Related Posts
กรมส่งเสริมการเกษตร ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีกระแสข่าวและการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและขอคุ้มครองพันธุ์กะเพรา จนเกิดความเข้าใจว่า “กะเพราถูกเอกชนจดคุ้มครอง” และอาจทำให้ผู้ปลูกหรือผู้จำหน่ายกะเพราทั่วไปมีความผิดนั้น ไม่เป็นความจริงในลักษณะที่มีการเผยแพร่และเข้าใจกันในวงกว้าง โดยการคุ้มครองพันธุ์พืชดังกล่าวเป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาขึ้นใหม่ และมีการยื่นขอรับการคุ้มครองตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทย นายกฤษ อุตตมะเวทิน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันมีการยื่นขอจดทะเบียนและขอรับการคุ้มครองพันธุ์กะเพราที่เป็นพันธุ์ใหม่ จำนวน 4 พันธุ์ กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ จึงเข้าสู่กระบวนการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เพื่อให้พันธุ์พืชที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย โดยการคุ้มครองดังกล่าว เป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ที่ระบุไว้เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ากะเพราทั้งหมดในประเทศไทยจะกลายเป็นพันธุ์ของเอกชนหรือถูกผูกขาดการใช้ประโ
กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยกว่า 300 ล้านผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สำหรับฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์หลังน้ำลด พร้อมยืดเวลาชำระหนี้ระยะสั้นออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมสั่งการสหกรณ์จังหวัดเร่งสำรวจข้อมูลกลุ่มสหกรณ์และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ ภายใน 30 ตุลาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือเยียวยา นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติและการให้ความช่วยเหลือในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.) โดยการสนับสนุนและฟื้นฟูอาชีพแก่สมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ จำนวน 17 จังหวัดตามข้อมูลรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ล่าสุด ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสภาพคล่องในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทั้งในส่วนของสหกรณ์และสมาชิก “สำหรับการช่วยเหลือสหกรณ์และสมาชิก สหกรณ์สามารถยื่นคำร้องขอผ่อนผันขยายเวลาชำระหนี้ได้ และกรณีที่ให้สมาชิกกู้ยืมสหกรณ์ก็ต้องขยายเวลาการชำระหนี้ให้กับสมาชิกเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับที่ได้รับอนุมัติกา
พลิกวิกฤตเป็นโอกาสของคุณพ่อศิริ โดยก่อนหน้านี้คุณพ่อศิริมีปัญหาทางด้านสุขภาพ ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ แต่เมื่อคุณพ่อศิริได้ทานสมุนไพรมะม่วงหาว มะนาวโห่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จนอาการดีขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นรวบรวมสายพันธุ์นำมาปลูกที่สมุทรสงคราม จนกลายเป็นธุรกิจครบวงจรของเกษตรกรยุคใหม่ เป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตร คุณทสม์ เจริญช่าง เจ้าของสวนมะนาวโห่ลุงศิริ ต่อจากรุ่นคุณพ่อ คุณทสม์ เล่าว่า “ถ้ามองย้อนไปในช่วง 12 ปีก่อน ขณะที่คุณทสม์ยังศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจอยู่นั้น ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงใช้สวนมะนาวโห่ของคุณพ่อเป็นกรณีศึกษา จึงได้เริ่มปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสวนของครอบครัวพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และปลูกมะม่วงหาว มะนาวโห่ แบบเกษตรอินทรีย์ บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม “Advertiser” ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อว่า “มะม่วงหาว มะนาวโห่” เรียกได้ว่ามีหลากหลายชื่อเลยทีเดียว บางคนก็เรียกว่า “หนามแดง” บ้างก็เรียกว่า “มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่” ซึ่งหลายๆ คน
