ลักษณะประจำพันธุ์ ลำต้นตั้งตรง รูปของใบแคบยาว ขนาดใบย่อย (กว้างxยาว) 5.7×116 เซนติเมตร ความยาวทาง 526 เซนติเมตร ก้านทาง (กว้างxยาวxหนา) 8.7x137x4.6 เซนติเมตร รอบโคนต้น 155 เซนติเมตร ก้านทางสีเขียวและน้ำตาลแกมเขียว จั่นมีความยาว 87 เซนติเมตร กาบหุ้มจั่นมีสีเขียวและน้ำตาลแกมเขียว ระยะเวลาเริ่มออกจั่น 29 เดือน หลังปลูก ระยะเวลาที่จำนวนต้นออกจั่นครบ 50 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนต้นที่ปลูกคือ 37 เดือน เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุด จำนวน 3,378 ผล ต่อไร่ (เฉลี่ย 3 ปีแรก)
แหล่งที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร โทรศัพท์ 077-556-073
MOST POPULAR
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน ลงนามความร่วมมือ 5 ปี นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยจัดการดินให้เกษตรกรไทย ความร่วมมือครั้งนี้เอาความรู้เรื่องดินของกรมพัฒนาที่ดินที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่จริง มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี “ถ่านชีวภาพ” หรือไบโอชาร์ ของศูนย์เอ็มเทค เป้าหมายคือทำให้เกษตรกรมีเครื่องมือและข้อมูลใช้ตัดสินใจปรับปรุงดินได้แม่นยำขึ้น ไม่ใช่แค่งานวิจัยที่อยู่ในห้องแล็บ สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและเป็นประโยชน์กับเกษตรกร เริ่มจากการพัฒนาฐานข้อมูล “Biochar Index” ที่จะบอกคุณสมบัติและวิธีใช้ไบโอชาร์ให้เหมาะกับดินแต่ละแบบ ช่วยให้เกษตรกรเลือกใช้ได้ตรงจุด ไม่เสียของ ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์ดิน หรือ Soil Test Kit แบบใช้งานง่าย ให้เกษตรกรหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสภาพดินเบื้องต้นได้เอง ไม่ต้องรอส่งแล็บ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พัฒนาวิธีประเมินความอุดมสมบูรณ์และความมีชีวิตของดินให้เหมาะกับบริบทไทย และศูนย์ไบโอเทค จะเข้ามาร
“สังคมรักสุขภาพ” กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ ที่มีภาพสะท้อนชัดจากพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการหันมาตื่นตัวกับการออกกำลังกาย ตั้งแต่ยุคเต้นแอโรบิก งานวิ่งมาราธอน มาจนถึงกีฬาความท้าทายสูงอย่าง HYROX แต่แค่ขยับร่างกายอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะปัจจัยหลักของสุขภาพที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “อาหาร” ในยุคที่เราพูดถึง Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ คำถามคือ…ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะตั้งคำถามกับสิ่งที่กินเข้าไปทุกวันเพราะต่อให้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน ก็ไม่อาจวิ่งไล่ทันจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากสารเคมีสะสมในอาหารได้ นี่คือจุดเปลี่ยนชีวิตของ Mr.Sho Oga (โช โอกะ) ผู้ที่เคยทำงานดูแลผู้ป่วยหนักในออสเตรเลียและอยู่ในวงการเครื่องมือแพทย์มานานถึง 19 ปี เขาเห็นผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกวันจนตระหนักได้ว่า การป้องกันก่อนป่วย คือคำตอบเดียวที่ยั่งยืน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจผันตัวมาเป็นเกษตรกรออร์แกนิกในประเทศไทย เพื่อสร้างอาหารที่เป็น “ยารักษาชีวิต” อย่างแท้จริง คุณโช โอกะ ย้อนเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะหันมาจับงานเกษตรออร์แกนิกอย่างเต็มตัว ย้อนไปเมื่อราวๆ 30 ปีก่อน เขาเค
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเวลาไปซื้อปลาสลิด มักไม่ค่อยเห็นหัวปลา บางคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาปลาสลิดเป็นยังไง เหตุผลก็คือหัวของปลาสลิดไม่มีเนื้อ และแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต่างจากปลาช่อนที่หัวมีทั้งแก้มและคาง แต่ถึงแม้หัวของปลาสลิดจะไม่มีเนื้อแต่ก็มีประโยชน์กว่าการนำไปทิ้งให้ศูนย์เปล่า ด้วยการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใส่สวน กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดีมากอีกทางหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ถือว่าใช้ทุกส่วนได้คุ้มค่ามากๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกคนมาทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาสลิด สูตรเด็ดนี้ได้มาจาก คุณพ่อวีระ รุ่งแสง เจ้าของปลาสลิดเกษตรพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลาสลิดแห่งบ้านแพ้ว สำหรับใครที่มีสวนครัวเล็กๆ หรือสวนไม้ผล ก็สามารถนำน้ำหมักนี้ไปรดพืชให้เจริญเติบโตได้เร็ว รับรองว่าสวนของคุณจะเขียวชอุ่ม งามสะพรั่งแน่นอน อุปกรณ์ หัวปลาสลิด หรือเศษปลาสลิด 1 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตร จุลินทรีย์ EM 100 มิลลิลิตร ขั้นตอนการทำ หั่นหัวปลาสลิดหรือเศษปลาสลิดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้หมักได้ง่าย ผสมกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ EM ลงในน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน ใส่เศษปลาสลิดลงไปในน้ำที่ผสมแล้ว คนให้ส่
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานและนวัตกรรมเกษตร บ้านราษฎร์พัฒนา หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมี นายวีระศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินระดับจังหวัด ประจำปี 2568 สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานและผู้ก่อตั้ง มีเป้าหมายสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำการเกษตรผสมผสาน การใช้นวัตกรรมทางการเกษตร โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในภาวะที่ภาคเกษตรต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง และความท้าทายหลายด้าน เกษตรผสมผสานจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปี สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ลดรายจ่ายภายในครัวเรือนและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก นายวีระศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ บอกเล่าว่า ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานและนวัตกรรมเกษตร ได้พัฒนาจากสวนยางพารา บนพื้นที่ 12 ไร่ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นเกษตรผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มรายได้ แบ่งเป็น 1. แปลงเรียนรู้การทำสวนยางพาราอย่างยั่งยืน พื้นที่ 6 ไร่ ประกอบด้วย จุดเรียนรู้การปลูกพืชร่วมยาง ได้แก่ ผักเหลียง สละอินโด กาแฟอาราบิก้า โกโก้ ไผ่ข้าวหลามกาบแดงไม้เศรษฐกิจ และพืชสมุนไพร เช่น ดาหลา พริกไทย
