กรุงเทพฯ 6 ธันวาคม 2566 – เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัท เจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ 2567 ด้วยชุดของขวัญแสนพิเศษ ส่งมอบฟาร์มสุขภาพดีให้คนที่คุณรักและห่วงใย ในรูปแบบกระเช้าของขวัญ โดยสามารถเลือกจัดชุดได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผลิตผลสดๆ จากฟาร์ม อาทิ เมล่อนมรกต เนื้อหวานกลิ่นหอมชวนติดใจ, ฟักทองมินิบอล เนื้อแน่น หวาน ฟักทองลูกเล็กแต่ความอร่อยไม่เล็ก และ ฟักทองบัตเตอร์นัท รสชาติหวานมัน เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ รวมถึงเมล็ดพันธุ์ผัก เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ และวัสดุปลูก ครบครันเรื่องฟาร์มสุขภาพดีที่ใครได้รับต้องประทับใจ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ร้านเจียไต๋ ฟาร์ม อีทเทอรี่ สุขุมวิท 60 หรือทาง Line @chiataifarm Facebook: https://www.facebook.com/ChiaTaiFarmTH และโทร. 089-139-6170
MOST POPULAR
ทุกวันนี้ ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เน้นดูแลสุขภาพเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ ในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 34,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปรับปริมาณสารอาหารให้เหมาะสมกับวัยและโรค เช่น ลดไขมัน ลดน้ำตาล ลดโซเดียม และเป็นอาหารที่ปรุงง่าย เคี้ยวง่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวและกลืน นอกจากนี้ กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ประเภทนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์, นมพร่องมันเนย, น้ำผลไม้สกัดเย็น รวมทั้ง น้ำสมุนไพร เช่น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูม น้ำอัญชัน น้ำขิง น้ำตะไคร้ ฯลฯ ก็เป็นเครื่องดื่มทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มผู้สูงวัยเช่นเดียวกัน วิธีเพิ่มมูลค่า “ ตะไคร้ ” หากใครปลูกตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้าน ขอแนะนำวิธีเพิ่มมูลค่า ตะไคร้พืชสวนครัว สู่ชาดอกไม้บาน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่เหมาะสำหรับเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นผลงานของ นางสาวเสาวลักษณ์ ผ่านสุวรรณ และ นางสาวกนกกานต์ บุญประสพ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ใน
หลายคนมีความฝันอยากเป็นนายตัวเอง ที่ไม่ต้องทำงานประจำไปจนถึงวัยเกษียณ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร มีเวลาอิสระ หนึ่งในนั้นเขาประสบความสำเร็จจาก ‘ธุรกิจการเกษตร’ ที่ เริ่มต้นจากศูนย์ โดยอดีตเขาเป็นหนุ่มวิศวะที่กลับมาพลิกโฉมพื้นที่ 2 ไร่ของตัวเอง ด้วยแนวคิด ‘ผู้ประกอบการในการทำเกษตร’ ที่จะสร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด คุณพันธ์-คำพันธ์ แก้วมา เจ้าของ สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม จุดเริ่มต้นมาจากอยากมีธุรกิจที่เป็นของตัวเอง คุณพันธ์มีความคิดแรกเริ่มว่า ตนเองมีที่ดินแต่เป็นต้นทุนพื้นฐาน แต่จะทำอย่างไงให้ก่อเกิดรายได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กลับไปพัฒนาที่ดินและผันตัวทำเกษตรตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่มีการจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งเป็นบ่อกักเก็บน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ 30 เปอร์เซ็นต์ และที่อยู่อาศัย 10 เปอร์เซ็นต์ ใน 1 พื้นที่ จุดเริ่มต้นของ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม” คุณพันธ์ เล่าว่า “ผมมองตัวผมเป็นผู้ประกอบการ โดยเอาแนวคิดของผู้ประกอบการมาใช้ ผมไม่ได้เป็นเกษตรกรแต่อาชีพที่ทำอิงมาจากเกษตรกร โดยผมคิดเหมือนคนญี่ปุ่นเวลาที่ทำเกษตร ป
ในสวนหรือพื้นที่เกษตรหลังจากการตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือกำจัดวัชพืช มักมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ซังข้าวโพด เปลือกผลไม้ หรือเศษพืชต่างๆ หลายพื้นที่เลือกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดควันและมลพิษทางอากาศ อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือนและฟาร์ม คือการนำเศษวัสดุเหล่านี้มาผ่านกระบวนการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการให้ความร้อนกับวัสดุชีวมวลในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เพื่อเปลี่ยนวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็น ถ่านชีวภาพ หรือ Biochar ถ่านชีวภาพไม่ได้เป็นเพียง “ถ่าน” ที่นำมาเผาแล้วใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในดิน และเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ได้ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถเริ่มต้นจากวัสดุที่มีอยู่ในสวน ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบใหม่ และสามารถทำในระดับเล็กเพื่อทดลองกับแปลงของตัวเองก่อนได้ Biochar หรือถ่านชีวภาพ คือวัสดุคาร์บอนที่ได้จา
โดยทั่วไป วานิลลาถูกมองว่าเป็นพืชที่ให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นเหมาะสม เช่น พื้นที่สูงในภาคเหนือ หรือบางพื้นที่ของภาคอีสาน เนื่องจากการออกดอกของวานิลลามักได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศที่เย็นลงในบางช่วงของปี ทำให้หลายคนมองว่าพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่แหล่งปลูกวานิลลาที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันนี้ได้เริ่มมีการปลูกวานิลลาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคใต้แล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีอดีตข้าราชการวัยเกษียณเป็นผู้บุกเบิกทดลองปลูกมานานกว่า 3 ปี หลังศึกษาสายพันธุ์และปรับวิธีการจัดการแปลงให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่สวนวานิลลาแห่งนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเชิงการค้า โดยคาดการณ์ผลผลิตไว้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผลผลิตในรอบแรก ขณะเดียวกันเจ้าของสวนได้วางแผนด้านการตลาดล่วงหน้า ทั้งการหาช่องทางจำหน่ายและการต่อยอดช่องทางสร้างรายได้ที่หลากหลาย เพื่อรองรับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวานิลลาในฐานะพืชมูลค่าสูงที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ปลูกใหม่ๆ ได้ หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม พี่ยา-ตรียา กลิ่นสุคนธ์ อดีตข้าราชการวัยเ
