News
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูก ๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมหนองโคตร สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านเป็ด นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3 เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนแผนงานโครงการแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น โดยมี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านเป็ดและตัวแทนจากเทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง หลังการประชุม นายธรรมพงษ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 3ได้ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า บึงหนองโคตร และได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงการประชุมหารือ การขับเคลื่อนแผนงานแก้ไขอุทกภัยเมืองขอนแก่น ว่า ปัญหาฝนตกและน้ำรอการระบายภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จำเป็นต้องเตรียมรับมือล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่มีเขตติดต่อกัน การบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจึงต้องดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นระบบ สำหรับมาตรการระยะสั้น ขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณริมบึงหนองโคตร รวมถึงใช้คลองระบายน้ำและพื้นที่รับน้ำช่วยเร่งระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังไม่สามาร
กรุงเทพฯ 10 สิงหาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด โดย นายไวพจน์ หามาลา Head of Customer Solutions พร้อมด้วย นายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดย ศ.ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดี และ ผศ.ดร.สมคิด ชัยเพชร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตนครศรีธรรมราช เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร อีกทั้งพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาทางวิชาการด้านเทคโนโลยีการเกษตรและนวัตกรรม มุ่งผลักดันภาคการเกษตรให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต โดยมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสยามคูโบต้า เข้าร่วมพิธี กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ คูโบต้าฟาร์ม จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ ภาพบุคคลในข่าวเรียงจากซ้ายไปขวา
จินดาสมุนไพร แบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสมุนไพรไทยระดับตำนาน เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศรุก “ตลาดรัสเซีย” อย่างเต็มตัว นำทัพผลิตภัณฑ์จาก “ใบหมี่” สมุนไพรจากภูมิปัญญาไทย เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะไทยสู่ตลาดสากล นายไชยกร นิธิคณาวุฒิ ประธานกรรมการบริษัทจินดาสมุนไพร จำกัด กล่าวว่า เป็นก้าวสำคัญของจินดาสมุนไพร ในการผลักดันผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากธรรมชาติ และลดการใช้สารเคมีเพิ่มมากขึ้น การนำผลิตภัณฑ์จากใบหมี่มาส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รู้จัก ช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคให้เห็นถึงคุณสมบัติของใบหมี่ ที่ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมที่ได้ผลจริง โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวจัด ส่งผลให้หนังศีรษะแห้งและผมหลุดร่วงได้ง่าย “ใบหมี่” ถือเป็นพืชสมุนไพรไทยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจินดาสมุนไพร มีสรรพคุณเด่นในการช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ชะลอผมหงอกก่อนวัย และบำรุงหนังศีรษ
กระทรวงพาณิชย์ โดยร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน “Thailand Local SDGs Plus Expo 2026” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (ต่อยอดจากแนวคิด BCG ในช่วงสองปีแรก 2566-2567) เพื่อขยายช่องทางตลาดสินค้าชุมชน สร้างความเข้มแข็ง และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการชุมชนและ SMEs ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเน้น 3 เรื่อง 1. การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าด้วยอัตลักษณ์ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ 2. การส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว และพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดใรยุคปัจจุบัน 3. การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์กระทรวงพาณิชย์ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยให้เข้มแข็ง เป็นธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน (eMpower and Optimise Commerce plus Sustainable Growth: MOC+)” ไฮไลต์สำคัญภายในงานประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่: 1.การแสดงและจำหน่ายสินค้ารักษ์โลก (กว่า 200 บูธ / กว่า 1,000 รายการ): คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่: ◦ กลุ่มอาหาร: อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งและ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร โดย ว่าที่ร้อยตรีขจรรักษ์ พู่พัฒนศิลป์ นักวิชาการเกษตร สังกัดงานบริการวิชาการและวิจัย เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัย จัดนิทรรศการพร้อมนำเสนอข้อมูลต่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียน มุ่งสู่ Zero Waste การนำเสนอครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างการประชุมและติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ โดยเฉพาะสินค้าทุเรียน ณ บริษัท ศิริมงคล คอร์เปอเรท กรุ๊ป จำกัด ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ให้ความสนใจและชื่นชมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้–ชุมพร ซึ่งได้นำนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองด้วยวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเปลือกทุเรียน พร้อมมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพรสนับสนุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเปลือกทุเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดชุมพรมีการส่งออกเนื้อทุเรียนมากกว่า 9.5 ล้านกิโลกรัมต่อปี ส่งผลให้มีเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งภายในจังหวัดมากกว่า 20 ล้านกิโลกรัมต่อปี การนำนวัตกรรมดังกล่าวมาใช้จึงเป็นแนวทางสำคัญ
