News

Vitafoods Asia 2026 สะท้อนศักยภาพ “นิวตราซูติคอลไทย” โตต่อเนื่อง 800 บริษัทจากทั่วโลกบุกตลาดเอเชีย ชูไทยฐานผลิต – นวัตกรรม – ส่งออกผลิตภัณฑ์สุขภาพ


ปิดฉากอย่างคึกคักสำหรับ Vitafoods Asia 2026 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้าน Nutraceutical ระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ ฮอลล์ 1 – 3 และ 5 – 7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและโภชนาการในเอเชีย พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและการผลิตด้าน Nutraceutical ของภูมิภาค

ปีนี้งานขยายตัวอย่างชัดเจน โดยมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 800 บริษัท จากกว่า 40 ประเทศและภูมิภาค ขยายพื้นที่จัดแสดงกว่า 20,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 6 ฮอลล์ และมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,273 ราย จากกว่า 80 ประเทศ และมียอดเม็ดเงินสะพัดจากการเจรจาธุรกิจกว่า 4,600 ล้านบาท       

ตลาดสุขภาพไทยโอกาสยังโตต่อ

การเติบโตของงานสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยคาดว่าจะเติบโตจาก 42,300 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 60,800 ล้านบาทภายในปี 2573


โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค ทั้งด้านภูมิคุ้มกัน การสูงวัยอย่างมีคุณภาพ สุขภาพจิต การนอนหลับ และสุขภาพโดยรวม สะท้อนถึงโอกาสของตลาดไทยที่ยังมีแนวโน้มเติบโต และความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้น

จาก “ผู้ผลิต” สู่ “เจ้าของนวัตกรรม”

อีกภาพที่ชัดเจนจาก Vitafoods Asia 2026 คือบทบาทของผู้ประกอบการไทยที่กำลังขยับจากการผลิตและจัดหาสินค้า ไปสู่การพัฒนา Ingredient, OEM/ODM, Contract Manufacturing และแบรนด์สุขภาพ มากขึ้น

โอกาสสำคัญอยู่ที่การเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด การวิจัยและพัฒนา การผลิต ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการส่งออก โดยเฉพาะจุดแข็งของไทยด้านสมุนไพร สารสกัดจากธรรมชาติ และองค์ความรู้ด้านอาหารและสุขภาพ

หากสามารถต่อยอดจากจุดแข็งด้านวัตถุดิบและฐานการผลิตไปสู่ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ไทยก็มีโอกาสขยับจากตลาดผู้บริโภคไปสู่การเป็นฐานพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับตลาดภูมิภาค

เทรนด์สุขภาพขยายจากคนสู่สัตว์เลี้ยง

ด้านนวัตกรรม งานปีนี้ยังเน้นเทรนด์สุขภาพเชิงป้องกัน พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และส่วนผสมที่ตอบโจทย์ Healthy Aging, Gut & Microbiome Health, Cognitive & Mental Wellness และ Personalized Nutrition รวมถึงวิตามิน แร่ธาตุ สารสกัดสมุนไพร โปรตีน เปปไทด์ และส่วนผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม

อีกไฮไลต์ที่น่าจับตาคือ Pet Nutraceuticals สะท้อนกระแส Pet Humanization ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับสุขภาพและโภชนาการของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยหมวด Pet Nutraceuticals ได้รับการจัดพื้นที่และนำเสนออย่างชัดเจนภายในงาน

ภาพรวมจึงสะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยทั้ง Science, Innovation และ Commercialization ตั้งแต่การพัฒนาส่วนผสมใหม่ การผลิต ไปจนถึงการนำงานวิจัยมาต่อยอดเป็นธุรกิจ

โอกาสยกระดับ “เศรษฐกิจสุขภาพไทย”

Vitafoods Asia 2026 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของงานแสดงสินค้า แต่สะท้อนการขยายตัวของ Health & Wellness Economy ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย โจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือการเปลี่ยนจุดแข็งด้านวัตถุดิบ สมุนไพร ฐานการผลิต และตลาดภายในประเทศ ให้กลายเป็น มูลค่าเพิ่มจากงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และแบรนด์ไทย

การยกระดับจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเจ้าของนวัตกรรม” จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยก้าวสู่ตลาดโลก

Vitafoods Asia 2026 จึงเป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นภาพสะท้อนว่า Health & Wellness Economy กำลังเติบโตเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค และเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวสู่การเป็น Regional Health & Wellness Hub

ยกระดับ “เศรษฐกิจสุขภาพไทย” สู่ปักหมุดใหม่ Asia 2027 ณ มาเลเซีย

ความสำเร็จของ Vitafoods Asia 2026 จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า Health & Wellness Economy กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โจทย์สำคัญของไทยในระยะถัดไป คือการเปลี่ยนจุดแข็งด้านวัตถุดิบและฐานการผลิต ให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับสู่การเป็น Regional Health & Wellness Hub อย่างเต็มภาคภูมิ

พร้อมกันนี้ อุตสาหกรรม Nutraceutical ในระดับภูมิภาคยังเตรียมเดินหน้าต่อกับหมวดใหม่ โดยกำหนดจัดงาน Vitafoods Asia 2027 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมแห่งชาติมาเลเซีย (MITEC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ 21–23 กันยายน 2570 บนพื้นที่ยิ่งใหญ่กว่า 35,000 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็น “โอกาสครั้งสำคัญ” ของผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอนวัตกรรม สารสกัดมาตรฐานสูง และผลิตภัณฑ์สุขภาพไทย ขยายปีกสู่เครือข่ายคู่ค้าในตลาดสากลต่อไป

Related Posts