(14 ตุลาคม 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมในการต้อนรับคณะผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมงานวิจัยและเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงของไบโอเทคและหน่วยงานภาคี ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างและขยะพลาสติกในไร่นา ซึ่งทำให้ดินเสื่อมโทรมและส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยมี ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และ Ms. Helena Rey ผู้จัดการโครงการ GEF FARM Global Programme จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับสากล “Global Forum 2026: FARM the Transition” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคม นี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และกลไกทางการเงิน ในการลดใช้สารเคมีเกษตรอันตราย พลาสติกทางการเกษตร และมุ่งสู่การบริหารจัดการศัตรูพืชอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลก


ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. ในฐานะศูนย์วิจัยแห่งชาติด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้นวัตกรรมชีวภัณฑ์ (Biocontrol & Bio-solutions) เพื่อควบคุมศัตรูพืชและลดการใช้เคมีสังเคราะห์ การต้อนรับคณะผู้แทนโลกในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในระดับภูมิภาค ซึ่งการเป็นเจ้าภาพร่วมและเปิดบ้านต้อนรับคณะผู้แทนระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทความเข้มแข็งของ สวทช. และ ไบโอเทค ในการเป็นผู้นำด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมชีวภาพ ที่พร้อมขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของไทย ตลอดจนประชาคมโลกไปสู่ความยั่งยืน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ไบโอเทค สวทช. กล่าวเสริมว่า ทีมวิจัยมุ่งศึกษาและพัฒนาจุลินทรีย์ธรรมชาติที่มีประโยชน์ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ป้องกันโรคและศัตรูพืช โดยเริ่มตั้งแต่คัดเลือกเชื้อ ศึกษาการออกฤทธิ์ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และนำไปทดลองใช้จริงในแปลงเกษตร เพื่อเป็นทางเลือกแทนการใช้สารเคมี การทำงานนี้ต้องทำร่วมกับเกษตรกรเพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งการได้ร่วมมือกับเครือข่าย GEFFARM ครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือระดับสากลเพื่อขยายผลได้อย่างยั่งยืน


ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเด่นจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อนำมาปรับใช้จริงในภาคเกษตร ประกอบด้วย
- ชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช: นวัตกรรมจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยทดแทนสารเคมี โดย ไบโอเทค สวทช.
- การปรับแต่งจีโนม (Genome Editing : GEd): พัฒนาพันธุ์พืชแห่งอนาคตที่ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ โดย กรมวิชาการเกษตร (DOA)
- ระบบบริหารจัดการสวนทุเรียนดิจิทัลและ IoT: ควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำ โดย สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจัทัล (depa) และบริษัท อินฟิวส์ / แอโรกรุ๊ป
- แอปพลิเคชันบริหารฟาร์ม (FarmFeed / KasetKorn): บันทึกข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) รองรับมาตรฐาน GAP
- LiveStock Next: แพลตฟอร์ม AIoT สำหรับฟาร์มสุกร ตรวจสอบสุขภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
- soilXcel & SAP Super Absorbent Polymer: นวัตกรรมสารอุ้มน้ำและปรับปรุงดินเสื่อมโทรมจาก Green Regeneration 1954 และ X-TEC
- LOCOL: นวัตกรรมแปรรูปขยะโกโก้เป็นอาหารสัตว์ ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดก๊าซมีเทน
- KU HUMATE: สารกระตุ้นพืชชีวภาพจากการอัปไซเคิลทรัพยากรโรงงานน้ำตาล โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- โดรนเกษตรอัจฉริยะ: เทคโนโลยีโดรน DJI เพื่อการดูแลพืชผลอย่างแม่นยำและปลอดภัย โดย สยามคูโบต้า
นอกจากนี้ ในงานยังมีการเปิดตัวโครงการใหญ่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงจากเกษตรกรผู้ปลูกพริก ข้าว และมะม่วง ที่นำไปใช้จริงจนประสบความสำเร็จ