ขอแสดงความยินดี กับ ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับ 4 รางวัล จากเวที APPTech Expo 2026 มหกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ซึ่งจัดโดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท. : PMU-A) ภายใต้การกำกับของ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พร้อมใช้ในการพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวคิด “พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 100 ผลงาน เมื่อวันที่ 4–5 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมวิภาวดี บอลรูม (ABC) โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ผลงานวิจัย “การยกระดับรายได้ครัวเรือนและเศรษฐกิจฐานรากด้วยนวัตกรรมชุดอุปกรณ์ควบคุมสภาวะการเพาะเห็ดโคนน้อยในโรงเรือนขนาดเล็กแบบกึ่งอัตโนมัติ” ของ ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล อาจารย์ประจำคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทย
กรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดรับสมัครสมาชิกสหกรณ์และทายาทเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2570 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หวังนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสภาการแลกเปลี่ยนทางการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Agriculture Exchange Council : JAEC) เพื่อนำเยาวชนเกษตรกรไทย ไปฝึกงานด้านการเกษตรที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 เดือน ระหว่างเดือนเมษายน 2570 – มีนาคม 2571 ซึ่งกรมได้เปิดรับสมัครสมาชิกหรือบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์นิคมฯ เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเกษตรไทยได้เรียนรู้เทคนิคการทำฟาร์ม ทักษะการจัดการและกิจกรรมในสังคมชนบทญี่ปุ่น โดยเยาวชนไทย 1 คนจะพักอาศัยและทำงานร่วมกับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่น 1 ครอบครัว นอกจากนี้เยาวชนเกษตรกรไทยยังเป็นตัวแทนของเกษตรกรไทยในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเกษตรกรไทยและเกษตรกรญี่ปุ่นอีกด้วย “กา
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “วัฒนธรรมวิถีเกษตรไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสานงานศิลป์ มรดกเกษตรถิ่นไทย เทิดไท้พระพันปีหลวง” ระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–16.30 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดปทุมธานี เปิดพื้นที่เรียนรู้เชื่อมโยงพระราชกรณียกิจด้านศิลปาชีพ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีเกษตรไทย พร้อมกิจกรรมเรียนรู้การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปาชีพไทย ภูมิปัญญา และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตรผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงศาสตร์พระราชา ภูมิปัญญา และวิถีเกษตรไทย เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้ เห็นคุณค่า และร่วมกันสืบสานมรดกของแผ่นดินสู่คนรุ่นต่อไป ภายในงานพบกับนิทร
เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรม (Genome Editing: GEd) เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการพลังงานสะอาด ชูจุดเด่นปรับปรุงพันธุ์พืชได้แม่นยำไร้ DNA แปลกปลอม พร้อมระบุประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านระเบียบข้อบังคับที่ก้าวหน้าในภูมิภาค ในการเสวนาเรื่อง Gene Editing จากการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ จัดโดยคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1. ความจำเป็นในการเพิ่มผลผลิตเพื่อความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ 2. สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงซึ่งทำให้การเพาะปลูกทำได้ยากขึ้นจากการระบาดของศัตรูพืชและโรคพืช และ 3. การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก เช่น เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ดังนั้น เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรม (Genome Editing หรือ Gene Editing หรือ GEd ) จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือแห่งอนาคตที่จะเข้ามาช่วยนักปรับปรุงพันธุ์พืชในการสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้ ความแตกต่าง GEd ไม่ใช่ GMOs ดร. Valasubramania
นางสาวแนน บุณย์ธิดา เปิดงาน Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง ภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัลระบุ กระทรวงดีอี และ ดีป้า ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไร ให้ภาคเกษตรกรรมไทยสามารถก้าวไปสู่การเป็น Modern Farm พร้อมให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพผลผลิต ชี้แนวทางการทำงานของกระทรวงเปรียบเสมือนระบบหลังบ้าน โดยบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เป็นประธานเปิดงาน ‘Digital Durian Market จากสวนสู่ชั้นวาง’ กิจกรรมภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัล โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ดร.จุฑารัตน์ พัฒนาทร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันคุณภาพและกำกับดูแลกฎหมายและผลิตภัณฑ์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ดีป้า คณะผู้บริหารจากเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในโครงการทุเรียนดิจิทัล และประชาชนที่สนใจร่วมงานโดยพร้อมเพร
