นครราชสีมา – นางเตะ รอดวินิจ ชาวบ้านบ้านโคกเพ็ด ตำบลเมืองคง อำเภอคง เผยว่า ฝนตกในพื้นที่ติดต่อกันหลายวัน จึงได้ชักชวนเพื่อนบ้านออกมาหาเห็ดหินบริเวณริมถนนสายเมืองคง-บ้านเหลื่อม ถ้าหาได้เยอะจะแบ่งใส่ถุงขายภายในหมู่บ้าน ถุงละ 20 บาท หรือกิโลกรัมละ 100 บาท ถือเป็นรายได้เสริม สำหรับเห็ดหินหรือสาหร่ายมุกหยกจะเป็นตะไคร่น้ำชนิดหนึ่งมีลักษณะที่มีสีเขียวเหมือนหยกเป็นก้อน
ลักษณะคล้ายเห็ดหูหนูแต่มีขนาดเล็กกว่า มีความนุ่มคล้ายวุ้น มักขึ้นตามดินหรือหินที่มีน้ำไหลผ่าน นำไปทำยำหรือกินแกล้มกับน้ำพริก สรรพคุณของเห็ดหินหรือสาหร่ายมุกหยกนั้น เชื่อกันว่ารักษาระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมทั้งช่วยลดอาการร้อนใน
ที่มา : ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
MOST POPULAR
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
กลุ่มสหกรณ์ประมงและการแปรรูปอ่างทอง ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีสมาชิกซึ่งเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงปลาช่อนและแปรรูปปลาช่อนจำนวน 50 ราย มีบ่อเลี้ยงปลา 94 บ่อ ผลิตปลาช่อนได้ประมาณ 1,500,000 กิโลกรัมต่อปี สามารถขายปลาได้ในราคา 120-180 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ต้นทุนการผลิตมีค่าเท่ากับ 63 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีกำไรประมาณ 2-3 เท่าของต้นทุนการผลิต ปี 2561 มีปลาช่อนราคาถูกจากประเทศกัมพูชาเข้ามาขายในไทย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาประสบปัญหาราคาปลาตกต่ำ จากเดิมที่เคยขายได้หลักร้อย เหลือแค่ 60-70 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาประสบภาวะขาดทุนและมีหนี้สินก้อนโต ตั้งแต่หลักแสนถึงหลักสิบล้านบาท มทร.สุวรรณภูมิ ร่วมแก้ไขปัญหา คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) ภายใต้การนำของ รศ.ดร.เจษฎา อิสเหาะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ปรากฏว่า สามารถช่วยให้เกษตรกรผลิตปลาช่อนต่อปีได้มากขึ้นถึง 550,000 กิโลกรัม เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาช่อนอบแห้
หลังจาก “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้เผยแพร่เรื่องราวการทำถ่านไบโอชาร์ของ สวนไผ่โป๋ยแจ่ม จ.สระแก้ว ออกไป ปรากฏว่าแฟนๆ ให้ความสนใจล้นหลาม และคอมเมนต์เข้ามาถามถึงกระบวนการทำและวิธีใช้ประโยชน์กันเยอะมาก ทีมงานไม่รอช้า รีบต่อสายตรงถึง พี่ประสาน สุขสุทธิ์ เจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว อีกครั้ง เพื่อขอสูตรแบบเจาะลึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิธีคิด วิธีผลิต ไปจนถึงวิธีใช้บำรุงดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาแจกให้พี่น้องเกษตรกรได้เอาไปลงมือทำตามกัน พี่ประสานอธิบายถึงกระบวนการคิด การผลิตและการใช้ประโยชน์ถ่านไบโอชาร์จากไผ่ซางหม่นเพื่อใช้ในการเกษตร โดยยกตัวอย่างการปลูกไผ่ซางหม่นระยะปลูก 4×4 เมตร จะได้จำนวนต้น 100 ต้นต่อไร่ ผลผลิตที่จะได้จากไผ่ที่ได้มีดังนี้ โดยการผลิตถ่านไบโอชาร์ของที่สวน จะใช้เตาคู่แฝดซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.แพรทอง เหลาภา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ สกลนคร ลักษณะถ่านไบโอชาร์ที่ได้ถ้าดูจากลักษณะทางกายภาพก็จะเห็นเป็นก้อน แต่ถ้าซูมรูปภาพดูใกล้ๆ จะเห็นว่าในถ่านไบโอชาร์จากไม้ไผ่ซางหม่นจะมีรูพรุนสูงมาก นี่คือลักษณะรูพรุนของไผ่ซางหม่น สวนไผ่โป๋ยแจ่ม จังหวัดสระแก้ว (เน้นย้ำว่าได้ข้
เกษตรกรรมในศตวรรษนี้ไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับปัญหาดินเสื่อมโทรมและดินเค็มที่กำลังขยายตัวในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพื้นที่ดินเค็มนับล้านไร่ ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ต้นทุนเพิ่มขึ้น และความหวังของเกษตรกรจำนวนไม่น้อยค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว “ไบโอชาร์” กำลังถูกจับตามองในฐานะนวัตกรรม ที่อาจเปลี่ยนของเหลือทางการเกษตร ให้กลายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูดินอย่างยั่งยืน โดย ดร.บัวหลวง ฝ้ายเยื่อ จากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ไบโอชาร์ไม่ได้เป็นเพียงถ่านธรรมดา แต่เป็นวัสดุที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูดิน เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเกษตรในระยะยาว ไบโอชาร์ ไม่ใช่ถ่านหุงต้มแต่คือเครื่องมือฟื้นฟูดิน ดร.บัวหลวง เล่าว่า แม้รูปลักษณ์ภายนอกไบโอชาร์จะคล้ายถ่านทั่วไป แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่วัตถุประสงค์การใช้งาน ถ่านหุงต้มถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงและให้พลังงานขณะที่ไบโอชาร์ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ปรับปรุงคุณภาพดินโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็
