News เทคนิคเกษตร

“Upcycling foam” เปลี่ยนขยะโฟมให้มีคุณค่า สู่วัสดุมวลเบา ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ขยะโฟม หรือโพลีสไตรีน (Polystyrene) เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยากต่อการย่อยสลาย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว ด้วยคุณสมบัติน้ำหนักเบาแต่ทนทาน ทำให้โฟมถูกใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการบรรจุภัณฑ์อย่างแพร่หลาย แต่เมื่อหมดอายุการใช้งาน โฟมกลับกลายเป็นขยะที่สร้างมลพิษสะสมในสิ่งแวดล้อม

เปลี่ยนขยะโฟมให้มีคุณค่า ด้วยแนวคิด Upcycling

Upcycling คือ กระบวนการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบที่มีคุณค่ามากขึ้น และหนึ่งในแนวทางที่กำลังได้รับความสนใจคือการนำขยะโฟมมาแปรรูปเป็นวัสดุมวลเบา เช่น กระถางต้นไม้ บล็อกก่อสร้าง และแผ่นฉนวนกันความร้อน วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะที่ยากต่อการย่อยสลาย แต่ยังช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ที่มาและแนวคิดของสิ่งประดิษฐ์

จากทีมนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว ด.ช.วุฒิชัย จันทร์ส่งแสง ด.ช.ศุภสัณห์ ละเอียด และอาจารย์ที่ปรึกษา 2 ท่านด้วยกัน ได้แก่ นายบุญส่ง ทวีทรัพย์ และนางสาวสุภาพร คำแหง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยลดปัญหาขยะโฟม โดยนำมาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตกระถางปูน นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดมลพิษจากขยะโฟม แต่ยังเป็นทางเลือกใหม่ในภาคการเกษตร รองรับการเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับ อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

สำหรับอุปกรณ์ในการทำ “กระถางปูน”


  1. ปูนเท
  2. เม็ดโฟม (บดเอง)
  3. แกลบ
  4. สว่าน
  5. น้ำยาเคลือบเงากันซึม
  6. สีฝุ่น
  7. แม่พิมพ์กระถาง
  8. แปรงทาสี
  9. ยาแนว
  10. สีทองอะคริลิค

กระบวนการเปลี่ยนขยะโฟมเป็นวัสดุมวลเบา

  1. บดโฟมด้วยเครื่องบดที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง
  2. เทส่วนผสมปูนโฟม และแกลบลงใปในภาชนะผสมในอัตราส่วน 2:3:1 และไล่สีฝุ่น
  3. กวนส่วนผสมให้เข้ากัน จนสามารถปั้นเป็นก้อนได้
  4. ทาน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว ให้ทั่วแม่พิมพ์ เพื่อให้ง่ายต่อการถอดแม่พิมพ์ออกจากชิ้นงาน
  5. ค่อยๆ เทส่วนผสมไปยังแม่พิมพ์ รอบๆ จนเต็ม
  6. ปรับระดับ เพื่อให้ฐานกระถางเรียบ และได้ฉากจากนั้นรอให้ปูนแข็งตัว
  7. ค่อยๆ ถอดกระถางออกจากพิมพ์
  8. ทาน้ำยาเคลือบเงาเพื่อป้องกันซึมของน้ำ และทายาแนวเพื่อกันการรั่วซึม
  9. เจาะรูที่ก้นกระถาง และทาสีทองที่ขอบกระถาง

จุดเด่นของนวัตกรรมชิ้นนี้

1. การนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่า : โครงงานสิ่งประดิษฐ์นี้แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้ที่ทำลายระบบนิเวศ ย่อยสลายยาก เผาทำลายก็เป็นมลพิษ ต่อโลกอย่างขยะโฟมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์

2. การผสมผสานวัสดุ : การนำโฟมมาผสมกับปูนโดยมีแกลบเป็นตัวช่วยประสาน ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติพิเศษ ทั้งความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก ต่างจากงานเซรามิกและงานปูนทรายทั่วไป อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การนำไปใช้ประโยชน์

  • ด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม
  1. การจัดการขยะ : ช่วยแก้ปัญหาขยะโฟมที่เป็นปัญหาเรื้อรัง โดยนำวัสดุที่ยากต่อการย่อยสลายมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์

2. ลดมลพิษ : การลดปริมาณขยะโฟมที่ถูกทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาการปนเปื้อนของดิน น้ำ และอากาศจากสารเคมีที่อยู่ในโฟม

3. ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน : การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

  • ด้านนวัตกรรมการเกษตร

1. ลดต้นทุนการผลิต : กระถางต้นไม้ที่ผลิตจากขยะโฟมมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่ากระถางทั่วไป ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้

2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต : กระถางที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง ช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการต้นไม้ได้ง่ายขึ้น

ในวันนักประดิษฐ์ 2568 ที่ผ่านมา ในการประกวด “I New Gen Junior Award 2025” โดยผู้ชนะใน กลุ่มเรื่องเกษตรและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นวัตกรรม “Upcycling foam ชีวิตใหม่ของขยะโฟม” จากโรงเรียนอนุบาลคลองท่อม ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 จังหวัดกระบี่ ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง (Gold Medal)

ก้าวต่อไปของการพัฒนา

ปัจจุบันหลายองค์กรและนักวิจัยกำลังพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ในการนำโฟมกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การใช้โฟมเป็นฉนวนกันความร้อนในอาคาร หรือการพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งในอนาคตแนวคิด Upcycling Foam อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทางออกสำคัญในการจัดการขยะและสร้างโลกที่ยั่งยืน

ขยะโฟมที่เคยเป็นปัญหาใหญ่ของสิ่งแวดล้อม สามารถกลายเป็นวัสดุใหม่ที่มีคุณค่าได้ผ่านกระบวนการ Upcycling ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน การเปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Related Posts