่า ตนเองมีที่ดินแต่เป็นต้นทุนพื้นฐาน แต่จะทำอย่างไงให้ก่อเกิดรายได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กลับไปพัฒนาที่ดินและผันตัวทำเกษตรตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่มีการจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งเป็นบ่อกักเก็บน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ 30 เปอร์เซ็นต์ และที่อยู่อาศัย 10 เปอร์เซ็นต์ ใน 1 พื้นที่ จุดเริ่มต้นของ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม” คุณพันธ์ เล่าว่า “ผมมองตัวผมเป็นผู้ประกอบการ โดยเอาแนวคิดของผู้ประกอบการมาใช้ ผมไม่ได้เป็นเกษตรกรแต่อาชีพที่ทำอิงมาจากเกษตรกร โดยผมคิดเหมือนคนญี่ปุ่นเวลาที่ทำเกษตร ป