กรุงเทพฯ 7 สิงหาคม 2569 – บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ “บิ๊กซี x ดอยคำ สนับสนุนเกษตรกรไทย พร้อมห่วงใยสุขภาพคุณ” ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์กลุ่มตรา “ดอยคำ คัดสรร” เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพที่ใส่ใจสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น การเปิดตัวโครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และ นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนไทย ณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายชูโชค ศิวะคุณากร กล่าวว่า ดอยคำดำเนินงานตามแนวพระราชปณิธานในการสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ต้องดำเนินควบคู่กันตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การยกระดั
ไอศกรีมกะทิสดบ้านแพ้ว เสิร์ฟคู่ชามไก่ลำปาง สองสินค้าอัตลักษณ์มาพบกันในหนึ่งเมนู สะท้อนพลัง OTOP Next ต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้ร่วมสมัย นายกฯ ชวนคนไทยร่วมอุดหนุนของดีจากผู้ประกอบการในงานศิลปาชีพฯ วันนี้ (8 ส.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แวะเยี่ยมชมพื้นที่โซน OTOP Next พร้อมพูดคุยให้กำลังใจผู้ประกอบการ และเลือกชิม ไอศกรีมกะทิสดมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วแท้ จากร้านเพชรไอศกรีม จ.สมุทรสาคร ความพิเศษของเมนูนี้ ไม่ได้มีเพียงไอศกรีมที่ใช้ “มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” ของดีอัตลักษณ์จังหวัดสมุทรสาคร เป็นวัตถุดิบสำคัญเท่านั้น แต่ยังนำ “ชามตราไก่” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำปาง มาใช้เป็นภาชนะในการเสิร์ฟ เกิดเป็นการ “คอลแลบ” ของดีจากสองชุมชนต่างพื้นที่ ให้มาพบกันอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดของ OTOP Next ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรักษาของดีดั้งเดิม แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำอัตลักษณ์ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนมาต่อยอด เชื่อมโยง และสร้างมูลค่าใหม่ ให้สินค้า OTOP เข้าถึงผู้บริโภคได้ในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากขึ้น สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บร
ย้อนไปกว่า 20 ปีที่แล้ว “น้มนม” แบรนด์นมโคท้องถิ่นของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด เป็นผลิตภัณฑ์ ที่คนเมืองเชียงใหม่รู้จักเป็นอย่างดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ทั้งนมถุงพาสเจอร์ไรส์และนมกล่องยูเอชที ก่อนจะมา รีแบรนด์ใหม่ เปลี่ยนเป็น “ซีเอ็ม มิลค์” (CM MILK) ในเวลาต่อมา เพื่อก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการรีแบรนด์ใหม่ เพราะจะต้องโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ยืนยันให้กลุ่มลูกค้าเดิมเข้าใจว่าเป็นแบรนด์เดิม คุณภาพนมยังคงเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งการตลาด ขณะที่แบรนด์ใหม่ ซีเอ็ม มิลค์ (CM MILK) ภายใต้สโลแกน “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” ก็ต้องรุกการตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ในเวลาเดียวกัน“นมพาณิชย์ของเราตอนนี้เป็นแบรนด์ใหม่ “ซีเอ็ม มิลค์ CM MILK” เป็นการรีแบรนด์มาจาก “น้มนม” สื่อประมาณว่าผลิตจากนมโคจริง ๆ” นายเกษมศักดิ์ สุขเกษม ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด เผยที่มาของแบรนด์ผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมเพียง 2 ชนิดที่ผลิตออกสู่ตลาด ได้แก่ นมพาสเจอร์ไรส์และนมยูเอชที โดยนมพาสเจอร์ไรส์ มีลูกค้าหลักคือนมโรงเรียน ส่วนนมยูเอชทีเป็นนมพาณิชย์และพาสเจอร์ไรส์ บางส่ว
การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าในภาคเหนือ ไม่ได้จบเพียงการดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าและเศษวัสดุการเกษตรที่เป็นต้นเหตุของการเผา ล่าสุดที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชุมชนร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ CPF และภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบจัดการชีวมวล เปลี่ยนกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยวให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงช่วยลดการเผา ลดไฟป่า ลดฝุ่นPM2.5 สร้างรายได้ให้คนในชุมชนภายใต้ “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5” ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจากตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การสำรวจและคัดแยกวัสดุ การเลือกเครื่องจักร การแปรรูปอย่างปลอดภัย ตลอดจนการวางแผนตลาด เพื่อพัฒนาระบบจัดการชีวมวลที่สอดคล้องกับทรัพยากรและศักยภาพของแต่ละชุมชน ลดเชื้อเพลิง ก่อนเข้าสู่ฤดูไฟป่า ผศ.ดร.สุดเขต สกุลทอง วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ภาคเหนือมีเศษวัสดุชีวมวลจากพื้นที่ป่าและภาคเกษตรจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดลำพูนเพียงจังหวัดเดียวมีเศษวัสดุจากแปลงเกษตรมากกว่า 900,000 ตันต่อปี ห
