วันที่ 10 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เช้านี้อุณหภูมิต่ำสุดยอดดอยอินทนนท์ลดต่ำลงจากวานนี้เหลือ 6 องศาเซลเซียส สูงสุด 15 องศาเซลเซียส แต่ไม่เกิดเหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็ง อย่างที่คาดการณ์ไว้แต่อย่างใด
ทำให้นักท่องเที่ยวกว่า 6,000 คน ผิดหวังที่ไม่มีปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง แต่สภาพอากาศที่หนาวจัด และแสงอาทิตย์ยามเช้ายังสร้างความประทับใจและเรียกเสียงฮือฮาในความสวยงามของธรรมชาติที่เห็นเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวเมืองเชียงใหม่และเขตอำเภอรอบนอกอุณหภูมิลดลงเช่นกันเฉลี่ย 19-24 องศาเซลเซียส ไม่หนาวจัดอย่างที่คาด อย่างไรก็ตามศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า ในระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง และอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว 6-8 องศาเซลเซียส อาจทำให้สภาพอากาศหนาวจัดได้
MOST POPULAR
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
กลุ่มสหกรณ์ประมงและการแปรรูปอ่างทอง ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีสมาชิกซึ่งเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงปลาช่อนและแปรรูปปลาช่อนจำนวน 50 ราย มีบ่อเลี้ยงปลา 94 บ่อ ผลิตปลาช่อนได้ประมาณ 1,500,000 กิโลกรัมต่อปี สามารถขายปลาได้ในราคา 120-180 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ต้นทุนการผลิตมีค่าเท่ากับ 63 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีกำไรประมาณ 2-3 เท่าของต้นทุนการผลิต ปี 2561 มีปลาช่อนราคาถูกจากประเทศกัมพูชาเข้ามาขายในไทย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาประสบปัญหาราคาปลาตกต่ำ จากเดิมที่เคยขายได้หลักร้อย เหลือแค่ 60-70 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาประสบภาวะขาดทุนและมีหนี้สินก้อนโต ตั้งแต่หลักแสนถึงหลักสิบล้านบาท มทร.สุวรรณภูมิ ร่วมแก้ไขปัญหา คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) ภายใต้การนำของ รศ.ดร.เจษฎา อิสเหาะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ปรากฏว่า สามารถช่วยให้เกษตรกรผลิตปลาช่อนต่อปีได้มากขึ้นถึง 550,000 กิโลกรัม เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาช่อนอบแห้
เกษตรกรรมในศตวรรษนี้ไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับปัญหาดินเสื่อมโทรมและดินเค็มที่กำลังขยายตัวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพื้นที่ดินเค็มนับล้านไร่ ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนเพิ่มขึ้น และความหวังของเกษตรกรจำนวนไม่น้อยค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว “ไบโอชาร์” กำลังถูกจับตามองในฐานะนวัตกรรม ที่อาจเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตร ให้กลายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูดินอย่างยั่งยืน โดย ดร.บัวหลวง ฝ้ายเยื่อ จากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ไบโอชาร์ไม่ได้เป็นเพียงถ่านธรรมดา แต่เป็นวัสดุที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเกษตรในระยะยาว ไบโอชาร์ ไม่ใช่ถ่านหุงต้มแต่คือเครื่องมือฟื้นฟูดิน ดร.บัวหลวง เล่าว่า แม้รูปลักษณ์ภายนอกไบโอชาร์จะคล้ายถ่านทั่วไป แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่วัตถุประสงค์การใช้งาน ถ่านหุงต้มถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงและให้พลังงานขณะที่ไบโอชาร์ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพดินโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็
ในวันที่โลกไม่ได้ขาดแคลนอาหาร แต่กำลังโหยหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในอาหารมากกว่าเดิม คำถามสำคัญของภาคการเกษตรไทย อาจไม่ใช่จะผลิตได้มากแค่ไหน แต่คือจะทำอย่างไรให้ผู้คนยินดีจ่ายมากขึ้นให้กับสิ่งที่ผลิตออกมา ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกษตรกรไทยถูกสอนให้เพิ่มผลผลิต ขยายพื้นที่ปลูก ลดต้นทุน และแข่งขันกันด้วยจำนวน แต่เมื่อผลผลิตล้นตลาด ราคากลับตกต่ำ วงจรเดิมจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่การผลิตน้อยเกินไป หรือเราอาจกำลังมองข้าม “คุณค่า” ที่ซ่อนอยู่ในผลผลิตเหล่านั้น หนึ่งในผู้ที่มองเห็นคำตอบของเรื่องนี้อย่างชัดเจน คือ อาจารย์ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ นักปั้นแบรนด์และนักออกแบบภาพลักษณ์ธุรกิจอาหาร ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเกษตรยั่งยืน แห่ง Karb Studio เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand Awards ต่อเนื่องกว่า 20 ปี รวม 27 รางวัล ผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “Local สู่ เลอค่า” จนกลายเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนต้นทุนท้องถิ่นให้กลายเป็นมูลค่าระดับสากล เกษตรไทยไม่ขาดศักยภาพ แต่ขาดยุทธศาสตร์สร้างคุณค่า สำหรับอาจารย์ขาบ ปัญหาสำคัญของภาคเกษตรไทย ไม่ใช่การขาดศักยภาพในการผลิต แต