ในยุคที่ความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นประเด็นสำคัญ หลายคนเริ่มหันมาปลูกผักกินเองมากขึ้น ทั้งเพื่อสุขภาพ ความปลอดภัย และลดรายจ่ายในครัวเรือน หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ การปลูกผักในภาชนะเหลือใช้ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า “แปลงผัก D.I.Y.” ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ที่บ้าน ไม่ว่าจะมีพื้นที่มากหรือน้อยก็ตาม การปลูกผักในภาชนะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัดหรืออยากเริ่มต้นทำเกษตรในบ้าน การเลือกภาชนะให้เหมาะสมกับพืชและพื้นที่ที่เรามีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะภาชนะที่ดีไม่เพียงช่วยให้ผักเติบโตได้ดี แต่ยังเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ของเราอีกด้วย มาดูกันว่ามีภาชนะประเภทไหนบ้างที่เหมาะกับการปลูกผัก และข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบคืออะไร เคล็ดลับการเลือกภาชนะ การเลือกภาชนะสำหรับปลูกผักเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี และทำให้การดูแลสะดวกขึ้น การเลือกภาชนะที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ดังนี้ 1. ขนาดของภาชนะ สำคัญมาก ภาชนะต้องมีขนาดเหมาะสมกับชนิดพืช ผักรากตื้น เช่น ผักสลัด กะเพรา ใช้กระถางตื้นหรือเล็กก็เพียงพอ ผักรากลึก เช่น มะเขือเทศ แครอท ควรเลือกภาชนะลึกและใหญ่ 2. การ
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ประธานเปิดงาน “เทศกาลข้าวประณีต (KHAOPRANEAT Fair 2026)” เปิดเผยว่า ตามนโยบายท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่มุ่งยกระดับข้าวไทยอันเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศและเป็นแหล่งรายได้ของเกษตรกรจำนวนมาก โดยนำจุดแข็งด้านความหลากหลายของสายพันธุ์ ภูมิปัญญาการผลิต และเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาสร้างความแตกต่าง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้แนวคิด “ข้าวประณีต“ ปัจจุบันเราเผชิญกับความท้าทายทั้งภาคการผลิต และการตลาดข้าวโลก ที่มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยตลาดให้ความสำคัญไม่เพียงราคาและปริมาณ แต่รวมถึงคุณภาพ มาตรฐาน ความยั่งยืน และความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค ขณะที่เกษตรกรไทยยังเผชิญต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่อไร่มีข้อจำกัด และความผันผวนของสภาพอากาศ กระทรวงพาณิชย์จึงมุ่งเพิ่มมูลค่าข้าวไทย จึงได้ดำเนินโครงการ ข้าวประณีต และได้รวบรวมนำมาแสดงในงานครั้งนี้ โดยเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้าวไทยที่มีความหลากหลาย ทั้งสายพันธุ์ กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประ
ในช่วงที่ผ่านมาประเด็นการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรากลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ หลายคนกังวลว่า ต่อไปคนไทยจะปลูกกะเพราไม่ได้ หรือเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนหรือไม่ สิ่งที่ทำให้สังคมคลายความกังวลใจ เมื่อหลายภาคส่วนออกมายืนยันตรงกันว่า กะเพราพันธุ์ดั้งเดิมที่คนไทยปลูกกันอยู่ทั่วไป ยังคงปลูก กิน และขายได้ตามปกติ การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ไม่ได้หมายความว่าใครคนหนึ่งจะเป็นเจ้าของกะเพราทั้งหมด จดทะเบียนคุ้มครองสิทธิกะเพรา ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของกะเพราทุกพันธุ์ นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า การพัฒนาพันธุ์พืชเป็นเรื่องปกติในประเทศที่มีเทคโนโลยีการเกษตรก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ หรือแม้แต่จีน ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับการวิจัยพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยสามารถช่วยให้ได้พืชที่ให้ผลผลิตดีขึ้น ต้านทานโรค ทนต่อสภาพอากาศ มีคุณภาพสม่ำเสมอ และเหมาะกับความต้องการของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นครัวของโลก นอกจากนี้ นายวิเศษได้ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา รวมถึงความร่วม
