นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซักซ้อมทำความเข้าใจโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกที่เป็นลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง โดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 เมย. 68 ได้กำหนดเงื่อนไขและแนวทางปฎิบัติ ในการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ของ 4 แบงค์รัฐไว้ดังนี้
1. เห็นชอบให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ตามมติ ครม. 11 ธ.ค. 67 ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฯ ถูกต้องครบถ้วนแล้ว และเป็นหนี้ NPL ภายในวันที่ 30 พ.ย.67 2. เห็นชอบให้ธนาคารของรัฐทั้ง 4 แห่ง คิดดอกเบี้ยและเบิกจ่ายเงินชดเชย เงินต้นครึ่งหลัง ที่พักไว้ทั้งจำนวนของเกษตรกร จำนวน 16,794 ราย และที่แจ้งเพิ่มเติมภายหลังที่ได้รับสิทธิ ตามมติ ครม. 11 ธ.ค.67 ได้ถึง 30 พ.ย. 67 ทั้งนี้ให้ธนาคารของรัฐ 4 แห่งควบคุมกรอบวงเงินที่ได้รับจัดสรร โดยไม่เกินกรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น จำนวน 15,481,657,199.77 บาท ตามที่ ครม. อนุมัติไว้ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.66

และ 3.เห็นชอบให้ขยายเวลาการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.68 โดยระยะเวลาดำเนินโครงการสิ้นสุดลงภายใน 150 วัน นับจากวันที่ ครม. มีมติ ทั้งนี้ ต้องเป็นเกษตรกรที่ได้รับสิทธิตามมติ ครม. 22 มี.ค.65 และ 11 ธ.ค.67 ที่มาแสดงความประสงค์ ภายในวันที่ 21 มี.ค.68 โดยสำนักงานสาขาจังหวัดต้องประสานให้เกษตรกรสมาชิกที่มีรายชื่อในโครงการส่งเอกสารให้เจ้าหนี้ภายใน 120 วัน ไม่เกินวันที่ 5 ส.ค. 68 และให้เจ้าหนี้ทำสัญญาให้เสร็จภายใน 150 วัน ไม่เกินวันที่ 5 ก.ย. 68

นอกจากนี้วันที่ 16-22 ก.ค.2568 เจ้าหนี้จะนำรายชื่อเกษตรกรที่ทำสัญญาค้างไว้ในระบบ 815 ราย มาทำให้เสร็จ และในวันที่ 23 ก.ค. จะเปิดระบบให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำสัญญาทั้งหมดกว่า 22,000 ราย มายื่นเอกสารรายงานตัวและทำสัญญาในรายที่มีความพร้อมครบถ้วนก่อนตามลำดับ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดระบบในวันที่ 23 ก.ค.68 จึงแจ้งให้สำนักงานสาขาจังหวัดทั่วประเทศประสานเกษตรกร เพื่อนำส่งเอกสารประกอบการทำสัญญานำส่งเจ้าหนี้โดยเร็ว เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและนัดทำสัญญาต่อไป