สืบเนื่องจากนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมุ่งการจำกัดพื้นที่การระบาด การกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ และการส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำกัดและกำจัดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำนั้น ล่าสุด สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีร่วมกับหน่วยงานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง (Fisheries Co-ordinator : FC) จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดราชบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรี และเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ” พร้อมประกวดแข่งขันจับปลาหมอคางดำชิงเงินรางวัล 1พันบาท ระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่คลองหนองบางงู หมู่ที่ 6 ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี ได้จัดกิจกรรมแข่งขันจับปลาหมอคางดำควบคู่กับกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” บริเวณคลองหนองบางงู หมู
เกษตรกรรมไทยผูกติดอยู่กับฟ้าฝน ต้นทุนที่ผันผวน และความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้มาช้านาน จนกลายเป็นภาพจำที่ยากจะสลัดหลุด ทั้งที่ประเทศไทยไม่เคยขาดแคลนองค์ความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร สิ่งที่ขาดหายไปตลอดมาคือ “ระบบ” ที่จะเชื่อมโยงความรู้เหล่านั้นให้เดินทางจากห้องปฏิบัติการไปถึงแปลงเกษตรได้จริง ช่องว่างเหล่านั้นกำลังจะถูกปิดลง เมื่อความร่วมมือระดับโลกครั้งสำคัญของภาคเกษตรและอาหารไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มนวัตกรรมเพื่อระบบนิเวศนวัตกรรมเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “Farming Future, Together” กรุงเทพฯ, 6 สิงหาคม 2569 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยทั่วประเทศ ผสานพลังความร่วมมือระดับโลก ประกาศเปิดตัวความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในโครงการ “Farming Future, Together” ภายใต้งานประชุมระดับสากล “Farming The Future With KMITL Forum 2026” ณ KMITL Lifelong Learning
สุพรรณบุรี — เปิดฉากความร่วมมือครั้งสำคัญ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เดินหน้าผลักดันโซลูชันนาข้าวจับมือศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย หรือ “นาเฮียใช้” จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร จัดงาน ฟิลด์เดย์ “นาดี นาปัง” สุพรรณบุรี เปิดแปลงนาสาธิตให้เกษตรกรได้สัมผัส ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การรับมือโรคและแมลงศัตรูพืชแบบมือโปร ไปจนถึงเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำที่จะพลิกโฉมแปลงนาได้ผลผลิตดีขึ้น ภายในงานฟิลด์เดย์ครั้งนี้กลุ่มเกษตรกรได้ลงพื้นที่แปลงนาสาธิตเพื่อเรียนรู้การจัดการเพาะปลูกข้าวแบบใกล้ชิด พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักเกษตรและทีมผู้เชี่ยวชาญ ในโอกาสนี้ คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมลงพื้นที่แปลงนาสาธิต พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเกษตรกร เพื่อต่อยอดโซลูชันให้ตอบโจทย์กับความต้องการในแต่ละพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการยกองค์ความรู้ “โซลูชันนาข้าวเจียไต๋” มาถ่ายทอดสู่แปลงเพาะปลูกจริง พร้อมการบรรยายที่เชื่อมทุกจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน ทั้งแผนจัดการการเพาะปลูก การเลือกใช้ปัจจั
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การป้องกันและควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตั้งเป้าลดพื้นที่การระบาดลง 30 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2569 ผ่าน 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่ เฝ้าระวังและสำรวจแปลงอย่างต่อเนื่อง กำจัดต้นเป็นโรคและควบคุมแมลงพาหะ ส่งเสริมการใช้พันธุ์สะอาดและพันธุ์ต้านทาน ควบคุมการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ สร้างแหล่งพันธุ์สะอาดในชุมชน และบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมนำ “แปลงใหญ่มันสำปะหลังพุประดู่พัฒนา” จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้นแบบการส่งเสริมการเกษตรที่นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาปรับใช้ในแปลงจริง ตั้งแต่การผลิต การจัดการโรคและศัตรูพืช การลดต้นทุน ไปจนถึงการรวมกลุ่มทำตลาด เตรียมต่อยอดสู่บริษัทเกษตรกรในอนาคต นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรี หนึ่งในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังสำคัญของไทย โดยติดตามผลการดำเนินงาน 6 แนวทางหลัก เพื่อควบคุมและลดพื้นที่การระบาดใบด่างมันสำปะหลังของกรมส่งเสริมการเกษตร ประกอบด้วย 1. เฝ้าระวังและสำรวจแปลงทุก 2-4 สัปดาห์ ค้นหาแหล่งพันธุ์สะอาดต้านทานโรครองรับ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าดึงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) สร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรไทย รับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงและมีความผันผวนรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความผันผวนของตลาด และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง โดยมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ เท่าทันสถานการณ์ และสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดโครงการ “ตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ณ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าการขับเคลื่อนภาคการเกษตรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องทำให้องค์ความรู้เข้าถึงเกษตรกรและสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการให้ “เกษตรกรเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่ เชื่อมโยงกับองค์ความรู้จากภาครัฐ นักวิชาการ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ ปัจจุบ
