พื้นที่เกษตรในอำเภอลอง จังหวัดแพร่ ได้รับยกย่องว่าปลูก ‘ส้มโอ’ รสชาติอร่อยและมีอัตลักษณ์เด่นที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ด้วยสภาพดิน น้ำ อากาศแตกต่างไปจากแหล่งปลูกอื่นๆ
ความพิเศษนี้ส่งผลให้ชาวสวนมีรายได้ แต่ยังขาดมิติบริหารจัดการเรื่องบัญชี ครู ‘สุริยา ขันแก้ว’ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี 2569 จังหวัดแพร่ จึงเริ่มปลูกฝังค่านิยมในการทำบัญชีให้กับชาวบ้าน
“ผมเป็นครูอาสามาตั้งแต่ปี 2564 ถึงตอนนี้ 5 ปีแล้ว ประสบการณ์ที่น่าประทับใจคือ เราเห็นสมาชิกเกษตรกรจากที่จะขาดทุนแล้วเขามีกำไรขึ้น หรือเด็กๆนำหลักการบัญชีที่เราสอนไปประกวด ได้ที่หนึ่งประเทศ ก็เป็นความภาคภูมิใจมาก”


ครูสุริยา เล่าว่า สมัยก่อนเคยมีอาชีพเป็นวิศวกรได้เงินมาก็ใช้ไป สุดท้ายไม่เหลือ เมื่อกลับมาพัฒนาที่บ้าน ได้รับการติดต่อจาก สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์แพร่ ส่งเสริมทักษะการจดบันทึกและวิเคราะห์ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
“ช่วงแรกๆ ก็ไม่รู้ว่าครูบัญชีอาสาเป็นอย่างไร สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์แพร่ ได้พาไปอบรม ดูงาน สถานที่ต่างๆ จึงเห็นว่าเป็นหน้าที่ที่ดีมาก แล้วเมื่อผลงานของเราเผยแพร่ออกไป มีคนมาดูพื้นที่และได้รางวัลในปีที่ผ่านมา”
ปัจจุบันแปลงนาของครูสุริยา ขยายตัวจนได้รับพัฒนาเป็น “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่” ประจำตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่
พื้นที่ในศูนย์ฯ มีแปลงนาสาธิต แปลงผัก สมุนไพร และโดยรอบยังมีไร่ข้าวโพด มันสำปะหลัง และสวนส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง หนึ่งในผลผลิตขึ้นชื่อ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ครูสุริยา บอกว่า ปัญหาใหญ่ในการสอนทำบัญชี คือส่วนมากชาวบ้านจดแค่ 7 วัน แล้วขาดทุนก็เสียกำลังใจ จึงต้องพยายามให้พวกเขาคิดใหม่ จดให้ครบรอบ ครบเดือน ครบปี จึงจะวิเคราะห์บัญชีได้
“เทคนิคการสอนก็คือ เราต้องพูดความจริง เปรียบเทียบกระเป๋าสตางค์เหมือนโอ่งน้ำ ถ้ามันรั่วแล้วเราไม่หาวิธีอุด ต่อให้หาเงินได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ พูดให้เขาเห็นภาพแล้วก็ลงมือทำจริง”
ผลพวงการขับเคลื่อนของครูสุริยา ไม่เพียงแต่เกษตรกรในพื้นที่มีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ภาพรวมของ “กองทุนหมู่บ้าน” ที่แต่เดิมขาดทุน กลับพลิกฟื้นได้กำไร ค่อยๆขึ้นแบบขั้นบันได นับเป็นความสำเร็จเล็กๆที่ยิ่งใหญ่
“ความภูมิใจ คือ ความสำเร็จของเรา ต้องเอาชาวบ้านไปด้วยกัน นั่นคือแรงบันดาลใจให้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เพื่อช่วยคนอื่นๆ ต่อไป”
นางสาวบานเย็น หล้าป้อม ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์แพร่ กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดแพร่มีทั้งหมด 8 อำเภอ 78 ตำบล ตอนนี้สอนครูบัญชีอาสาไปแล้ว 26 ตำบล จำนวนทั้งสิ้น 37 ราย สามารถนำความรู้ไปต่อยอดหรือถ่ายทอดให้กับเครือข่าย
“กรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีนโยบายนำบัญชีเข้าสู่ครูทุกตำบลให้ได้เรียนรู้การจัดทำบัญชี ส่งเสริมให้เกษตรกรเห็นว่า การทำบัญชีมีความสำคัญต่อชีวิตครอบครัวและชีวิตประจำวันของเกษตรกรมากแค่ไหน”

ดังนั้น ในปี 2570 สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์แพร่ มีแนวทางขยายองค์ความรู้สู่ครูบัญชีอาสาอีก 52 ตำบล นำทีมบุคลากรฝึกทักษะ ส่งเสริมครูบัญชีไปอบรมระดับภูมิภาค จากนั้นจะติดตามว่านำความรู้ไปปฏิบัติหรือไม่ ก่อนถ่ายทอดให้เกษตรกรรุ่นต่อไป
ด้าน นายช่วงชัย คำจันทรา เจ้าของสวนส้มโอขาวน้ำผึ้ง หมู่ 11 อำเภอลอง จังหวัดแพร่ กล่าวว่า ได้นำหลักการจดบันทึกรายรับรายจ่ายมาใช้จริง ตอนนี้มีทั้งหมด 3 เล่ม คือบัญชีทั่วไป บัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีขายออนไลน์ ทำให้รู้ต้นทุนวัสดุและรายได้ชัดเจน
“ผมอยากให้เกษตรกรทุกคนเรียนรู้การจดบันทึกในแปลงหรือบันทึกรายรับรายจ่ายที่แน่นอน จะช่วยลดต้นทุนได้ สวนของเราก็จะเกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายช่วงชัย กล่าวย้ำ
* ติดตามเรื่องราวดีๆ ภารกิจนำความรู้ด้านบัญชีสู่เกษตรกรทั่วประเทศทาง “Facebook กรมตรวจบัญชีสหกรณ์”
